fbpx
#SneakOut : เส้นทางชีวิตของ Twopee Southside แร็ปเปอร์หนุ่มแถวหน้าของเมืองไทย และบทบาทใหม่กับการเป็นโค้ชในรายการ The Rapper

#SneakOut : Twopee Southside | คงไม่มีสาวกฮิปฮอปคนไหนในประเทศไทยที่ไม่รู้จัก “Twopee Southside” หรือ โต้ง แร็ปเปอร์มากฝีมือจากเกาะภูเก็ตเจ้าของผลงานเพลงฮิตติดชาร์ตมากมาย แต่คงมีน้อยคนที่จะรู้ลึกถึงที่มาที่ไปของแร็ปเปอร์ผู้นี้ ซึ่งวันนี้โต้งจะมาบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาอย่างหมดเปลือก รวมถึงบทบาทใหม่กับการเป็นโค้ชในรายการ The Rapper ให้ทุกท่านได้รับชมไปพร้อมกัน

หากมองย้อนกลับไปเมื่อสักประมาณ 20 ปีก่อน คำว่า “ฮิปฮอป” คงเป็นอะไรที่ดูห่างไกลจากความเข้าใจของคนในประเทศไทยอยู่มาก หากเทียบกับยุคปัจจุบันที่ดนตรีแนวฮิปฮอปกลายมาเป็นเพลงกระแสหลักที่มีอิทธิพลต่อผู้คนไม่ว่าจะเป็นเรื่องไลฟ์สไตล์รวมไปถึงแฟชั่นของหนุ่มสาวในสมัยนี้ ซึ่งความฮิตของเพลงฮิปฮอปในตอนนี้เป็นปรากฎการณ์ถึงขนาดที่ช่องโทรทัศน์ฟรีทีวีต่างพยายามนำรายการที่เกี่ยวกับแร็ปเปอร์มานำเสนอให้กับคนทั่วไปในประเทศได้ชมกันอย่างเช่นทางช่อง Workpoint TV ที่กำลังจะมีรายการ The Rapper ซึ่งเป็นรายการที่จะเฟ้นหาแร็ปเปอร์ฝีมือดีรุ่นใหม่จากทั่วประเทศไทยและกำลังจะออกอากาศให้พวกเราได้รับชมกันในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้

วันนี้เราจะนำทุกท่านไปพบกับเรื่องราวของ “Twopee Southside” หรือ “โต้ง” แร็ปเปอร์แถวหน้าของเมืองไทยในสังกัดของ Thaitanium Entertianment ที่ผลักดันชีวิตตนเองจากเด็กคนหนึ่งที่คลั่งไคล้วัฒนธรรมฮิปฮอปสู่การเดินตามเส้นทางฝันจนก้าวขึ้นมาอยู่ในฐานะศิลปินแร็ปเปอร์ที่คนทั้งประเทศต่างรู้จัก และกำลังจะมีอีกหนึ่งบทบาทใหม่นั่นคือการรับหน้าที่เป็นหนึ่งในโค้ชของรายการ The Rapper ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าเบื้องหลังความสำเร็จและแสงไฟที่สาดส่องบนเวทีแร็ปเปอร์หนุ่มผู้นี้ต้องพบเจอและผ่านอะไรมาบ้างกว่าที่จะมายืนบนจุดนี้

BAPE1

เริ่มรู้ตัวว่าชอบและอินกับวัฒนธรรมฮิปฮอปตั้งแต่เมื่อไร

เริ่มรู้ตัวว่าชอบฮิปฮอปตั้งแต่สมัยเรียนประถม ตอนนั้นเราอาศัยอยู่ที่ภูเก็ตซึ่งเป็นยุคที่ Eminem กำลังดังมากกับเพลงฮิตอย่างเช่น The Real Slim Shady ซึ่งตอนนั้นจำได้ว่าทุกครั้งที่ช่อง Chanel V เปิดเพลงนี้จะทำให้เราต้องไปนั่งอยู่หน้าจอทีวีแบบไม่กะพริบตา จนมีปิดเทอมซัมเมอร์ปีหนึ่งที่เราไปย้อมผมสีทองแบบ Eminem เลย ซึ่งนั่นเป็นจุดแรกๆ ที่ทำให้เรารู้ตัวเองว่าชอบฮิปฮอป

ตอนที่ย้อมผมทองนั้นเราไปเข้าค่ายตอนปิดเทอมที่เขาใหญ่ ทำให้ได้ไปเจอกับเด็กคนอื่นที่มาจากกรุงเทพ มีเด็กอยู่กลุ่มหนึ่งที่เขานำเอา Boombox มาเปิดเพลงแล้วจับกลุ่มเต้นบีบอยกัน ตอนนั้นเป็นยุคที่เพลงดาจิมกำลังดัง ซึ่งเราไม่เคยเห็นเด็กรุ่นเรามีวัฒนธรรมประมาณนี้เลย แต่พอได้ฟังเพลงแล้วทำให้เราชอบมากจนหลังจากเข้าค่ายเราก็ตรงเข้ากรุงเทพมาเพื่อซื้ออัลบั้มของดาจิม แต่พ่อแม่ไม่ยอมซื้อให้เพราะเพลงค่อนข้างมีคำหยาบเยอะ ซึ่งสุดท้ายเราก็หาทางไปฝากเพื่อนซื้อจนได้

ชีวิตในวัยเด็กมีปัจจัยหรือสาเหตุอะไรไหมที่ทำให้เราเป็นคนชอบฟังเพลง

เรามีพี่สาวที่ชอบฟังเพลงมากตอนนั้นเรารู้จักเพลงของค่าย Bakery Music เกือบหมดเลย แล้วก็มีโอกาสฟังเพลงของ โจอี้บอย และ ขันที ซึ่งเป็นเพลงฮิปฮอปยุคแรกๆ ชีวิตวัยเด็กเราจึงโตมากับการฟังเพลง แต่เริ่มมาจูนติดกับเพลงฮิปฮอปจริงจังคือช่วงที่เล่นสเก็ตบอร์ด คือหลังจากกลับมาจากค่ายซัมเมอร์เราก็เริ่มฟังเพลงฮิปฮอปมาเรื่อยๆ จนได้มาเจอกับร้านสเก็ตบอร์ดที่ภูเกฺ็ตเลยขอให้คุณพ่อซื้อแผ่นสเก็ตบอร์ดให้ราคา 5,500 บาท ซึ่งเราจำได้แม่นเลยเพราะเป็นราคาที่แพงมากสำหรับเด็กตอนนั้น แต่พอเริ่มมาเล่นสเก็ตเราก็ทำให้รู้จักกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่ชอบฟังเพลงและแต่งตัวแนวฮิปฮอปมากขึ้นและน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นจริงๆ

BAPE2

ที่ภูเก็ตมีคนที่ชอบวัฒนธรรมแบบเดียวกับเราเยอะไหม

ตอนที่เริ่มเล่นสเก็ตบอร์ดคือช่วงประมาณที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 ตอนนั้นมีคนที่ชอบเล่นสเก็ตและชอบเพลงฮิปฮอปเหมือนกับเราประมาณ 20 กว่าคน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ Thaitanium เพิ่งเปิดตัวอัลบั้ม Thai Rider พอดี ร่วมถึงช่วงนั้นยังเป็นยุคของเพลง Nu Metal ที่จะมีท่อนแร็ปเป็นส่วนประกอบอย่างเช่นวง Linkin Park และ Limp Bizkit ซึ่งเราก็ชอบแนวนี้เหมือนกันนะ

จากความชอบแบบเด็กธรรมดาทั่วไป แล้วมีจะเปลี่ยนอะไรที่ทำให้กลายมาเป็นศิลปินได้

ตอนนั้นเป็นยุคของเกมส์เพลย์สเตชั่น 2 ซึ่งเราได้มาเจอเกมส์หนึ่งที่ชื่อว่า Club DJ หรืออะไรสักอย่างไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน แต่เป็นเกมส์ที่จำลองให้เราสร้างบีทเป็นของตัวเองขึ้นมา คือต้องอธิบายนิดหนึ่งว่าสมัยนั้นถ้าคุณจะทำเพลงคุณต้องเป็นโปรดิวซ์เซอร์เองด้วยเพราะไม่มีใครเขาทำบีทมาแจกเหมือนตอนนี้คุณต้องทำบีทเอง ซึ่งพอเราเจอเกมส์นี้ผมก็เริ่มทำบีทฮิปฮอปของตัวเองแล้วนำเพลงที่ทำไปที่ร้านอัดเพลงและร้องกับบีทที่ทำมา ตอนนั้นจึงเกิดเป็นมิกซ์เทปแผ่นแรกของ Twopee ซึ่งมีทั้งหมด 5 เพลง และเป็นเพลงที่อัดบีทมาจากเครื่องเพลย์สเตชั่นทั้งหมด

พอทำมิกซ์เทปชุดแรกเสร็จเราก็เอาไปขายแผ่นละ 50 บาท ตอนนั้นเฟรดดี้อีกหนึ่งสามาชิกของ Southside มีโอกาสได้ฟังแล้วเขาก็บอกว่าเจ๋งอยากทำด้วย แต่โชคดีเพราะช่วงที่เฟรดดี้มาร่วมด้วยกับเรา คือตอนที่ไปเจอบีทบนอินเตอร์เน็ตที่เขานำแจกมาประมาณ 300 กว่าบีท ตอนนั้นเรากรี๊ดเหมือนถูกหวยเลย เพราะแต่ละเพลงเป็นของศิลปินที่เราชื่นชอบทั้งนั้นอย่าง Jay Z หรือ Nas ซึ่งเรานำบีทนั้นมาทำเพลงจนออกมาเป็นมิกซ์เทป Southside Phuket Vol.1

สมัยก่อนยังไม่มียูทูปให้ศิลปินเผยแพร่ผลงานเหมือนในสมัยนี้ มิกซ์เทปที่ทำเราจึงต้องนำไปขายที่งาน Fat Festival เป็นประจำทุกปี เป็นบรรยากาศที่สนุกมากๆ ตอนนั้นเราเพิ่งเรียนอยู่แค่ชั้น ม.3 แต่ว่างาน Fat Festival เหมือนเป็นเคสบังคับของคนทำเพลงว่าต้องเอาผลงานมาขายที่งานนี้ ถ้ามีเพลงแล้วไม่ได้เอาไปขายในงานก็จะไม่ได้รับความสนใจเหมือนกับภาพยนตร์ที่ไม่มีทีเซอร์ นอกจากนั้นต้องไปโปรโมทที่เว็บไซต์สยามฮิปฮอปด้วย แต่ทุกปีที่เราไปคือแผ่นของเราจะเสร็จก่อนถึงวันงานล่วงหน้าไม่กี่วัน เรียกว่าไฟลนก้นทุกปีซึ่งก็เป็นแบบนี้ทั้งหมดห้าปี ระหว่างนั้นเราก็ไปประกวดตามเวทีแร็ปแบทเทิลต่างๆ ทั้งของเบียร์สิงห์และสยามฮิปฮอปก่อนที่จะได้มาเซ็นสัญญากับ Thatanium Entertianment พูดถึงบรรยากาศช่วงนั้นแล้วความตื่นเต้นมันยังอยู่เลย

BAPE3
BAPE4

ช่วยเล่าให้พวกเราฟังหน่อยว่าไปรู้จักกับ Thaitanium ได้อย่างไร

ตอนนั้น Thaitanium มาเล่นคอนเสิร์ตที่ภูเก็ตแล้วเราก็ไปขอเขาขึ้นแสดงโชว์ด้วย ตอนนั้นยังไม่ได้แชมป์แบทเทิลหรืออะไรเลยนะ คือเพิ่งอัดเพลงแรกกับเฟรดดี้เสร็จแล้วตกเย็นวันนั้นก็ไปขอขึ้นคอนเสิร์ต Thaitanium เลย พอคิดย้อนกลับไปตอนนั้นมันบ้ามากที่เรามีความกล้าขนาดนั้น แต่โชคดีที่เรามีรุ่นพี่ที่รู้จักกันเขาเรียนมาทางด้านอาร์ตเขาเลยมาทำมิวสิควิดีโอให้เรา ซึ่งสมัยนั้นยังไม่มียูทูปการที่เราไปยื่นมิกซ์เทปพร้อมกับมีมิวสิควิดีโอเราจะดูจริงจังกว่าคนอื่นในระดับหนึ่งเพราะเรามีความตั้งใจกันมาก

หลังจากคอนเสิร์ตวันนั้นเราก็ได้เจอกับพี่ๆ วง Thaitanium กันบ่อยขึ้น เวลาเราทำเพลงเสร็จก็จะเอามิกซ์เทปมายื่นให้เขาทุกปี จนพี่ขันเริ่มสนใจแล้วเรียกให้มาคุยที่สตูดิโอจากนั้นก็ทาบทามพวกเราให้เซ็นต์สัญญากัน นั่นคือหลังจากที่เราเริ่มไปประกวดแร็ปแบทเทิ่ลแล้วได้แชมป์กลับมา คือกินเวลาหลายปีเหมือนกัน ความรู้สึกที่เดินออกมาจากบ้านพี่ขันวันนั้นคือเราเดินยิ้มหน้าบานมาเลย เพราะสมัยนั้น Thaitanium ยังไม่มีศิลปินในสังกัดเขาเลย ในตอนนั้นก็มีอีกค่ายหนึ่งคือก้านคอคลับของพี่โจอี้ที่ดูเป็นรูปเป็นร่างมากกว่า และกำลังจะออกอัลบั้มชุดที่สองซึ่งมีคนที่แนะนำให้เราส่งเพลงไปที่ก้านคอเหมือนกัน แต่เราอินกับเพลงของ Thaitanium มากกว่า

BAPE5

ตอนที่พ่อแม่รู้ว่าคุณกำลังจะเป็นศิลปินเขารู้สึกอย่างไรบ้าง

ตอนนั้นเรามีแผนที่จะไปโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศอเมริกา จ่ายเงินไปแล้วด้วยครึ่งหนึ่งด้วย พอเรากลับไปถึงที่บ้านเพื่อบอกเรื่องนี้กับคุณพ่อคุณแม่เขาก็โยนกันไปมาไม่มีใครกล้าตัดสินใจ เพราะมันเป็นเรื่องที่ตัดสินใจยากเหมือนกันว่าจะให้ลูกไปเรียนที่อเมริกาหรือย้ายเข้ามากรุงเทพเพื่อทำเพลง ถ้าเป็นตัวเราเองย้อนกลับไปคงเครียดเหมือนกัน แต่ตอนนั้นผมบอกพ่อกับแม่ว่าเราจะเรียนเมื่อไรก็ได้แต่โอกาสตอนนี้มันเข้ามาแล้วต้องคว้าเอาไว้ แล้วเราสัญญาว่าทำเพลงเสร็จแล้วจะกลับไปเรียนต่อ สรุปว่าเซ็นสัญญากับ Thaitanium ผ่านไป 3 ปีผ่านไปอัลบั้มยังไม่ออก เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดเลย

ทำไมถึงใช้เวลาถึง 3 ปี ในการทำอัลบั้มแรกออกมา

แต่ก่อนเราเคยทำแต่มิกซ์เทปซึ่งพอมาทำอัลบั้มเป็นของตัวเองมันแตกต่างกันไปเลย จากที่เราเอาบีทเขามาคิดคอนเซ็ปต์เขียนเพลงแล้วอัด แต่ต้องเริ่มมาทำโปรดักส์ชั่นใหม่ๆ มากรุงเทพติดเพื่อนติดเที่ยวไปด้วยอันนี้ก็ต้องยอมรับ และถ้าใครฟังพวกเราเมื่อก่อนจะเข้าใจดีว่าพวกเรามีความเป็นอันเดอร์กราวน์มากๆ แต่พอมาทำกับค่ายเพลงมันก็มีความเป็นธุรกิจเข้ามา ต้องมาปรับจูนความคิดกันมากพอสมควร คือทุกวันนี้ยังมีปัญหาอยู่เลยว่าจะทำเพลงให้คนชอบและไม่ต้องทำเพลงให้ตัวเองชอบอย่างเดียวอย่างเพลง ไหวอะเปล่า เบเบ้ ซึ่งเป็นเพลงที่ดังที่สุดเราก็ถูกพี่ขันบังคับให้ทำ ตอนนั้นเราได้ยินบีทก็ถามเลยว่าเพลงอะไรวะพี่ แต่พี่ขันบอกว่าให้เชื่อเขา ซึ่งสิ่งที่เขาพูดมันก็เป็นจริงและเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จจริงๆ

พออัลบั้มแรกออกมาความรู้สึกทุกอย่างมันเปลี่ยนไป ตอนนั้นชีวิตก็เปลี่ยนเลยมีคนรู้จักมากขึ้นไปสนามบินมีเด็กมารับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

การเขียนเพลงและเล่าเรื่องในแบบของ Twopee

เราเป็นฮิปฮอปแบบวาไรตี้คือมีเพลงหลากหลายแนวเหลือเกิน อย่างล่าสุดก็ออกเพลงช้าที่ทำกับพี่ตู่ ภพ ทร เดี๋ยวก็จะมีเพลงออกเป็นอันเดอร์กราวน์อีกคือเราทำเพลงวนไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยจะมีแนวทางที่ซ้ำ แล้วแต่คอนเซ็ปต์ในแต่ละเพลงมากกว่า ซึ่งทัศนคติในการทำเพลงของเราส่วนใหญ่มาจากเรื่องรอบตัวแล้วนำมาเล่าด้วยภาษาง่ายๆ เรียกว่าเป็นภาษาพูดเลยด้วยซ้ำ ไม่ได้ใช้ภาษาสละสลวยเหมือนพี่กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ แต่ของผมจะเป็นภาษาที่ใช้ทั่วไปเน้นนความตรงไปตรงมาแต่นำเสนอออกมาตามทัศนคติของเราเอง

BAPE6

ผลงานชิ้นเพลงที่คุณที่ภูมิใจมากที่สุด

ผลงานที่ภูมิใจที่สุดคงเป็นเพลง Save His Life ซึ่งเป็นเพลงที่ผมเปรียบฮิปฮอปเป็นชีวิตคนคนหนึ่ง ซึ่งตอนที่เราออกอัลบั้ม Welcome to tha south มันเป็นเวลาที่เพลงฮิปฮอปมันตายกันทั้งโลกเลยนะ ไม่มีใครทำมิกซ์เทปกันแล้ว ยังไม่มีแร็ปแบทเทิลอะไรเหมือนกับตอนนี้ เป็นช่วงเวลาที่เราไม่รู้จะไปทางไหนดีเป็นยุคที่ฮิปฮอปทั่วโลกเงียบไปเลย เราเลยเพลงนี้จากความอัดอั้นมากๆ เลยเขียนเพลงนี้ขึ้นมาและได้พี่ขันมาร่วมร้องด้วย ซึ่งพอเรากลับไปฟังเพลงของตัวเองในช่วงที่ฮิปฮอปมันบูมมากๆ อย่างตอนนี้ทำเราคิดว่านี่คือเพลงที่เราภูมิใจที่สุด

แล้วคุณมีความเห็นอย่างไรกับกระแสเพลงฮิปฮอปที่กลับมาบูมอีกครั้งในตอนนี้

ทุกวันนี้มันโคตรไม่น่าเชื่อเลยมันสุดยอดมากๆ เหมือนย้อนกลับไปช่วงมิกซ์เทปบูมมาก แต่เปลี่ยนเป็นการใช้ยูทูปแทน คนฟังก็เป็นกลุ่มใหม่หมดเลยเหมือนกลับไปนับศูนย์ใหม่แล้วเราก็มีวิธีถ่ายทอดกันที่ง่ายมากๆ เหมือน back to basic กันมากๆ ซึ่งผมเชื่อว่าคนฟังและแร็ปเปอร์จะศึกษาและพัฒนาผลงานไปได้มากขึ้นอีกในอนาคต แต่ตอนนี้รากฐานของฮิปฮอปไทยถือว่ากลับมาแน่นมากๆ อีกครั้งแล้ว ศิลปินหน้าใหม่หลายคนที่ผมชื่นชอบอย่าง FIIXD ก็มีสไตล์ดนตรีที่น่าสนใจ หรืออย่าง YOUNGOHM กับ MAIYARAP เขาก็มีจุดเด่นเรื่องวิธีการร้อง

BAPE7
BAPE8

ประทับใจศิลปินคนไหนที่เคยร่วมงานมากที่สุด

ศิลปินที่ชอบมากที่สุดที่เคยร่วมงานคือพี่นภ พรชำนิ ในเพลง Lots of love เพราะเราชอบฟังเพลงของพี่เขาอยู่แล้ว และเขามีทัศนคติในการทำงานที่ดี คือเขาบอกเลยว่าเนื้อเพลงบางช่วงที่เราแต่งให้เขา เขากล้าที่จะบอกว่าไม่สามารถร้องได้เพราะเขาไม่อินกับท่อนดังกล่าวซึ่งแสดงถึงความเป็นศิลปิน และทำให้เราในฐานะคนเขียนเพลงประทับใจมาก อีกอย่างน้ำเสียงเขาในเพลงมันฟังดูอบอุ่นดี ซึ่งน่าจะเป็นเคสที่ประทับใจที่สุด และพี่นภเป็นคนที่ติดต่อยากพอสมควร เพราะเขาไม่ค่อยทำเพลงแล้วสมัยนี้และใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่อยู่ที่อเมริกา นานๆ จะกลับมาทำเพลงสักทียิ่งเราติดต่อให้เขามาร้องฮิปฮอปเลย แต่ตอนแต่งเพลงนี้ผมได้ยินเสียงเขาขึ้นมาเลยว่าอย่างไรก็ต้องเป็นพี่นภเท่านั้น

แล้วมีศิลปินคนไหนที่อยากร่วมงานมากที่สุด

ศิลปินที่อยากจะร่วมงานด้วยมากที่สุดคือคนที่เพิ่งเข้าห้องอัดกันล่าสุดนั่นคืออาจารย์จู หรือ JUU4E  ซึ่งเป็นศิลปินที่เราอยากจะร่วมงานมานานมาก และล่าสุดก็เพิ่งได้มาทำเพลงร่วมกันซึ่งน่าจะได้ฟังกันประมาณเดือนเมษายน นอกจากนี้เพลงนี้ยังได้ศิลปินรุ่นใหม่อย่าง YONGOHM มาร่วมร้องเพลงนี้ด้วย ทำให้เป็นเพลงที่มีแร็ปเปอร์ถึงสามเจนเนอร์เรชั่นในเพลงเดียว ส่วนความฝันสูงสุดคงเป็น Pharrell Williams เพราะเป็นศิลปินที่เราชอบมากที่สุด

BAPE9

คอนเสิร์ตไหนที่มันส์และประทับใจมากที่สุด

คอนเสิร์ตที่มันส์และประทับใจที่สุดคืองาน The Last Fat Festival คืองานแฟตครั้งสุดท้าย ตอนนั้นเราได้ขึ้นเล่นเล่นเวทีใหญ่ที่สุด เหตุผลที่เราประทับใจเนื่องจากเราโตกับงานแฟต เราเดินเดินขายแผ่นซีดีมิกซ์เทปของเราในงานนี้ แล้วเรามาเล่นปิดท้ายในงานครั้งสุดท้ายซึ่งคนที่เคยมาดูเราตอนเด็กก็คือคนที่มาให้กำลังใจเราในวันนั้นด้วยทุกคนร้องเพลงของเราได้คือเป็นบรรยากาศที่โคตรมันส์ ผู้ชมทุกคนคือคนรุ่นเราจริงๆ

นอกจากวัฒนธรรมนี้จะมีอิทธิพลต่อการฟังเพลงแล้ว ยังมีผลต่อไลฟ์สไตล์การแต่งกายของคุณด้วยไหมช่วยอธิบายให้พวกเราฟังหน่อย

ผมต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ขี้เกียจแต่งตัวมากวันธรรมดาเราก็ใส่ขาสั้นบ้าง จะแต่งเต็มที่ก็เฉพาะตอนออกงานหรือเล่นคอนเสิร์ต ไม่ได้ช็อปปิ้งเหมือนตอนเด็กๆ แล้ว คือสไตล์ของผมจะไม่ได้ตามเทรนด์มาก อาจจะแต่งในแบบที่เราชอบด้วยความที่เราโตขึ้นจึงไม่ได้ตามกระแสขนาดนั้น อาจจะใส่ของวินเทจบ้างเพื่อไม่ให้ซ้ำกับคนอื่น แต่ส่วนมากคือเน้นใส่ของที่เราชอบเป็นส่วนใหญ่ อย่างแบรนด์สตรีทที่ชอบก็คือ BAPE เพราะเห็นครั้งแรกในมิวสิควิดีโอเพลง Yak Lai ของ Thaitanium ซึ่งตอนนั้นพี่ขันใส่ ทำให้เราเริ่มไปศึกษาจากแม็กกาซีนญี่ปุ่นทำให้เห็นพวกแร็ปเปอร์และคนดังหลายคนที่ชอบใส่ BAPE แต่สมัยนั้นเรายังหาซื้อไม่ได้ต้องฝากเพื่อนซื้อบ้าง หรือซื้อของราคารีเซลบ้าง ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนในปัจจุบันที่มีร้าน BAPE Store Bangkok

สำหรับเรา BAPE คือความคลาสสิค เพราะเป็นแบรนด์เดียวที่ทำให้สีสันกลายเป็นความคลาสสิคได้ เด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถใส่ได้คือกลายเป็นความคลาสสิคสำหรับสตรีทแวร์ไปแล้ว

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่านอกจากผลงานในฐานะศิลปินแล้ว คุณกำลังจะเขามาเป็นหนึ่งในโค้ชของรายการ The Rapper อีกด้วย

ตอนนั้นรายการ The Rapper เข้ามาทาบทามให้เราไปเป็นโค้ช ซึ่งมีทั้งพี่ขันกับพี่โจอี้เป็นโปรดิวซ์เซอร์อยู่ก่อนหน้าแล้ว ดังนั้นเมื่อเขามาชวนเราก็ไม่มีอะไรต้องกังวลแล้วตอบตกลงทันที คือรายการนี้จะรวบรวมเด็กรุ่นใหม่ที่มีความฝันอยากเป็นแร็ปเปอร์จากทั่วประเทศ และคัดเลือกโดยการส่งเดโม่มาออดิชั่นกัน และแบ่งเป็นทีมมาแข่งขันกัน คือเราภูมิใจกับพี่โจ้และพี่ขันทั้งสองคนมากๆ เพราะเขาทั้งคู่เริ่มต้นกันมาตั้งแต่ยังไม่มีคำว่าฮิปฮอปในเมืองไทย จนถึงทุกวันนี้ประเทศไทยกำลังจะมีรายการที่เกี่ยวกับฮิปฮอปบนฟรีทีวีครั้งแรก ก็ขอให้ช่วยกันติดตามเพราะรายการจะเริ่มออกอากาศวันที่ 9 เมษายน ที่จะถึงนี้

BAPE10

แล้วปีนี้แฟนเพลงจะได้เห็นผลงานอะไรของ Twopee เร็วๆ นี้ไหม

เรากำลังจะมีผลงานอัลบั้มเดียวอัลบั้มแรกในชื่อของ Twopee Southside ซึ่งน่าจะออกประมาณเดือน 7- 8 และมีศิลปินมาร่วมฟีตเจอริ่งในอัลบั้มนี้เพียบเลย อย่างล่าสุดเพิ่งไปร้องร่วมกับพี่ฮิวโก้แล้วยังได้พี่เจ มณฑล มาเป็นโปรดิวซ์เซอร์อีกด้วย อัลบั้มนี้คืออย่างที่บอกว่ามันวาไรตี้มากๆ

เชื่อว่าตอนนี้คุณคงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กรุ่นใหม่ที่อยากจะเป็นแร็ปเปอร์หลายคน คุณมีอะไรอยากจะบอกพวกเขาไหม

ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน ช่วงแรกเราอาจจะหาไอดอลที่เราชอบสักคนเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ฝึกฝนและฟังให้มาก ต้องเป็นนักเขียนเพลงที่ดีถ่ายทอดทัศนคติที่ดีออกมา บางทีการเขียนเพลงก็เหมือนการคุยกับตัวเอง คือบางทีเราอาจจะนึกท่อนแร็ปสักเพลงที่ดีออกมาแต่เราอาจจะไม่กล้าเขียนเพราะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง หาสไตล์ของตัวเองให้เจอซึ่งอาจจะต้องใช้เวลา แต่ตอนนี้ฮิปฮอปไม่ใช่อันเดอร์กราวน์อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นทุกคนมีโอกาสขอให้สู้ๆ ครับ

BAPE11
BAPE12

ขอขอบคุณเสื้อผ้าจาก BAPE Store Bangkok
สอบถามรายละเอียดสินค้าหรือเป็นเจ้าของได้ที่

BAPE Store Bangkok
ห้างสรรพสินค้า The EmQuartier, Unit MC07, M Floor.
FB: BAPE Thailand
IG : bapethailand
Tel. +662-033-6640

Text by Farfar | Photo by Ballisticone

featured on Sneak
#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey
พบกับอีกหนึ่งมิติใหม่ของ Lifestyle ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์แบบไม่รู้จบ

A BATHING APE POP UP STORE @SIAMDISCOVERY

ครั้งแรกกับที่แบรนด์สตรีทระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น A Bathing Ape หรือว่า BAPE® ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบของ Pop Up Store ใจกลางกรุงเทพฯ

#COPTHATKICKS : Stella McCartney X Adidas Stan Smith Sneakers รองเท้าผ้าใบที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

เมื่อ Stella McCartney ร่วมมือกับ Adidas หยิบรองเท้ารุ่น Iconic ของแบรนด์มาปัดฝุ่นใส่เทคโนโลยีในการตัดเย็บด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแบบฉบับของแบรนด์ Stella McCartney ที่ปราศจากการใช้หนังสัตว์อย่างสิ้นเชิงในรองเท้ารุ่นนี้

#SneakOut : Benjamin Joeseph Varney หนุ่มลูกครึ่งมาดเซอร์กับ fashion set หน้าหนาว

พบกับบทสัมภาษณ์นักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี พร้อมชม Fashion Set ต้อนรับอากาศเย็น กับหนุ่ม เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี

ครั้งแรกในไทยกับงานเปิดตัว Installation Art สุดล้ำ SORAYAMA Space Park by AMKK AT Central Embassy

ครั้งแรกในเมืองไทยและเป็นที่แรกของโลก กับการคอลแลปส์ของสองศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกัน แต่สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

#SneakOut: ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ สาวลุคเท่ห์ที่โด่งดังจากโลกออนไลน์มาสู่นักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้

มาทำความรู้จักกับเธอใน #SneakOut บทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกพร้อมแฟชั่นเซ็ทมันส์ๆจาก BAPE THAILAND

#SneakOut : แชมป์​ นครินทร์ จรูญวิทยา หรือ Maiyarap เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากรายการ The Rapper Season 2

บทสัมภาษณ์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังพยายามค้นหาตัวเอง

#SneakOut : Junior กรวิชญ์​ หนุ่มไซส์เล็กผู้ที่มีสไตล์การแต่งตัวโดดเด่นและน่าติดตามที่สุดคนหนึ่ง

กรวิชญ์​ สูงกิจบูลย์ หรือจูเนียร์ หนุ่มหล่อเสียงดีผู้เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วจากเวทีระดับประเทศอย่าง The Star วันนี้เราจะมาพูดคุยกับเขาในมุมที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยฟังเขาเล่าที่ไหนและอัตเดทผลงานที่บ่งบอกตัวตนของเขาได้ชัดเจนที่สุด

Interview : สัมภาษณ์ Daboyway ถึงเพลงใหม่ล่าสุด และความคืบหน้าของ Album เดี่ยวแรกของเขา ภายใต้สังกัด Def Jam Thailand

Daboyway หนึ่งในสมาชิกวงฮิปฮอปสุดเก๋าอย่าง Thaitanium กำลังจะมี Album เดี่ยวแรกของตัวเองภายใต้สังกัด Def Jam Thailand แห่ง Universal Music Group ซึ่งเป็นค่ายที่อยู่เบื้องหลังและมีศิลปิน hip hop ร่วมสังกัดอยู่มากมาย อาทิเช่น Kanye West, Nas, YG, Pusha T, Fabolous วันนึงเราจึงขอนัดคุยกับ Daboyway เพื่อพูดถึงเรื่องเพลงใหม่ล่าสุด รวมถึงบทบาทอื่นๆในวงการ hip hop ที่กำลังจะเกิดขึ้นของเขา

#SneakOut : มุมมองและความรู้สึกที่มีต่อวงการฮิปฮอปในยุคปัจจุบันผ่านสายตาของ Khan Thaitanium

#SneakOut วันนี้จะพาคุณมาพูดคุยถึงความรู้สึกและมุมมองต่อวงการฮิปฮอปของบ้านเราในปัจจุบัน กับหนึ่งในแร็ปเปอร์มากฝีมือลำดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “ขันเงิน เนื้อนวล” แร็ปเปอร์หนุ่มแห่งวง Thaitanium ผู้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการฮิปฮอปไทยนับตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจวบจนถึงทุกวันนี้

About

เว็บไซต์ SneakTheStreet ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับ รองเท้าผ้าใบ, เครื่องแต่งกาย, ศิลปะ, ดนตรี และบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการอัพเดตข่าวสารและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับแฟชั่น และกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมสตีทมากขึ้น ดังนั้น SneakTheStreet จึงเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่เป็นทั้งบทความและข่าวสารเกี่ยวกับวงการแฟชั่นทั่วโลก

Subscribe our newsletter