#SneakOut : “Pok Mindset” กับบทพิสูจน์ตัวเองในฐานะศิลปินและชีวิตที่ต้องเลือกระหว่างความฝันหรือธุรกิจของครอบครัว

#SneakOut วันนี้จะขอนำคุณไปพูดคุยกับ “ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์” หรือที่พวกเราคุ้นเคยกันดีภายใต้ชื่อ “ป๊อก Mindset” แร็ปเปอร์หนุ่มผู้เป็นหนึ่งในโปรดิวเซอร์จากรายการ SHOW ME THE MONEY THAILAND และยังมีดีกรีเป็นถึงทายาทตระกูลอภิมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ซึ่งเขาจะมาเปิดเผยเบื้องลึกและเบื้องหลังความสำเร็จบนเส้นทางสายดนตรีที่ไม่เคยพูดถึงที่ไหนมาก่อน

#SneakOut ขอชวนคุณมาพูดคุยและทำความรู้จักกับ “ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์” หรือ “ป๊อก Mindset” แร็ปเปอร์หนุ่มรูปหล่อและเป็นแฟนหนุ่มของนักแสดงสาว “มาร์กี้ ราศรี” ผู้มีดีกรีเป็นถึงทายาทตระกูลอภิมหาเศรษฐีของเมืองไทย แต่กลับเลือกเส้นทางเดินชีวิตที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่ทางครอบครัวได้วางไว้ให้ ด้วยความหลงใหลในวัฒนธรรมและเสียงดนตรีแนวฮิปฮอป ทำให้แร็ปเปอร์หนุ่มเลือกที่จะต้องหาสมดุลย์ให้กับชีวิตให้อยู่กึ่งกลางระหว่างการทำในสิ่งที่ตนรักและการดูแลธุรกิจของครอบครัวไปพร้อมกัน

ท่ามกลางคำทักท้วงของคนในครอบครัวและคำเย้ยหยันจากสังคมที่มองว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นแค่งานอดิเรกของลูกคนรวย ซึ่งทุกวันนี้เขาก็พิสูจน์ตัวเองให้พวกเราได้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันการจากความรักในดนตรีฮิปฮอปอย่างแท้จริง และความเป็นทายาทของตระกูลที่ร่ำรวยก็ไม่ได้สร้างความพิเศษให้เขาเหนือกว่าผู้อื่นเลยบนถนนสายนี้ และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเขาจนกลายมาเป็น “ป๊อก Mindset” ที่เรารู้จักกันในวันนี้

เมื่อไรที่คุณเริ่มรู้สึกตัวว่าหลงใหลในเสียงดนตรีแนวฮิปฮอป

น่าจะเริ่มจากที่ผมได้มีโอกาสไปเรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คือตอนอยู่เมืองไทยผมก็พอเล่นดนตรีได้อยู่แล้วนะครับ แต่เป็นเพลงแนวป๊อบร็อคทั่วไปแบบที่นักเรียนไทยเขาฟังกัน จนกระทั่งไปอยู่ที่อเมริกาทุกคนที่นั่นเขาฟังเพลงฮิปฮอปกันหมด ไม่ว่าจะเปิดวิทยุหรือโทรทัศน์ก็เจอแต่ฮิปฮอป เราเลยเริ่มซึมซับวัฒนธรรมและอยากลองทำเพลงแนวนี้ดูบ้าง ผมเลยตัดสินใจเริ่มเก็บเงินจากที่คุณพ่อส่งมาให้ใช้ในแต่ละเดือนรวมถึงเงินที่ได้จากงานพิเศษเวลากลับมาทำงานที่เมืองไทยเพื่อไปซื้อเครื่อง Audio interface กับ Macbook มาใช้กับโปรแกรมฟรีที่แถมมากับเครื่องลองฝึกทำเพลงเป็นงานอดิเรก

หลังจากนั้นผมก็ทดลองทำเพลงด้วยตัวเองไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดที่เราไม่สามารถเดินทางกลับบ้านได้เหมือนนักเรียนคนอื่น และนักเรียนที่อยู่โรงเรียนกับเราในช่วงวันหยุดส่วนใหญก็จะเป็นพวกเด็กผิวสีซึ่งเป็นนักกีฬาทุนของโรงเรียนที่เขาไม่ได้กลับบ้านเหมือนกัน จนวันหนึ่งเขาได้ยินเสียงเพลงที่ผมทำเลยเดินมาเคาะประตูห้องถามว่าผมทำอะไร พอเห็นว่าเราทำเพลงเขาก็เลยลองแร็ปบนบีทที่ผมทำแล้วชวนให้อัดเพลงกัน จากนั้นผมเลยเริ่มฝึกเขียนเพลงแร็ปแล้วทำเพลงของตัวเองบ้าง แต่ไม่เคยปล่อยเพลงให้ใครฟังนอกจากเพื่อนสนิท ซึ่งเพื่อนเหล่านั้นเขาก็แอบเอาเพลงที่ผมส่งให้เพื่อนของเขาอีกที จนพักหลังมีคนเดินเข้ามาบอกว่าชอบเพลงที่ผมทำนะ ซึ่งผมไม่เคยคิดเลยในตอนนั้นว่าสิ่งที่เราทำเล่นๆ และออกมาจากหัวของเราจะมีคนชอบและชื่นชมแบบนี้ ซึ่งผมรู้สึกดีใจมากและอยากผลักดันให้ตัวเองทำให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ทางครอบครัวเขารู้และสนับสนุนคุณในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน

ตอนช่วงที่กำลังจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยคุณพ่อผมเขาเปิดโอกาสให้เลือกเรียนอะไรก็ได้แบบอิสระ ซึ่งผมรู้สึกดีใจมากเพราะเราเข้าใจว่าการเป็นครอบครัวคนจีนเราไม่มีสิทธิเลือกอะไรมากขนาดนั้น ผมเลยบอกพ่อไปว่าผมตัดสินใจจะเรียนดนตรีต่อที่ Berklee ซึ่งเป็นสถาบันสอนดนตรีระดับโลกที่อยู่ในเมืองบอสตันที่ผมอาศัยอยู่ พอคุณพ่อรู้เข้าก็ถึงกับช็อคและบอกว่าจะเรียนอะไรก็ได้แต่ต้องไม่ใช่ดนตรี ซึ่งท่านก็ให้เหตุผลว่าถ้าเกิดเราไปเรียนดนตรีแล้วกลับมาไม่ได้ทำดนตรีเหมือนที่เรียนเราจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิต ผมเลยต้องกลับมานั่งคิดใหม่ว่าจะเรียนอะไร ซึ่งพูดตรงๆ เลยว่าผมคิดไม่ออกเพราะถ้าจะให้ไปเรียนบัญชีหรือวิทยาศาสตร์ผมก็ไม่ชอบอะไรแบบนั้น เลยตัดสินใจเลือกเรียนเศรษฐศาสตร์เพราะคิดว่ามันค่อนข้างเป็นกลางที่สุดและสามารถไปทำอะไรต่ออะไรก็ได้ แต่วิชาเลือกเสรีของผมจะลงเป็นดนตรีทั้งหมดเลยถึงแม้ไม่ได้เรียนเป็นวิชาหลักแต่ของให้ได้เรียนในสิ่งที่รักบ้างก็ยังดี

ผมไม่เคยลืมบุญคุณของครอบครัวที่พยายามส่งเสียเราให้มีการศึกษาที่ดีและอยู่ในสังคมที่ดี ถึงผมจะเกิดมามามีความชอบที่แตกต่างจากเขา เพราะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนจากหลายร้อยคนในตระกูลที่อยู่นอกกรอบที่เขาวางไว้ แต่ผมยังโชคดีที่ทางบ้านผมเข้าใจในสิ่งที่ผมเป็น โดยเฉพาะคุณพ่อและคุณแม่เข้าใจ เพราะผมเหมือนเป็นลูกครึ่งที่ได้ความเป็นศิลปินมาจากฝั่งแม่และได้ความเป็นนักธุรกิจมาจากคุณพ่อ มันเลยมีสองสิ่งที่ตรงกันข้ามมาผสมผสานกันอยู่ในตัวผม และผมมองว่ามันเป็นสิ่งที่ดีและควรภูมิใจ เพราะเราไม่ได้เลือกเกิดได้แต่เราควรจะเห็นคุณค่าและทำมันให้ดีที่สุด

ถึงทางบ้านจะไม่สนับสนุนมากเท่าไรแต่คุณก็ยังคงทำเพลงอยู่เรื่อยๆ

ผมยังทำเพลงอยู่ตลอดเวลาครับ แต่ไม่เคยปล่อยให้ใครฟังเลย จนเพลงแรกที่ปล่อยใน youtube คือเพลง “ชื่ออะไร” ซึ่งเพลงนั้นเราก็ได้ให้เพื่อนมาช่วยถ่ายทำมิวสิควิดีโดยในนั้นแทบจะไม่เห็นหน้าผมเลย เพราะผมไม่อยากให้ใครรู้ว่าผมทำเพลงแต่ผมทำเพราะมันเป็นความชอบส่วนตัวจริงๆ ซึ่งก็มีหลายคนมาบอกว่าไหนๆ ก็ทำแล้วจะเก็บไว้ดูคนเดียวทำไมผมเลยตัดสินใจลงใน youtube ไป ซึ่งเพลงนี้ก็ได้รับความสนใจพอสมควร ทุกวันนี้เวลาไปเล่นคอนเสิร์ตก็ยังมีคนตะโกนขึ้นมาขอให้เล่นเพลงนี้อยู่บ้าง ซึ่งผมก็ตกใจนะเพราะเป็นเพลงเก่าตั้งแต่สมัยเด็กเลยแต่ยังมีคนจำได้

 

หลังจากนั้นคุณกลายมาเป็นศิลปินในสังกัด Thaitanium Entertainment ได้อย่างไร

หลังจากปล่อยเพลงออกไปผมก็มีโอกาสได้มาเจอกับพี่ขันเงิน ซึ่งเขาก็เดินเข้ามาถามผมว่านี่ผมทำเพลงจริงจังหรือเปล่า ซึ่งเราก็พอจะเดาได้ว่าเขามาพูดชวนเราแบบอ้อมๆ แต่เราไม่อยากที่จะคิดเข้าข้างตัวเอง เลยตอบกลับไปว่าผมทำเพลงแค่สนุกๆ เพราะยังต้องคอยช่วยทำงานที่บ้านด้วย แต่หลังจากนั้นผมก็ยังทำเพลงต่อไปเรื่อยๆ จนมาถึงเพลง “Tat it Up” ซึ่งเป็นเพลงที่สองที่ปล่อยลง youtube  และปีถัดมาผมก็มาเจอกับพี่ขันเงินอีกครั้งและถามแบบเดิมเลย ซึ่งผมครั้งนี้ผมคิดแล้วว่านี่เราคงไม่ได้เข้าข้างตัวเองแล้ว ผมเลยตอบกลับไปว่าผมขอกลับไปคิดก่อนว่าจะบอกพ่ออย่างไรดี เพราะถือเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นบ่อยๆ

ตอนนั้นคุณกลับไปบอกกับที่บ้านว่าอะไร

ผมตัดสินใจบอกกับที่บ้านว่าถึงเวลาแล้วที่จะไปเรียนต่อปริญญาโท ซึ่งพอเอาเข้าจริงผมคิดว่าถ้าผมเลือกที่จะทำงานเหมือนเดิมควบคู่กับการทำเพลงยังน่าจะง่ายกว่าการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยเลย แต่ผมก็พยายามอัดเพลงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วระหว่างนั้นก็เริ่มมีทัวร์บ้างแต่เป็นงานฟรีหมดเลย สมัยก่อนที่ทำเพลงพูดตรงๆ เลยว่ามีแต่เสียไม่เคยได้เลย ไม่เหมือนเด็กสมัยนี้ที่มีพื้นที่เปิดรับแล้ว สมัยผมนี่ต้องเล่นฟรีมาตั้งไม่รู้เท่าไร ต้องลงทุนกับอุปกรณ์ที่จะมาอัดเพลงต้องใช้เงินไปเท่าไร ซึ่งถือว่าเป็นโชคดีของเด็กยุคนี้

ผมยังจำเวทีแรกของที่ขึ้นแสดงได้เลยคืองาน “เสม็ดบีชเฟสติวัล” ซึ่งเป็นงานที่ใหญ่มากสำหรับผม ตอนนั้นผมเดินขึ้นเวทีไปโชว์คนเดียว ยังจำความรู้สึกได้ดีเลยว่าผมขาสั่นตั้งแต่ต้นยันจบโชว์ ขนาดเดินลงเวทีมาแล้วขายังสั่นอยู่เลย แต่ก็นับเป็นสิ่งที่ดีเพราะหลังจากนั้นผมก็ไม่เคยสั่นเวลาขึ้นเวทีที่ไหนอีกเลย

คุณเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกลายมาเป็นศิลปินเต็มตัวตั้งแต่เมื่อไร

ผมคิดว่าน่าจะไม่นานมานี้เองนะ ช่วงก่อนที่จะเข้ามาเป็นโปรดิวเซอร์ในรายการ SHOW ME THE MONEY เพราะก่อนหน้านี้ชอบมีคนมาพูดกับผมประมาณว่า “มึงก็แค่ลูกคนรวยที่มาร้องเพลงแร็ป” ซึ่งคำประมาณนี้ก็ถูกนำไปใช้ในรายการด้วยนะ แต่พอผมลองมานั่งคิดดูแล้วก็ไม่รู้จะตอบโต้ไปทำไม เพราะมันคือความจริงเราไม่ได้เลือกที่จะเกิดมาแบบนี้ ซึ่งคนทั่วไปอาจจะไม่รู้ด้วยว่าผมไม่เคยขอเงินทางบ้านเลยมาเป็นสิบปีแล้ว จะเรียกว่าอยากพิสูจน์ตัวเองก็ได้แต่ผมรู้สึกว่าในเมื่อเราเลือกที่จะอยู่กับสิ่งที่รักแล้วเราก็ต้องเอาตัวรอดให้ได้ แต่นับเป็นโชคดีของผมที่มีงานหลายแบบเข้ามา

 

ตอนนี้นอกจากร้องเพลงมีผลงานอะไรบ้าง

ตอนนี้หลักๆ ผมจะมีงานคอนเสิร์ตและทำรายการลงช่อง Mindset TV ซึ่งอย่างหลังนี่กลายมาเป็นธุรกิจหลักของผมตอนนี้เลย เพราะรายการมียอดผู้ชมแต่ละตอนเยอะมาก และเริ่มมีสปอนเซอร์เข้ามามากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจุดขายในรายการคือตัวผมเองกับกี้ที่แต่ละคนก็มีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเองที่แตกต่างกัน และผมว่าการทำรายการนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผมชอบมากที่สุดเลยนะเพราะผมไม่เคยเบื่อกับมันเลย ไม่เหมือนช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ที่ผมต้องเป็นพนักงานออฟฟิศเข้างานตามเวลาปกติ แล้วต้องมานั่งดูเวลาว่าเมื่อไรจะเลิกงานเสียที ผมเชื่อนะว่าถ้าเราคิดแบบนั้นแสดงว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ใช่สำหรับเราแล้ว

การที่คุณเกิดมาในตระกูลมีผลต่องานในวงการบันเทิงของคุณไหม

ผมแอบรู้สึกว่าถ้าไม่ได้ใช้นามสกุล “จิราธิวัฒน์” ผมคงได้รับการยอมรับมากกว่านี้เยอะเลย เพราะเท่าที่ผมสังเกตุมาสังคมไทยมักจะมองคนที่มีอะไรพิเศษหรือมาจากครอบครัวที่รวยในแง่ลบไว้ก่อน เวลาที่ทำอะไรประสบความสำเร็จขึ้นมาเขามักจะไม่ค่อยเปิดรับ เพราะคิดว่าเรามาถึงจุดนี้ได้ด้วยต้นทุนชีวิตที่มากกว่าคนอื่น ซึ่งมันเป็นมุมมองของแต่ละคนที่ผมต้องยอมรับและไม่สามารถปฏิเสธได้ ทุกวันนี้ผมกลับรู้สึกภูมิใจด้วยซ้ำที่ตัวเองมายืนได้ทุกจุดนี้ และมาจากครอบครัวที่คุณพ่อและคุณแม่สร้างไว้ให้

 

เป้าหมายสูงสุดในการทำงานดนตรีของคุณคืออะไร

ทุกวันนี้ผมผมคิดว่ามันมาไกลเกินกว่าเป้าที่วางไว้แล้ว  ผมไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำว่าการทำเพลงจะกลายมาเป็นอาชีพของเราได้ ผมทำเพราะความชอบและสนุกไปกับมัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้ผมคิดว่ามันมาไกลมากแล้ว แค่ได้เล่นบนเวทีใหญ่แบบเทศกาล Big Mountain ผมก็รู้สึกว่าสุดแล้ว ยิ่งช่วงปีหน้าผมมีคิวไปโชว์ที่อังกฤษด้วยจากที่เคยเล่นแต่ในประเทศผมว่าแค่นี้ก็เกินฝันของผมไปมากแล้วครับ

เคยวางแผนไหมว่าจะอยู่บนเส้นทางนี้ไปอีกนานแค่ไหน

เรื่องทำเพลงผมคงทำต่อไปเรื่อยๆ เพราะอย่างที่บอกว่าผมทำแล้วมีความสุขและไม่ได้คิดว่ามันเป็นงานของเราด้วย ส่วนเรื่องงานที่บ้านผมคงตอบไม่ได้เพราะขึ้นอยู่กับอนาคต แต่ทุกวันนี้ผมพยายามกอบโกยจากสิ่งที่ทำอยู่ให้ได้มากที่สุด เพราะผมมีเป้าหมายใหม่หลังจากมีครอบครัวคือการรีไทร์ตัวเองให้เร็วที่สุดเพื่อที่จะได้อยู่กับพวกเขา เพราะวัยเด็กของผมมีเวลาส่วนตัวอยู่กับพ่อน้อยมาก และผมอยากจะเอาเวลาไปสนับสนุนให้ลูกผมทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ สมมุติอยากเล่นสเก็ตบอร์ดผมก็จะสนับสนุนให้เต็มที่เลย อยากเป็นอะไรก็ได้ที่เขามีความสุขและเป็นตัวของเขาจริงๆ เพราะชีวิตคนเราจะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้ ผมเคยมีเพื่อนที่นอนหลับอยู่ดีๆ แล้วไม่ตื่นอีกเลย ผมเลยพยายามใช้เวลาให้เต็มที่กับคนที่เรารักและครอบครัวให้มากที่สุด

 

เชื่อว่าหลายคนน่าจะตกอยู่ในสถานะการณ์ที่ตัวเองมีฝันซึ่งแตกต่างจากสิ่งที่ครอบครัววางไว้ให้เช่นเดียวกับ คุณมีอะไรที่อยากจะแนะนำพวกเขาไหม

ผมคงตอบได้แบบกลางๆ เพราะแต่ละคนเขามีแบ็คกราวน์ที่ไม่เหมือนกัน และผมไม่เคยไปใช้ชีวิตคลุกคลีกับใครจนสามารถตอบแบบเฉพาะเจาะจงได้ แต่สำหรับผมสิ่งที่ดีที่สุดคือหาจุดกึ่งกลางที่ครอบครัวและเราจะมีความสุขกันคนละครึ่งทาง อย่างที่บอกว่าผมไม่เคยลืมบุญคุณของที่บ้านที่ส่งเสียให้ผมจนมีทุกวันนี้ บางคนอาจจะบอกว่าเพราะผมรวยเลยไม่ต้องทำอะไร แต่คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าอุปสรรค์ของแต่ละคนมีมากน้อยแค่ไหน คนที่ไม่มีอะไรอาจจะเป็นคนที่มีความสุขมากที่สุดก็ได้ ดังนั้นเราไม่สามารถเอาอะไรมาตัดสินคนแบบเหมารวมได้

กลับมาที่คำถามผมคิดว่าต้องดูก่อนว่าครอบครัวกับเรามีความเข้าใจกันมากขนาดไหน หน้าที่เราคือทำอะไรก็ได้ให้ทั้งสองฝั่งแฮปปี้ เรายอมกันคนละครึ่งทางน่าจะเป็นจุดที่ดีที่สุด ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราทั้งพ่อแม่ตัวเราเองและญาติพี่น้องให้เราอยู่ด้วยกันแบบมีความสุข

มาต่อกันที่เรื่องสไตล์การแต่งตัว คุณคิดว่าดนตรีฮิปฮอปที่คุณชื่นชอบมันส่งผลต่อสไตล์ของคุณมากแค่ไหน

ผมว่าการแต่งกายสามารถทำให้เราตัดสินคนได้เลยว่าเขาฟังเพลงหรือมีรสนิยมประมาณไหน บางคนอาจจะฟังเพลงหลายแนวทั้ง ฮิปฮอป ร็อค หรือพังค์ แล้วก็มิกซ์กันไป ยิ่งทุกวันนี้แฟชั่นมันเปิดกว้างขึ้นทำให้คนกล้าที่จะแสดงออกในความเป็นตัวเองมากขึ้น

สำหรับผมเริ่มแต่งตัวแนวนี้ตั้งแต่สมัยเรียนที่อเมริกา ซึ่งผมเป็นคนชอบแต่งตัวอยู่แล้วแต่ด้วยทุนทรัพย์ที่มีไม่มากเพราะคุณพ่อผมไม่สนับสนุนการใช้เงินในเรื่องนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รถยนต์ หรือนาฬิกา ท่านจะมองว่าเป็นของฟุ่มเฟือยทำให้ผมไปขอที่บ้านไม่ได้ มันเลยเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมพยายามทำงานเพื่อหาเงินมาใช้ในส่วนนี้ด้วย

มีแบรนด์แฟชั่นไหนที่คุณชื่นชอบเป็นพิเศษหรือไม่

ผมชอบ BAPE นะครับ แต่สิ่งที่ชอบมากจริงๆ ของแบรนด์นี้ไม่ใช่เสื้อผ้า แต่เป็นของเล่นและของสะสมอื่นๆ เพราะผมเป็นคนที่ชอบสะสมของเล่นของประดับบ้านอยู่แล้ว เลยซื้อของประเภทนี้จาก BAPE เก็บไว้อยู่พอสมควรไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือของแต่งบ้านต่างๆ เพราะผมรู้สึกว่าลาย Camo ของแบรนด์นี้มีเอกลักษณ์ และสามารถนำไปตกแต่งบ้านให้มันดูสวยและลงตัวขึ้นได้แบบที่อธิบายไม่ถูก

 

สุดท้ายนี้คุณมีผลงานอะไรอยากจะฝากถึงแฟนๆ ที่กำลังติดตามอ่านบทสัมภาษณ์นี้อยู่บ้าง

ผมก็อยากจะฝากรายการในช่อง Mindset TV ที่เป็นช่องรายการของผม กับช่องใหม่ล่าสุด Mindset Mob ที่ผมทำแยกออกมาเพื่อเป็นช่องเกี่ยวกับเพลงโดยเฉพาะบนเว็บไซต์ youtube ด้วยครับ แล้วก็รอติดตามเพลงใหม่ที่จะปล่อยหลังปีใหม่นี้ด้วยครับ และนอกจากนี้ยังมีเพลงที่ผมทำรอไว้ทั้งหมดประมาณ 12 เพลง แต่ยังไม่มีแผนรวมเป็น

และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวบนเส้นทางสายดนตรีของ “ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์” ก่อนที่จะกลายมาเป็น “Pok Mindset” แบบที่เรารู้จักกันอยู่ในทั้งวันนี้ และถ้าหากใครอยากทราบเรื่องราวของ #SneakOut คนอื่นๆ ที่เราเคยไปพูดคุยมาก่อนหน้านี้ สามารถเข้าไปติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

ขอขอบคุณเสื้อผ้าจาก BAPE Store Bangkok
สอบถามรายละเอียดสินค้าหรือเป็นเจ้าของได้ที่

BAPE Store Bangkok
ห้างสรรพสินค้า The EmQuartier, Unit MC07, M Floor.
FB: BAPE Thailand
IG : bapethailand
Tel. +662-033-6640

Text by Farfar | Photo by Ballisticone

You may also like
featured on Sneak
ประวัติวง “Daft Punk” จากคำดูถูก สู่คำว่าสำเร็จ

อยู่ ๆ ก็มีข่าวที่ทำให้แฟนเพลงทั่วโลกต้องตกอยู่ในอาการช็อคไปตาม ๆ กัน เมื่อวงอิเล็กทรอนิกส์ดูโอ้ระดับตำนานอย่าง Daft Punk ประกาศแยกทางกัน หลังร่วมสร้างตำนานทางดนตรีมาเนิ่นนานกว่า 28 ปี

The Process : 15 ปีที่อุทิศให้กับดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ของ KINGKONG / MARMOSETS

อะไรในดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำให้ปอนด์ (กฤษฎา วดีศิริศักดิ์) หรือ ที่เรารู้จักกันในนามว่าดีเจ Kingkong / Marmosets หลงใหล และใช้ชีวิตอยู่กับดนตรีแขนงนี้ได้ยาวนานกว่า 15 ปี? นอกจากจะเป็นดีเจที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ Heineken Dj Spin ปี 2006 แล้วเขายังเป็น Producer เจ้าของค่าย Zoo Studio รวมถึงล่าสุดกับตำแหน่ง A&R ของ Warner Music

BAPE THAILAND เปิดตัวเว็บไซต์นำสินค้ามาลดราคาสูงสุดถึง 40%

ถ้าใครเคยไป BAPE Pirate Store ที่ฮ่องกงหรือญี่ปุ่น คงพอจะนึกถึงบรรยากาศที่คุณจะได้เป็นเจ้าของสินค้าของ BAPE ในราคาพิเศษ (ซึ่งปกติแล้วแบรนด์นี้แทบจะไม่ลดราคาเลย ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็ตาม ไม่ต่างกับแบรนด์เนม)

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey
พบกับอีกหนึ่งมิติใหม่ของ Lifestyle ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์แบบไม่รู้จบ

A BATHING APE POP UP STORE @SIAMDISCOVERY

ครั้งแรกกับที่แบรนด์สตรีทระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น A Bathing Ape หรือว่า BAPE® ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบของ Pop Up Store ใจกลางกรุงเทพฯ

#COPTHATKICKS : Stella McCartney X Adidas Stan Smith Sneakers รองเท้าผ้าใบที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

เมื่อ Stella McCartney ร่วมมือกับ Adidas หยิบรองเท้ารุ่น Iconic ของแบรนด์มาปัดฝุ่นใส่เทคโนโลยีในการตัดเย็บด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแบบฉบับของแบรนด์ Stella McCartney ที่ปราศจากการใช้หนังสัตว์อย่างสิ้นเชิงในรองเท้ารุ่นนี้

#SneakOut : Benjamin Joeseph Varney หนุ่มลูกครึ่งมาดเซอร์กับ fashion set หน้าหนาว

พบกับบทสัมภาษณ์นักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี พร้อมชม Fashion Set ต้อนรับอากาศเย็น กับหนุ่ม เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี

ครั้งแรกในไทยกับงานเปิดตัว Installation Art สุดล้ำ SORAYAMA Space Park by AMKK AT Central Embassy

ครั้งแรกในเมืองไทยและเป็นที่แรกของโลก กับการคอลแลปส์ของสองศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกัน แต่สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

#SneakOut: ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ สาวลุคเท่ห์ที่โด่งดังจากโลกออนไลน์มาสู่นักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้

มาทำความรู้จักกับเธอใน #SneakOut บทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกพร้อมแฟชั่นเซ็ทมันส์ๆจาก BAPE THAILAND

#SneakOut : แชมป์​ นครินทร์ จรูญวิทยา หรือ Maiyarap เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากรายการ The Rapper Season 2

บทสัมภาษณ์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังพยายามค้นหาตัวเอง

About

เว็บไซต์ SneakTheStreet ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับ รองเท้าผ้าใบ, เครื่องแต่งกาย, ศิลปะ, ดนตรี และบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการอัพเดตข่าวสารและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับแฟชั่น และกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมสตีทมากขึ้น ดังนั้น SneakTheStreet จึงเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่เป็นทั้งบทความและข่าวสารเกี่ยวกับวงการแฟชั่นทั่วโลก

Subscribe our newsletter