#SneakOut : GUNTEE ศิลปินหนุ่มผู้หันหลังให้กับความสำเร็จบนเวทีเดอะสตาร์ เพื่อก้าวตามฝันบนเส้นทางแร็ปเปอร์

แม้จะเคยประสบความสำเร็จบนเวทีประกวดเดอะสตาร์ถึงขั้นคว้ารางวัลอันดับ 3 มาครองได้สำเร็จ แต่ดูเหมือนว่าความสำเร็จที่ได้มานั้นไม่อาจจะเติมเต็มความฝันของศิลปินหนุ่มผู้หลงใหลในเสียงเพลงฮิปฮอปอย่าง ซีดี-กันต์ธีร์ ปิติธัญ ได้เลย เพราะล่าสุดเขาเลือกที่จะทิ้งทุกสิ่งที่เคยผ่านมา และออกเดินทางบนเส้นทางใหม่ด้วยการหันมาเป็นแร็ปเปอร์อย่างเต็มตัวเพื่อเติมเต็มความฝันที่ขาดหายไป

ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2018 เป็นต้นมาจนถึงตอนนี้คงเป็นช่วงเวลาที่แฟนเพลงฮิปฮอปบ้านเราน่าจะมีความสุขมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา เพราะถือว่าเป็นการกลับเข้ามาอยู่ในจุดสูงสุดอีกครั้งของดนตรีฮิปฮอปหลังจากเคยซบเซามาพักใหญ่ หรืออาจจะพูดได้อย่างเต็มปากว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์เพลงฮิปฮอปไทยเลยก็ว่าได้ เพราะไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ทั้งสื่อกระแสรองและกระแสหลักต่างพร้อมใจกันนำเสนอความเป็นฮิปฮอปออกมาได้มากเท่ากับตอนนี้ ส่งผลให้ปัจจุบันเราจะเห็นเด็กรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่มีความฝันอยากจะเป็นแร็ปเปอร์ ซึ่งหลายคนอาจจะอยากเป็นเพราะชอบภาพลักษณ์ของแร็ปเปอร์จากการนำเสนอของสื่อ หรือบางคนอาจจะชอบเพลงฮิปฮอปเป็นทุนเดิมอยู่แล้วและคิดว่าตอนนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดที่จะเผยความสามารถที่ซ่อนไว้ออกออกมา แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลังเราก็คิดว่าล้วนแต่เป็นเรื่องน่ายินดีทั้งสิ้น

#SneakOut วันนี้จะนำคุณไปทำความรู้จักกับ ซีดี-กันต์ธีร์ ปิติธัญ หรือ GUNTEE ซึ่งเป็นชื่อในวงการฮิปฮอปที่พวกเราคุ้นเคย และหลายคนน่ารู้จักและเป็นแฟนคลับของแร็ปเปอร์หนุ่มผู้นี้จากรายการ The Rapper แต่น่าจะมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ทราบว่านี่ไม่ใช่เวทีแจ้งเกิดแรกของตัวเขา เพราะก่อนหน้านี้ GUNTEE เคยร่วมประกวดในรายการ เดอะสตาร์ ซีซั่น 10 มาก่อน และเขาเองยังสามารถคว้ารางวัลอันดับ 3 มาครอบครองได้สำเร็จ ซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลกใจไม่น้อยที่นักร้องหนุ่มหน้าใสที่เคยก้าวเข้าสู่ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของประเทศตั้งแต่อายุ 16 ปี กลับทิ้งความสำเร็จทั้งหมดที่เคยผ่านมา และเริ่มนับหนึ่งกับการเป็นแร็ปเปอร์ที่ตัวเขาเองแทบไม่เคยมีประสบการณ์หรือสัมผัสมันอย่างจริงจังมาก่อน และอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของการตัดสินใจในครั้งนี้

อยากให้ช่วยเล่าย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นความหลงใหลในเพลงฮิปฮอปของคุณ

ผมเริ่มจากการฟังฮิปฮอปจากเพลงของศิลปินบ้านเราอย่างพี่ๆ Thaitanium มาตั้งแต่ช่วงมัธยมต้นแล้วครับ แต่จุดที่ทำให้เริ่มอินกับเพลงฮิปฮอปแบบสุดๆ คือการได้มาฟังเพลงของ Southside Phuket ในยุคที่มีเพลงอย่าง “ต่อยกับเพื่อนกูมั้ย” และ “What’s Up” ที่ทำให้ผมบ้าคลั่งอย่างสุดๆ และเปลี่ยนตัวเองให้หันมาสนใจเพลงฮิปฮอปแบบเต็มตัวตั้งแต่ตอนนั้น เหมือนกับการฟัง Southside Phuket ทำให้เราได้เห็นและซึมซับวัฒนธรรมและสไตล์การแต่งตัวของฮิปฮอปมากขึ้นจนมาศึกษาด้วยตัวเองอย่างจริงจัง

หลังจากรู้ตัวว่าชอบฮิปฮอปแล้วคุณมีโอกาสได้ลองเขียนเพลงเองตั้งแต่ตอนนั้นเลยหรือเปล่า

ตอนนั้นผมยังไม่ได้เริ่มเขียนเพลงเองครับ แต่ผมเริ่มแกะเนื้อร้องของศิลปินที่ชอบอย่าง Thaitanium และ Southside Phuket มาร้องตามก่อน ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ผมชอบเพลงฮิปฮอปคือเนื้อร้องที่สามารถพูดได้ทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก เรื่องชีวิต หรือเรื่องทรัพย์สินเงินทอง ซึ่งเป็นความแตกต่างจากแนวเพลงอื่นๆ และตัวผมเองชอบการคิดนอกกรอบแบบนี้อยู่แล้วด้วย แต่ตอนนั้นยังไม่มีโอกาสได้ทำเพลงของตัวเองแบบจริงจังเพราะผมไปประกวดในรายการ เดอะสตาร์ เสียก่อน

ทำไมถึงเลือกไปประกวดเดอะสตาร์ที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับฮิปฮอปเลย

ที่ผมไปประกวดเพราะทางบ้านเขาสนับสนุนและอยากให้ลงประกวดครับ บวกกับตัวผมเองรู้ตั้งแต่เด็กแล้วว่าชอบเต้น ชอบร้องเพลง รวมถึงชอบเอ็นเตอร์เทนคนอื่น ที่บ้านเขาเลยส่งผมไปเรียนร้องเพลงและเต้นตั้งแต่ตอนเรียนประถม จำได้เลยว่าตอนเข้าไปเรียนเต้นช่วงแรกครูเขาให้ผมเริ่มจากการเต้นเพลงแจ๊สก่อนซึ่งขัดใจตัวเรามากเลยครับ จนถึงวันหนึ่งที่ครูเขาบอกว่าวันนี้จะมาสอนเราเต้นฮิปฮอปแล้ว ซึ่งผมดีใจมากเลยเพราะจะได้ทำในสิ่งที่ต้องการสักที

ตอนที่ผมเข้าไปประกวดเดอะสตาร์นั้นเป็นช่วงซีซั่นที่ 10 และผมได้รางวัลที่ 3 กลับมา ซึ่งนั่นเปรียบกับเหมือนก้าวแรกในการเข้าสู่วงการบันเทิงของผมเลย แต่ปรากฎว่าพอเอาเข้าจริงผมกลับไม่ได้ทำอะไรในแบบที่ชอบเท่าไรนัก เพราะลึกๆ ในใจเราอยากแร็ปเปอร์และอยากทำเพลงฮิปฮอป แต่การเป็นศิลปินของค่ายมันไม่ได้เปิดโอกาสให้ผมทำในสิ่งนี้ ซึ่งผมคงไม่ไปโทษค่ายเพลงนะครับ เพราะตัวผมเองในตอนนั้นก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเดินไปทางไหนดี

แล้วคุณชัดเจนกับตัวเองตอนไหนว่าต้องการจะเป็นแร็ปเปอร์

ช่วงที่ตัดสินใจว่าอยากจะเป็นแร็ปเปอร์จริงๆ ก็คือช่วงที่มีโอกาสไปดู Rap is Now ซีซั่นแรก ตอนนั้นแอบไปดูคนเดียวเพราะยังไม่รู้จักหรือมีสังคมฮิปฮอปเลยเนื่องจากเรามาจากสายเดอะสตาร์ แต่การได้เข้าไปชมการแข่งแร็ปแบทเทิลก็จุดประกายให้ผมอยากทำเพลงฮิปฮอปของตัวเองขึ้นมา หลังจากกลับมาจากการชม Rap is Now ผมก็เริ่มฝึกเขียนเนื้อร้องด้วยตัวเอง แต่การทำเพลงของผมคือไม่ได้เขียนเพลงใหม่เองทั้งหมด คือถ้าเคยดูแชแนล youtube ของผมก็น่าจะเคยเห็นว่าผมใช้วิธีการเอาเพลงของศิลปินคนอื่นมาทำคลิปโคฟเวอร์เพราะผมถนัดเรื่องร้องเพลงอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต่างไปคือผมจะใส่ท่อนแร็ปเพิ่มเข้าไปในเพลงนั้น ซึ่งตอนที่ผมเริ่มทำนั้นยังไม่ค่อยมีใครทำคลิปแนวนี้ในบ้านเรา โคฟเวอร์ของผมเลยค่อนข้างจะลงทุนเหมือนกันเพราะนอกจะแต่งท่อนแร็ปแล้วยังทำบีทใหม่ขึ้นมาอีกด้วย อารมณ์จะคล้ายกับโชว์ที่เราเห็นกันในรายการ The Rapper ครับ

แต่ตอนที่มาเริ่มทำเพลงอย่างจริงจังเลย คือตอนที่ผมตัดสินใจออกจากแกรมมี่ครับ ตอนนั้นผมยังไม่หมดสัญญาด้วยนะ แต่ผมขอออกเพราะผมรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่ใช่ตัวผมแล้ว พอออกมาก็ทำเพลงโคฟเวอร์อย่างที่บอกไป แล้วผมก็กลับไปหาเพื่อนที่อยุธยาแล้วลองนำเพลงที่เคยทำเล่นๆ มาให้เพื่อนลองฟัง ซึ่งเพื่อนคนนี้เขาก็เป็นคนชอบฟังฮิปฮอปอยู่แล้วเลยตัดสินใจมาทำเพลงด้วยกัน

ทางครอบครัวเขามีความรู้สึกอย่างไรบ้างที่คุณตัดสินใจออกจากค่ายเพลงอย่างแกรมมี่

อย่างที่บอกว่าทางบ้านเขาสนับสนุนผมในทางนี้อยู่แล้ว แต่เขาจะซัพพอร์ตเฉพาะแค่เรื่องการร้องและเต้นแบบธรรมดาทั่วไป ซึ่งพอผมเลือกที่จะมาสายแร็ปเปอร์แบบจริงจังเขาก็งงเหมือนกันว่า ทำไมถึงไม่ยอมทำในแบบเดิมที่มันดีอยู่แล้ว เพราะเราก็มีคนรู้จักและติดตามในระดับหนึ่ง แถมยังเคยได้รางวัลจากการประกวดมาแล้วด้วย แต่เพราะผมรู้ตัวแล้วว่าจะทำอะไรต่อไป อีกอย่างผมไม่ใช่คนที่จะไปอ้อนแฟนคลับแบบนักร้องเดอะสตาร์อยู่แล้ว ซึ่งพอไม่ทำแบบนั้นแฟนคลับเขาก็เริ่มห่างกับเราออกไป ยิ่งผมเลือกที่จะทำเพลงฮิปฮอปในแบบที่ชอบด้วยก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะมันทำให้เราดูดาร์กขึ้นกว่าเดิม เริ่มมีการเสียดสีสังคมในเนื้อเพลง และมีคำพูดที่รุนแรงเข้ามามากขึ้น ซึ่งพอแฟนเพลงได้ยินเขาอาจจะช็อคเพราะติดภาพลักษณ์ของเราเมื่อก่อน แต่ผมไม่สนใจแล้วครับและต้องการจะทำเพลงในแบบนี้ต่อไป

เหตุผลอะไรที่ทำให้คุณลงประกวดในรายการ The Rapper

ตอนแรกผมเคยสัญญากับตัวเองไว้ตอนไปดู Rap is Now ซีซั่น 3 ว่าถ้าหากผมยังไม่มีเพลงที่ประสบความสำเร็จระหว่างนี้ผมจะมาลงประกวดในซีซั่นต่อไป แต่พอดีมันมีรายการ The Rapper เกิดขึ้นมาก่อนเลยตัดสินใจมาลงแข่งรายการนี้แทน จำได้เลยว่าตอนที่เห็นประกาศรับสมัครรายการนี้ครั้งแรก ผมกำลังทัวร์คอนเสิร์ตอยู่ที่ยุโรป พอเห็นประกาศบนหน้านิวฟีตปุ๊บผมพูดกับตัวเองเลยว่า “รายการนี้แหละจะเปลี่ยนชีวิตกู” เพราะตอนนั้นเริ่มมีคนรู้จักผมมากขึ้นแล้วจากละครเรื่อง ล่า ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับตอนที่ผมตั้งใจอยากเป็นศิลปินแร็ปเปอร์แบบเต็มตัว และดันมีรายการนี้เกิดขึ้นพอดีอีกทั้งยังเป็นรายการของช่องเวิร์คพ้อยท์ที่ต้องมีคนดูมากแน่ๆ ผมเลยเซฟรูปนั้นแล้วตั้งเป็นรูปวอลเปเปอร์มือถือเพื่อเตือนตัวตั้งแต่วันนั้นเลย (หัวเราะ)

กลับมาจากทัวร์คอนเสิร์ตผมเลยลองทำเพลงส่งคลิปไปประกวดดู ปรากฎว่าผ่านเข้ารอบไปแข่งขันจริงๆ อย่างที่เห็นกัน ซึ่งผมคิดว่าตัดสินใจถูกที่มาลงแข่งรายการนี้เพราะทำให้มีคนรู้จักเราในฐานะแร็ปเปอร์มากขึ้นและสามารถนำไปต่อยอดได้อีกมากมาย พลิกภาพเราจากนักร้องเดอะสตาร์ให้เขารู้ว่าตอนนี้เรามาเป็นแร็ปเปอร์แล้วนะ ช่วงแรกผมกลัวนะครับเพราะรู้ดีว่านี่มันเป็นเหมือนกับดาบสองคมอยู่เหมือนกัน เพราะเราอาจจะต้องเสียแฟนคลับที่เคยมีไปเลย แล้วเราก็ต้องมาเจอคนเก่งในวงการที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนอีก แต่เมื่อผมตัดสินใจแล้วว่าจะต้องลองออกจากเซฟโซนของตัวเองก็ต้องทำให้ถึงที่สุด ซึ่งผลสุดท้ายที่ออกมามันก็คุ้มค่ามากเลยสำหรับเวทีประกวดนี้

คิดว่าตัวคุณเองได้อะไรกลับมาบ้างจากการลงประกวดเวทีนี้

ถ้าหากผมไม่มาประกวดรายการนี้ผมอาจจะคิดว่าผมเป็นแร็ปเปอร์ที่เก่งอยู่เลยก็ได้ เพราะผมเคยมีประสบการณ์ทำเพลงและโชว์มาพอสมควร แล้วพอมาแร็ปกับเพื่อนสองสามคนเราก็ชื่นชมกันเองอยู่แค่นั้น แต่พอมาแข่งขันทำให้ต้องมาเจอกับแร็ปเปอร์คนอื่นๆ เหมือนกับเราเป็นปลาที่ถูกเลี้ยงอยู่ในตู้ซึ่งถูกเทลงในมหาสมุทรและต้องมาเจอกับปลาตัวอื่นๆ ซึ่งแต่ละตัวก็เป็นปลาตัวที่ใหญ่และเก่งกว่าเรามาก เมื่อก่อนเรานึกว่าพวกแร็ปเปอร์ใต้ดินจะถนัดแค่การแบทเทิลเพียงอย่างเดียว แต่พอเอาเข้าจริงพวกเขาเหล่านั้นเก่งมากโดยที่ไม่มีใครคอยมาแนะนำ ไม่มีค่ายเพลงคอยมาสอนว่าต้องทำอย่างไรเหมือนผม แต่ทุกคนสามารถสร้างสรรค์งานออกมาได้ขนาดนี้ ผมเลยรู้สึกนับถือพวกเขาจริงๆ

โมเมนต์ที่ประทับใจที่สุดคือการได้มารู้จักกับพี่น้องหลายคนในวงการแร็ป ซึ่งทำให้ผมได้แลกเปลี่ยนความคิดกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะพี่ป๊อปป้าที่เหมือนเป็นพี่ชายของผมคนหนึ่ง ซึ่งเราได้มาเห็นวิธีการทำงานของเขาทำให้รู้ว่าพี่เขาเขาเป็นคนที่จริงจังมาก อย่างตอนรอบแบทเทิลที่ทำโชว์กับพี่ป๊อปในเพลง “ขอให้รวย” ตอนแรกก็โวยวายกับพี่กอล์ฟนะว่าทำไมต้องจับผมสองคนมาเจอกันด้วย เพราะเราทั้งคู่ก็สนิทกันอยู่แล้ว แต่พอจบโชว์ผมต้องไปขอบคุณพี่กอล์ฟเลย เพราะถ้าหากไปจับคู่กับคนอื่นโชว์มันอาจไม่ออกมาดีเท่านี้ เพราะเราไม่สนิทกันและไม่สามารถแชร์กันได้เท่านี้ ซึ่งพอย้อนกลับไปดูแล้วมันเป็นโชว์ที่ออกมาดีมากจริงๆ เพราะระหว่างนั้นเราก็ไปซ้อมกันหลายรอบมาก ดีไซน์ทุกอย่างร่วมกันจนมันออกมาเป็นโชว์ที่น่าภูมิใจและประทับใจที่สุด

หลังจากที่รายการจบลงชีวิตของคุณมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกินขึ้นบ้าง

ทุกวันนี้ผมก็ยังรับงานแสดงและโชว์อื่นๆ อยู่เหมือนเดิมครับ แต่คนเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าตอนนี้ผมเป็นแร็ปเปอร์ ทำให้เริ่มมีงานที่เกี่ยวกับแร็ปเปอร์เข้ามามากขึ้น อย่างล่าสุดผมก็เพิ่งไปถ่ายโฆษณษของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยซึ่งเขาก็ให้ผมแร็ปในแบบของผมมาแล้วครับ รวมถึงงานคอนเสิร์ตกลางคืนที่เริ่มมีเข้ามามากขึ้น ซึ่งผมอยากทำอยู่แล้วครับกับการโชว์เพลงฮิปฮอปในคลับแบบนี้แต่ไม่เคยมีโอกาส พอได้มาเป็นแร็ปเปอร์แล้วออกไปโชว์กับทีมดีเจและเพื่อนมันก็สนุกดีเหมือนกัน และเดี๋ยวหลังจากนี้ก็คงจะมีผลงานใหม่ๆ ออกมาให้ทุกคนได้ชมกันบ่อยขึ้นครับ

มาต่อกันที่เรื่องสไตล์การแต่งกายของคุณบ้างดีกว่า ซึ่งเราคิดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากเพลงฮิปฮอปเช่นกัน

ปกติผมชอบแต่งตัวแนวสตรีทอยู่แล้วครับ แฟชั่นไอคอนของผมเลยคือ A$AP Rocky คือผมชอบทั้งเพลงและการแต่งกายของเขา เลยรับอิทธิพลทั้งสองด้านมาใช้กับตัวเอง ก่อนหน้านี้สมัยที่ยังไม่เป็นแร็ปเปอร์เต็มตัวและยังเป็นนักร้องเดอะสตาร์อยู่เราไม่มีโอกาสได้แต่งตัวแบบนี้หรอกครับ จนได้มาทำเพลงฮิปฮอปและตัดสินใจว่าจะเดินทางนี้แบบเต็มตัวก็เลยจัดเต็มกับเสื้อผ้าอย่างที่เห็น คือแฟนเพลงที่ตามเรามายุคก่อนก็อาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดีๆ เรามาแรงเลยทั้งทำผมทรงแปลกๆ และแต่งตัวจัดกว่าที่เคย

อยากให้ลองช่วยยกตัวอย่างแบรนด์สตรีทที่คุณชื่อชอบมาให้เราฟังสักหนึ่งแบรนด์

ผมชอบ BAPE มากที่สุดครับ เพราะเริ่มรู้จักจากการฟังเพลงของศิลปินเมืองนอกที่เขาเป็นแฟนคลับของแบรนด์นี้อย่าง Chris Brown และเราชอบดีไซน์ที่เน้นสีสันของเขาครับ ด้วยความที่เราชอบแต่งตัวจัดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก่อนหน้านี้เราก็ไม่มีโอกาสซื้อมาใส่เพราะสินค้าราคาค่อนข้างสูง จนเริ่มทำงานหาเงินด้วยตัวเองได้เลยตัดสินใจซื้อสินค้าของเขามาใส่บ้างด้วยเงินของเราเอง

สุดท้ายนี้มีอะไรอยากจะพูดกับแฟนคลับหรือคนที่ติดตามคุณอยู่บ้าง

เร็วๆ นี้ผมน่าจะมีอัลบั้มออกมาครับ เป็นอัลบั้มคู่ของผมกับเพื่อนที่ชื่อว่า THE OLD I$E ซึ่งผมก็คิดว่าจะทำแบบนี้ไปก่อน คือการที่เราทำเพลงกับเพื่อนเป็นคู่มันมีความสนุกตรงที่ได้แชร์อะไรด้วยกัน แบ่งกันแต่งเนื้อร้องทำให้มันดูไม่หนักจนเกินไปด้วย แต่ก็อาจจะมีเพลงเดี่ยวของแต่ละคนบ้างในอัลบั้ม ก็อยากฝากให้ทุกคนติดตามกันครับ และอย่าลืมไปกดติดตามในแชแนล Youtube ของผมด้วยครับเพราะจะมีเพลงใหม่ออกมาให้ฟังเรื่อยๆ แน่นอน

ขอขอบคุณเสื้อผ้าจาก BAPE Store Bangkok
สอบถามรายละเอียดสินค้าหรือเป็นเจ้าของได้ที่

BAPE Store Bangkok
ห้างสรรพสินค้า The EmQuartier, Unit MC07, M Floor.
FB: BAPE Thailand
IG : bapethailand
Tel. +662-033-6640

Text by Farfar | Photo by Ballisticone

You may also like
featured on Sneak
The Process : 15 ปีที่อุทิศให้กับดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ของ KINGKONG / MARMOSETS

อะไรในดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำให้ปอนด์ (กฤษฎา วดีศิริศักดิ์) หรือ ที่เรารู้จักกันในนามว่าดีเจ Kingkong / Marmosets หลงใหล และใช้ชีวิตอยู่กับดนตรีแขนงนี้ได้ยาวนานกว่า 15 ปี? นอกจากจะเป็นดีเจที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ Heineken Dj Spin ปี 2006 แล้วเขายังเป็น Producer เจ้าของค่าย Zoo Studio รวมถึงล่าสุดกับตำแหน่ง A&R ของ Warner Music

BAPE THAILAND เปิดตัวเว็บไซต์นำสินค้ามาลดราคาสูงสุดถึง 40%

ถ้าใครเคยไป BAPE Pirate Store ที่ฮ่องกงหรือญี่ปุ่น คงพอจะนึกถึงบรรยากาศที่คุณจะได้เป็นเจ้าของสินค้าของ BAPE ในราคาพิเศษ (ซึ่งปกติแล้วแบรนด์นี้แทบจะไม่ลดราคาเลย ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็ตาม ไม่ต่างกับแบรนด์เนม)

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey
พบกับอีกหนึ่งมิติใหม่ของ Lifestyle ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์แบบไม่รู้จบ

A BATHING APE POP UP STORE @SIAMDISCOVERY

ครั้งแรกกับที่แบรนด์สตรีทระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น A Bathing Ape หรือว่า BAPE® ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบของ Pop Up Store ใจกลางกรุงเทพฯ

#COPTHATKICKS : Stella McCartney X Adidas Stan Smith Sneakers รองเท้าผ้าใบที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

เมื่อ Stella McCartney ร่วมมือกับ Adidas หยิบรองเท้ารุ่น Iconic ของแบรนด์มาปัดฝุ่นใส่เทคโนโลยีในการตัดเย็บด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแบบฉบับของแบรนด์ Stella McCartney ที่ปราศจากการใช้หนังสัตว์อย่างสิ้นเชิงในรองเท้ารุ่นนี้

#SneakOut : Benjamin Joeseph Varney หนุ่มลูกครึ่งมาดเซอร์กับ fashion set หน้าหนาว

พบกับบทสัมภาษณ์นักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี พร้อมชม Fashion Set ต้อนรับอากาศเย็น กับหนุ่ม เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี

ครั้งแรกในไทยกับงานเปิดตัว Installation Art สุดล้ำ SORAYAMA Space Park by AMKK AT Central Embassy

ครั้งแรกในเมืองไทยและเป็นที่แรกของโลก กับการคอลแลปส์ของสองศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกัน แต่สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

#SneakOut: ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ สาวลุคเท่ห์ที่โด่งดังจากโลกออนไลน์มาสู่นักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้

มาทำความรู้จักกับเธอใน #SneakOut บทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกพร้อมแฟชั่นเซ็ทมันส์ๆจาก BAPE THAILAND

#SneakOut : แชมป์​ นครินทร์ จรูญวิทยา หรือ Maiyarap เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากรายการ The Rapper Season 2

บทสัมภาษณ์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังพยายามค้นหาตัวเอง

#SneakOut : Junior กรวิชญ์​ หนุ่มไซส์เล็กผู้ที่มีสไตล์การแต่งตัวโดดเด่นและน่าติดตามที่สุดคนหนึ่ง

กรวิชญ์​ สูงกิจบูลย์ หรือจูเนียร์ หนุ่มหล่อเสียงดีผู้เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วจากเวทีระดับประเทศอย่าง The Star วันนี้เราจะมาพูดคุยกับเขาในมุมที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยฟังเขาเล่าที่ไหนและอัตเดทผลงานที่บ่งบอกตัวตนของเขาได้ชัดเจนที่สุด

About

เว็บไซต์ SneakTheStreet ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับ รองเท้าผ้าใบ, เครื่องแต่งกาย, ศิลปะ, ดนตรี และบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการอัพเดตข่าวสารและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับแฟชั่น และกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมสตีทมากขึ้น ดังนั้น SneakTheStreet จึงเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่เป็นทั้งบทความและข่าวสารเกี่ยวกับวงการแฟชั่นทั่วโลก

Subscribe our newsletter