#SneakOut : ทำความรู้จักกับสไตล์ของ “ซัน สมายล์คลับ” แฮร์สไตล์ลิสแถวหน้าของเมืองไทย

บทสัมภาษณ์ “ซัน เมธัส” หัวเรือใหญ่ของ Smile Club ร้านตัดผมสุดแนวของเมืองไทย ซึ่งนอกจากมีฝีไม้ลายมือการตัดผมที่ไม่เป็นสองรองใครแล้ว เขายังเป็นบุคคลที่มีสไตล์การแต่งกายที่ค่อนข้างน่าสนใจ จนเรียกได้ว่าเป็นแฟชั่นไอคอนคนหนึ่งของเมืองไทยตอนนี้เลยก็ว่าได้

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักร้าน Smile Club ร้านตัดผมสุดแหวกแนวที่ตกแต่งร้านด้วยสไตล์ร้านอาหารอเมริกันสไตลด์ไดเนอร์แบบย้อนยุค ซึ่งถูกประดับด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจให้ความรู้สึกแตกต่างจากร้านตัดผมทั่วไปโดยสินเชิงเมื่อคุณก้าวเข้ามาในร้านของเขา รวมไปถึงยังมี Pop-Up Shop อยู่บนโรงหนังลิโด้ซึ่งถูกตกแต่งสไตล์ไทยๆ ชวนให้นึกถึงร้านตัดผมในวัยเด็กที่ทุกคนเคยใช้บริการ

นอกจากร้าน Smile Club จะมีการตกแต่งร้านที่ฉีกรูปแบบของร้านทั่วไปที่เรารู้จักแล้ว ช่างตัดผมและพนักงานเกือบทุกคนของล้วนแต่งตัวจัดจ้านไม่แพ้กัน โดยเฉพาะหัวเรือใหญ่อย่าง “ซัน เมธัส” ผู้ร่วมก่อตั้งร้าน Smile Club ซึ่งนอกจากมีฝีไม้ลายมือการตัดผมที่ไม่เป็นสองรองใครแล้ว เขายังเป็นบุคคลที่มีสไตล์การแต่งกายที่ค่อนข้างน่าสนใจ จนเรียกได้ว่าเป็นแฟชั่นไอคอนคนหนึ่งของเมืองไทยตอนนี้เลยก็ว่าได้

“อาชีพช่างทำผมกับแฟชั่นเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้” นั่นคือคำพูดที่ “ซัน สมายล์คลับ” กล่าวซ้ำกับเรานับครั้งไม่ถ้วนในบทสนทนาวันนั้น หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือคำพูดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้ไปพูดคุยกับเขาต่างหาก

เชื่อว่าหลายคนน่าจะจดจำภาพของคุณได้ในฐานะช่างตัดผมที่แต่งตัวจัดมากคนหนึ่ง เพราะอะไรคุณถึงได้ชอบแฟชั่นและการแต่งกาย

ในความรู้สึกของเราคิดว่าเป็นเรื่องปกติของช่างตัดผมที่ทุกคนเคยเห็น นึกออกใช่ไหมว่าช่างตัดผมส่วนใหญ่เขาจะแต่งตัวเยอะ ทำสีผมแปลกๆ เป็นอาชีพที่ชอบแต่งตัวโอเวอร์อลังการ ซึ่งเราก็เป็นแบบนั้นหมือนกับช่างตัดผมคนอื่นๆ เพียงแต่มีสไตล์ในแบบของตัวเราเท่านั้นเอง

แสดงว่าเริ่มชอบการแต่งกายก่อนมาเป็นช่างตัดผม ?

ใช่ครับ ชีวิตนี้เรามีความสนใจอยู่ไม่กี่เรื่องเช่น แฟชั่น มอเตอร์ไซค์ แล้วพักหลังมานี่เริ่มมาชอบเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านมากขึ้น คือเราเริ่มแต่งตัวเพราะอยากเท่ และคิดว่าทุกคนก็น่าจะมีความอยากนี้เหมือนกัน อะไรที่เขาฮิตกันเราก็อยากมีอยากใส่ แต่ถ้าให้พูดถึงจุดเริ่มแรกที่หันมาแต่งตัวจริงจังน่าจะเป็นช่วงที่เราซื้อมอเตอร์ไซค์คันแรกในชีวิตนั่นคือ Vespa 64 ตอนนั้นเพิ่งอายุ 17 ซึ่งพอเราได้สัมผัสกับรถที่สวยงามคลาสสิคและแตกต่างจากคนอื่น ทำให้เราเริ่มมองหาแต่สิ่งที่คล้ายคลึงกับความชอบของเรามากยิ่งขึ้น ซึ่งความชอบมอเตอร์ไซค์ของเราก็เริ่มพาให้เราได้ไปศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวของมัน และซึมซับเรื่องการแต่งตัวประมาณว่าถ้าขี่รถแบบนี้ต้องแต่งตัวแบบไหนถึงจะเข้ากับรถ ทำให้เมื่อเราโตขึ้นก็ยังมีความชอบของเก่าของวินเทจอยู่ อย่างร้านของเราก็ตกแต่งด้วยการรวบรวมสิ่งของที่เราชอบซึ่งเคยผ่านเข้ามาในชีวิต

จนถึงทุกวันนี้สไตล์ของเรามีพัฒนาการอย่างไรบ้าง

ช่วงแรกเราแต่งมั่วไปหมดเลย อะไรที่เขาฮิตกันก็หามาใส่ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ตามวัยวุฒิและเวลาคือเรามองว่าเรื่องการแต่งตัวนี่มันเกี่ยวกับอายุและหน้าที่การงานด้วยนะ คือถ้าเราชอบแต่งตัวก็ต้องลองไปเรื่อยๆ หลากหลายแนว และสักวันหนึ่งก็จะเจออะไรที่มันเริ่มเข้ากับตัวเอง

แล้วคิดว่าตอนนี้สไตล์ของเราเริ่มลงตัวแล้วหรือยัง ?

ตอนนี้คิดว่าเริ่มลงตัวแล้วนะ ส่วนหนึ่งที่ทำให้มั่นใจแบบนั้นคือเรื่องอาชีพการงานของเราที่มั่นคง เราทำงานมีเงินสามารถเลี้ยงชีพตัวเองได้ เราจึงสามารถใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเองต้องการได้ การแต่งตัวของเราเลยไม่ได้มองว่าจะต้องแต่งตามแฟชั่น คือเราอยากแต่งแบบไหนก็แต่งไปตามอารมณ์ อาชีพของเรามันควบคู่กับแฟชั่นอยู่แล้ว ส่งผลให้เราได้แต่งตัวในแบบไหนก็ได้ที่ต้องการ

การแต่งการที่ดีมีผลต่อหน้าที่การงานของเราไหม

เกี่ยวครับ มีผลค่อนข้างมากเลย เพราะเราเป็นช่างตัดผมหน้าที่ของเราคือต้องคอยดูแลเรื่องผมและภาพลักษณ์ให้แก่ลูกค้า ดังนั้นเราต้องดูแลตัวเองด้วยเช่นกัน เพื่อให้ลูกค่ามั่นใจว่าเรามีสไตล์และคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน ส่งผลให้เขาอยากมาตัดผมกับเรามากขึ้น อย่างที่บอกว่าอาชีพช่างทำผมกับแฟชั่นมันเป็นสิ่งที่ควบคู่กัน และคิดว่าเราอาจจะต้องแต่งตัวไปจนแก่นั่นแหละ

ปกติอัพเดทเทรนด์จากไหน

จากทุกคนที่อยู่รอบตัวเลยครับ ส่วนมากก็ตาม Instagram เพราะมันเป็นอะไรที่เร็วและเข้าถึงทุกคนหมด บวกกับเราเป็นคนช่างสังเกตุเวลาขึ้นรถไฟฟ้าเห็นใครแต่งตัวดีก็ชอบมอง เวลาเราไปวิ่งเห็นคนแต่งตัวแนวสปอร์ตก็ชอบมองเพราะมันก็เท่ไปอีกแบบหนึ่ง คือเราได้แรงบันดาลใจจากทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวทั้งหมด และทุกวันนี้โลกแฟชั่นก็มีอิสระในการแต่งกายมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

แล้วเรื่องดนตรีมีผลต่อการแต่งกายของคุณมากแค่ไหน เพราะสไตล์ของคุณซันจะมีความเป็นพั้งค์และชอบใส่เสื้อทัวร์ของวงดนตรีต่างๆด้วย

ดนตรีมีผลค่อนข้างน้อยนะ เพราะเราเป็นคนฟังเพลงแต่ไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับดนตรีมาก เพลงไหนเพราะเราก็ชอบหมด เราไม่ได้ลงลึกหรือหาเหตุผลอะไรของดนตรีมากเท่ากับเรื่องงาน เหมือนเวลาเราชอบเสื้อสักตัวเราก็ซื้อเพราะมันสวยเหตุผลก็จบแค่นั้น อย่างเรามีเสื้อวงดนตรีหรือเสื้อทัวร์อยู่เยอะแต่เราคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องฟังเพลงของพวกเขาหรือรู้จักทั้งหมด เรามองอีกมุมหนึ่งคือเราชอบเพราะลายกราฟิก และดีไซน์ของมันมากกว่า เพราะเราชอบเสพวัสดุและการออกแบบมากกว่าเรื่องราวของเสื้อเหล่านั้น

เคยได้ยินมาเหมือนกันนะพวกที่ชอบถามว่าใส่เสื้อวงนี้แล้วเคยฟังเพลงเขาหรือเปล่า คือเรามองว่ามันไม่เกี่ยวกันเลย โลกแฟชั่นทุกวันนี้มันเป็นอิสระแล้วไม่มีอะไรมากำหนดว่าคุณฟังเพลงพั้งค์ต้องแต่งแบบนี้ หรือคุณฟังฮิปฮอปต้องแต่งแบบนั้น โลกมันเดินทางมาถึงจุดที่เรามองว่าเรื่องเหล่านี้ไม่สำคัญแล้ว มันเป็นเรื่องของการ mix & match แต่ละบุคคลมากกว่า คนอยากจะพูดอะไรก็ปล่อยเขาไป

ถ้าให้คุณลองนิยามสไตล์ของตัวเอง

ไทยสไตล์ครับ ทำไมถึงเป็นไทยสไตล์เพราะเราอยู่เมืองไทยอากาศร้อนเราเลยชอบใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืด เนื่องจากเหมาะสมกับสภาพอากาศบ้านเรา เลยกลายเป็นคาแรคเตอร์ที่คนทั่วไปเห็นแล้วก็จำได้ว่าซันต้องแต่งตัวประมาณนี้ คือเราแต่งตัวก็ต้องดูตามความเหมาะสมกาลเทศะด้วย ถ้าออกงานหรืออะไรก็จะแต่งอีกแบบ แต่ส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันก็จะพยายามเน้นอะไรที่ใส่แล้วไม่ร้อนมากกว่า

อะไรที่ทำให้คุณมีความมั่นใจในการแต่งตัวทุกวัน

คิดว่าอาชีพเป็นส่วนสำคัญเลยนะ สมมติว่าหากเราไม่ได้เป็นช่างตัดผมแล้วทำงานปกติทั่วไป เราคงไม่มีโอกาสแต่งตัวจริงจังแบบนี้ให้ทุกคนได้เห็น เชื่อว่าทุกคนก็อยากแต่งตัวให้ดูดี แต่เราทำได้เพราะว่าอาชีพค่อนข้างอิสระเลยจัดเต็มได้มากกว่าคนอื่น บวกกับเราสนุกไปกับการแต่งตัวอยู่แล้วเพราะมองว่าคือสีสันของโลกใบนี้ เหมือนเวลาเรามองรถสวยๆ หรือสถานที่สวยๆ นั่นแหละ

ให้ความสำคัญกับไอเท็มชิ้นไหนมากที่สุด

ที่จริงให้ความสำคัญกับทุกชิ้นนะ คือเมื่อก่อนเคยซื้อไอเท็มที่คิดว่าเป็นที่เด็ดมาเพื่อเก็บไว้สำหรับใส่ในโอกาสพิเศษจริงๆ แต่พอคิดแบบนั้นแล้วสุดท้ายก็ไม่มีโอกาสได้ใส่ เดี๋ยวนี้เลยเปลี่ยนความคิดและพยายามใส่ให้บ่อยครั้งมากที่สุด เพราะอย่างน้อยเราซื้อของมาก็ควรมีโอกาสได้ใช้ ดังนั้นเลยให้ความสำคัญกับทุกชิ้นเลยทั้งเสื้อ กางเกง รองเท้า แต่หลักๆแล้วคงเป็นขาสั้นที่เราใส่บ่อยมากจนถ้าเมื่อไรเราใส่ขายาวจะมีคนทักว่าแปลกไป

ในตู้เสื้อผ้าของคุณมีอะไรมากที่สุด

เสื้อยืดครับ มีเสื้อยืดเยอะมากเพราะสะสมมานานแล้ว อย่างที่บอกว่าเมืองไทยอากาศมันร้อน ทำให้เราสนใจเสื้อยืดและศึกษาอย่างจริงจังเรียกว่ามีแทบทุกแบบ ส่วนชิ้นอื่นเราก็เก็บสะสมเหมือนกันนะ แต่ส่วนมากเราจะสะสมของวินเทจ แถบทุกอย่างจะเป็นวินเทจทั้งหมดเลย ถ้าเทียบเป็นสัดส่วนก็เป็นประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของเสื้อผ้าทั้งหมดที่เรามี

หลงเสน่ห์อะไรของวินเทจ

เรื่องของความเซอร์ไพรส์ของงานดีไซน์ ที่เราไม่คิดว่ามันจะมีโอกาสได้เห็นหรือพบเจอ อย่างของดีไซน์เนอร์ยุคปัจจุบันที่เขาออกแบบมา หากเราถูกใจเราสามารถเดินเข้าไปซื้อในช็อปได้เลย แต่ของวินเทจนั้นทำไม่ได้คือต้องอาศัยโชคชะตาด้วย ทำให้มีเสน่ห์ตรงความไม่ซ้ำใครเวลาใส่

เทคนิคการ mix & match เสื้อผ้าวินเทจเข้ากับเครื่องแต่งกายยุคใหม่

วิธีง่ายๆเลยคือทำอย่างไรก็ได้ให้มันเข้ากับตัวเรามากที่สุด คือไม่เกี่ยวว่ามันเป็นของวินเทจหรือของใหม่ สมมติเราอยากใส่เสื้อสักตัว เราก็ต้องไปหากางเกงกับรองเท้าให้มันเข้าชุดกัน ให้มันแมทช์กับที่เรามีอยู่แค่นั้นเอง ไม่ได้มีความพิเศษอะไร อาจจะมีทริคง่ายๆ สำหรับคนที่อยากเริ่มแต่งตัว ตือมองหาไอเท็มที่อยากใส่สักชิ้นในแต่ละวันเป็นหลัก หลังจากนั้นค่อยหาอย่างอื่นมาใส่ให้เข้ากับไอเท็มชิ้นนั้น ไม่จำเป็นต้องมาคิดทั้งหมดว่าเราจะใส่อะไร

รู้สึกอย่างไรกับกระแสสตรีทแวร์ในปัจจุบัน

เมื่อก่อนสตรีทแฟชั่นเคยมีข้อจำกัดความว่าแนวสตรีทต้องแต่งตัวแบบไหน แต่ปัจจุบันแฟชั่นได้ผสมผสานกันจนมั่วไปหมด และกลายเป็นสไตล์ของทุกคนที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเจอบนถนน บนรถไฟฟ้า สตรีทแฟชั่นกลายเป็นอะไรก็ได้ การไม่มีคำจำกัดความทำให้เราสนุกกับการแต่งตัวมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนเราชอบฟังเพลงฮิปฮอปแต่ก็ไม่กล้าแต่งตัวเพราะเราไม่ใช่ฮิปฮอปตัวจริงซึ่งเราก็จะรู้สึกเขินๆ แต่เดี๋ยวนี้คืออยากแต่งแบบไหนก็ใส่เลยแค่เลือกให้เหมาะสมกับตัวเราและสถานที่ก็พอ

หากพูดถึงแบรนด์สตรีทยุคแรกอย่าง BAPE คุณมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับแบรนด์นี้

สำหรับ BAPE คิดว่าทุกคนน่าจะรู้จักกันดีิอยู่แล้ว เพราะอยู่คู่กับวงการมาได้ยาวนานขนาดนี้แปลว่าต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ซึ่งเป็นโชคดีของเมืองไทยที่มีร้านของ BAPE ในบ้านเราด้วย อาจจะเป็นเพราะประเทศเราพัฒนาขึ้น เลยมีนักธุรกิจยุคใหม่กล้าลงทุนเกี่ยวกับแฟชั่นมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อวงการแฟชั่นบ้านเรา สมมติว่าคุณอยากรู้จัก BAPE คุณสามารถเข้าไปเสพอารมณ์ของแบรนด์ได้ง่ายขึ้นเพียงเข้าไปในช็อป ซึ่งคุณก็จะรู้จักและเข้าใจความเป็นแบรนด์ของเขามากขึ้น

อยากฝากอะไรถึงคนที่ติดตามคุณหรืออยากหันมาแต่งตัวแบบคุณซัน

หลักๆเลยคือคุณต้องตั้งใจทำงานก่อน พอมีงานที่ดีคุณก็จะมีเงิน พอมีเงินก็สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้ คือเราควรจะต้องเริ่มจากมีชีวิตที่ดีและงานที่มั่นคงก่อนเป็นอันดับแรก และหลังจากนั้นคุณค่อยใช้จ่ายให้ความสุขกับตัวเอง อย่ากลายเป็นคนที่แต่งตัวแต่ไม่เอาไหนใช้ชีวิตไปวันๆ  เพราะเชื่อว่าคนไทยหลายคนมักจะมีทัศนคติในแง่ลบเวลาเห็นคนแต่งตัวจัดๆ ซึ่งเราต้องเอาผลงานลบคำครหาเหล่านี้ให้ได้ และพยายามบาลานซ์ระหว่างเรื่องงานและสไตล์ของเราให้ควบคู่กันไป

ขอขอบคุณเสื้อผ้าจาก BAPE Store Bangkok
สอบถามรายละเอียดสินค้าหรือเป็นเจ้าของได้ที่

BAPE Store Bangkok
ห้างสรรพสินค้า The EmQuartier, Unit MC07, M Floor.
FB: BAPE Thailand
IG : bapethailand
Tel. +662-033-6640

Text by Farfar | Photo by Ballisticone

You may also like
featured on Sneak
The Process : 15 ปีที่อุทิศให้กับดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ของ KINGKONG / MARMOSETS

อะไรในดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำให้ปอนด์ (กฤษฎา วดีศิริศักดิ์) หรือ ที่เรารู้จักกันในนามว่าดีเจ Kingkong / Marmosets หลงใหล และใช้ชีวิตอยู่กับดนตรีแขนงนี้ได้ยาวนานกว่า 15 ปี? นอกจากจะเป็นดีเจที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ Heineken Dj Spin ปี 2006 แล้วเขายังเป็น Producer เจ้าของค่าย Zoo Studio รวมถึงล่าสุดกับตำแหน่ง A&R ของ Warner Music

BAPE THAILAND เปิดตัวเว็บไซต์นำสินค้ามาลดราคาสูงสุดถึง 40%

ถ้าใครเคยไป BAPE Pirate Store ที่ฮ่องกงหรือญี่ปุ่น คงพอจะนึกถึงบรรยากาศที่คุณจะได้เป็นเจ้าของสินค้าของ BAPE ในราคาพิเศษ (ซึ่งปกติแล้วแบรนด์นี้แทบจะไม่ลดราคาเลย ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็ตาม ไม่ต่างกับแบรนด์เนม)

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey
พบกับอีกหนึ่งมิติใหม่ของ Lifestyle ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์แบบไม่รู้จบ

A BATHING APE POP UP STORE @SIAMDISCOVERY

ครั้งแรกกับที่แบรนด์สตรีทระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น A Bathing Ape หรือว่า BAPE® ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบของ Pop Up Store ใจกลางกรุงเทพฯ

#COPTHATKICKS : Stella McCartney X Adidas Stan Smith Sneakers รองเท้าผ้าใบที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

เมื่อ Stella McCartney ร่วมมือกับ Adidas หยิบรองเท้ารุ่น Iconic ของแบรนด์มาปัดฝุ่นใส่เทคโนโลยีในการตัดเย็บด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแบบฉบับของแบรนด์ Stella McCartney ที่ปราศจากการใช้หนังสัตว์อย่างสิ้นเชิงในรองเท้ารุ่นนี้

#SneakOut : Benjamin Joeseph Varney หนุ่มลูกครึ่งมาดเซอร์กับ fashion set หน้าหนาว

พบกับบทสัมภาษณ์นักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี พร้อมชม Fashion Set ต้อนรับอากาศเย็น กับหนุ่ม เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี

ครั้งแรกในไทยกับงานเปิดตัว Installation Art สุดล้ำ SORAYAMA Space Park by AMKK AT Central Embassy

ครั้งแรกในเมืองไทยและเป็นที่แรกของโลก กับการคอลแลปส์ของสองศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกัน แต่สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

#SneakOut: ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ สาวลุคเท่ห์ที่โด่งดังจากโลกออนไลน์มาสู่นักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้

มาทำความรู้จักกับเธอใน #SneakOut บทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกพร้อมแฟชั่นเซ็ทมันส์ๆจาก BAPE THAILAND

#SneakOut : แชมป์​ นครินทร์ จรูญวิทยา หรือ Maiyarap เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากรายการ The Rapper Season 2

บทสัมภาษณ์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังพยายามค้นหาตัวเอง

#SneakOut : Junior กรวิชญ์​ หนุ่มไซส์เล็กผู้ที่มีสไตล์การแต่งตัวโดดเด่นและน่าติดตามที่สุดคนหนึ่ง

กรวิชญ์​ สูงกิจบูลย์ หรือจูเนียร์ หนุ่มหล่อเสียงดีผู้เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วจากเวทีระดับประเทศอย่าง The Star วันนี้เราจะมาพูดคุยกับเขาในมุมที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยฟังเขาเล่าที่ไหนและอัตเดทผลงานที่บ่งบอกตัวตนของเขาได้ชัดเจนที่สุด

About

เว็บไซต์ SneakTheStreet ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับ รองเท้าผ้าใบ, เครื่องแต่งกาย, ศิลปะ, ดนตรี และบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการอัพเดตข่าวสารและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับแฟชั่น และกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมสตีทมากขึ้น ดังนั้น SneakTheStreet จึงเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่เป็นทั้งบทความและข่าวสารเกี่ยวกับวงการแฟชั่นทั่วโลก

Subscribe our newsletter