fbpx
Mue Bon ศิลปินสตรีทอาร์ตผู้ส่งต่อแรงบันดาลใจสู่ผู้คนผ่านงานศิลปะบนท้องถนน

มาทำความรู้จักกับ MUE BON ศิลปินสตรีทอาร์ตระดับแถวหน้าของเมืองไทยผู้เชื่อมั่นและศรัทธาในการสร้างงานศิลปะเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจแก่ผู้คนบนท้องถนน ก่อนจะไปชมผลงานของเขาอย่างใกล้ชิดภายในงาน SIWILAI Fall/Winter 2018 พร้อมกับการเปิดตัว 2 คอร์เนอร์ใหม่ล่าสุดอย่าง STREET ALLEY และ THAIMADE ร่วมด้วยเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ THE ONLY MARKET เป็นครั้งแรก

“ผมไม่รู้หรอกว่าศิลปะจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้หรือเปล่า แต่ศิลปะมันเปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปแล้วในตอนนี้”

หนึ่งในประโยคที่ บอน (Mue Bon) ศิลปินสตรีทอาร์ตระดับแถวหน้าของเมืองไทยอธิบายเราถึงความเปลี่ยนแปลงในชีวิตตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่เขาจับกระป๋องสีเพื่อสร้างสรรค์งานศิลปะบนท้องถนนด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและมุ่งมั่น

ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของ Mue Bon น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงคนรักศิลปะบ้านเรา แต่สำหรับคนทั่วไปน้อยคนนักที่จะทราบว่าเขาคือใครและมีผลงานอะไรที่น่าสนใจบ้าง แม้ว่าผู้ที่สงสัยนั้นอาจจะเคยเห็นผลงานของเขาผ่านตามาบ้างแล้วก็ตาม ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะศิลปินหนุ่มผู้นี้เลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ และทุ่มเทกับงานศิลปะเช่นเดียวกับศิลปินกราฟฟิตี้ในสมัยก่อนที่เลือกจะหลบซ่อนอยู่ในมุมมืดของสังคม และแทบจะไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้ใครรับรู้

แต่สิ่งที่เป็นเครื่องยืนยันว่าชื่อเสียงของเขานั้นยังตามหลังผลงานที่ประจักษ์อยู่มาก คือการที่ Mue Bon เป็นศิลปินไทยเพียงคนเดียวที่แบรนด์แฟชั่นระดับท็อปของโลกอย่าง Hermès  เชิญไปสร้างสรรค์ดิสเพลย์หน้าร้านที่กรุงเมลเบิร์นประเทศออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นความน่าภูมิใจทั้งสำหรับเขาเองและคนทำงานศิลปะบ้านเรามากเลยทีเดียว

ตลอดระยะเวลาเกือบสองชั่วโมงที่มีโอกาสได้พูดคุยกัน แทบไม่มีประโยคไหนเลยของเขาที่จะทำให้เราเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย เพราะทุกคำพูดของเขาล้วนกลั่นมาจากความเชื่อว่างานศิลปะจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครสักคนให้ดีขึ้นได้เช่นเดียวกับตัวเขาเองและนี่เรื่องราวตลอด 10 ปี บนเส้นทางศิลปะสู่การเป็นศิลปินสตรีทอาร์ตไทยที่ทั่วโลกให้การยอมรับของ Mue Bon

SMM-21

“สิ่งแรกที่ผมตั้งคำถามกับตัวเองทันทีหลังเรียนจบคือเราจะทำงานเป็นศิลปินในประเทศที่คนไม่สนใจศิลปะได้อย่างไร”

SMM-6

ก่อนอื่นช่วยเล่าถึงจุดเริ่มต้นของคุณให้พวกเราได้ทราบกันหน่อย 

ผมเริ่มต้นจากศูนย์เพราะไม่มีต้นทุนหรือวัตถุดิบอะไรเลย ผมจบจากมหาวิทยาลัยที่ไม่มีใครรู้จักไม่มีรุ่นพี่รุ่นน้องหรืออาจารย์มาคอยช่วยเหลือ ในเมืองไทยถ้าคุณอยากเติบโตในวงการศิลปะคุณต้องมีคอนเนคชั่นที่คอยช่วยเหลือให้พื้นแสดงงานกับคุณ หรือมีคนแนะนำลูกค้าให้มาซื้อผลงานของคุณ แต่เรามีเพียงแต่ความคิดที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องความเข้าใจศิลปะของคนในประเทศนี้ สิ่งแรกที่ผมตั้งคำถามกับตัวเองทันทีหลังเรียนจบคือเราจะทำงานเป็นศิลปินในประเทศที่คนไม่สนใจศิลปะได้อย่างไร

คือผมเข้าใจนะว่าคุณทำงานมาเหนื่อยทั้งสัปดาห์วันหยุดคุณก็ต้องอยากจะออกไปพักผ่อนเดินซื้อของในห้างคงมีไม่กี่คนที่จะพาตัวเองไปดูงานศิลปะในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ผมเลยมองว่างานสตรีทอาร์ตมันจะเป็นตัวทำลายกำแพงกั้นระหว่างคนธรรมดากับงานศิลปะได้ ผมเลยคิดได้ว่าควรจะเอาเงินที่จะไปทำงานในแกลลอรี่เพื่อให้คนไม่กี่สิบคนดู สู้เราเอาเงินจำนวนนั้นมาทำงานบนถนนให้คนทั่วไปได้ดูจะดีกว่าไหม ซึ่งผมเชื่อว่าจะมีคนนับแสนคนที่จะเห็นผลงานตรงนั้น หลายคนเคยสงสัยว่าผมจะมาทุ่มเทเงินและเวลาเพื่อทำงานฟรีแบบนี้ทำไม  แต่สำหรับผมมันไม่ฟรีไงเพราะแค่เด็กสักคนได้เห็นงานของผมแล้วเกิดแรงบันดาลใจให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นแค่นี้ผมก็พอใจแล้ว

คุณรู้จักกับศิลปะประเภทนี้ได้อย่างไร

ผมเริ่มรู้จักกราฟฟิตี้เพราะวัฒนธรรมฮิปฮอปที่เข้ามาในเมืองไทยยุคนั้น ซึ่งศิลปะประเภทนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมดังกล่าวบวกกับเราชอบวาดรูปเป็นทุนอยู่แล้วด้วย จำได้เลยว่าวันที่เราย้ายบ้านแล้วมีห้องนอนเป็นของตัวเอง สิ่งแรกที่ทำคือเราพ่นผนังห้องของตัวเองก่อนเลยและนั่นคือกำแพงแรกๆ ที่มีโอกาสได้พ่น แต่พอมาศึกษาแบบจริงจังผมกลับมองว่างานกราฟฟิตี้ยุคนั้นมันเป็นถูกใช้เพื่อเป็นการแสดงตัวตนด้วยการพ่นชื่อกลุ่มหรือแก็งค์บนกำแพงเท่านั้น ทำให้เราหันไปสนใจศิลปะแขนงอื่นที่จะเข้าถึงคนได้มากกว่า แต่สุดท้ายพอเรามาถามตัวเองว่างานศิลปะของเราคืออะไร คำตอบคือการสื่อสารไปยังคนหมู่มากซึ่งสตรีทอาร์ตน่าจะตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุด ผมเลยหันมาทำงานบนถนนอย่างจริงจังและศึกษาจนรู้ว่ามันมีศิลปะประเภทนี้เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้สักพักแล้ว ยิ่งทำให้ผมหนักแน่นบนความเชื่อของตัวเองมากขึ้นไปอีก

SMM-3

กระแสตอบรับงานในยุคแรกเป็นอย่างไร

ช่วงแรกผมถูกตำรวจจับเป็นว่าเล่นเลย แต่ผมก็ยอมรับว่างานตัวเองตอนนั้นมันก็ไม่ได้ดีเท่าเพราะเรายังไม่ค่อยมีประสบการณ์ ทำไปก็ต้องคอยระแวงตำรวจมาจับหรือกลัวนักเลงเจ้าถิ่นและเจ้าของที่มาหาเรื่องบ้าง แต่พอมองย้อนกลับไปสิ่งเหล่านี้มันทำให้เราเก๋าเกมขึ้น เพราะเราทำงานอยู่บนถนนตลอดเวลาจริงๆ ผมเคยทำงานบนกำแพงในสมัยที่ไม่มีใครอนุญาตให้พ่นแน่ๆ ประมาณว่าขอไปก็เท่านั้นไปขอโทษทีหลังง่ายกว่า ซึ่งถ้างานเราออกมาดีส่วนใหญ่ก็แทบไม่มีปัญหาอะไรและเคลียร์จบทุกราย นั่นจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เราต้องพัฒนางานตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ

การทำสตรีทอาร์ตมันมีเสน่ห์ตรงที่เราจะได้เห็นอะไรที่หลากหลายมากบนท้องถนนทั้งคนที่มาให้ข้าวให้น้ำคุณ หรือคนที่มาพูดจาเหยียดหยามคุณ คุณต้องเก๋าพอที่จะรับกับความหลากหลายตรงนี้ให้ได้  

นานเท่าไรแล้วกับการเป็นศิลปินสตรีทอาร์ต

ถ้านับเฉพาะงานบนถนนที่ผมทำแบบถวายวิญญาณให้เลยก็น่าจะ 10 ปีได้แล้ว สำหรับผมแล้วสิ่งเดียวที่ทำให้ลมหายใจผมมีค่าคืองานศิลปะ คือคุณต้องมีมันต้องมีแพชชั่นสูงมากกับการที่จะตื่นขึ้นมาพร้อมกับการไม่มีเงินในกระเป๋า ค่าไฟที่ค้างไว้ไม่ได้จ่าย เพราะเงินทั้งหมดที่หามาได้ต้องแบ่งไว้สำหรับซื้อสีมาทำงานบนถนน เรายอมไม่ซื้อเสื้อผ้าไม่ซื้อทุกอย่างเพื่อจะเก็บเงินไว้ทำงาน แต่มันรู้สึกสนุกไงตอนนั้นเพราะเราได้ตามหาสิ่งที่เรารักเพื่อตอบตัวเองว่าเราเชื่อและศรัทธาอะไร

ถ้าหากเราเปิดเผยตัวเองมานานกว่านี้เราน่าจะมีคนรู้จักและยอมรับกว่านี้มากเลย แต่เพราะยังศรัทธาการทำงานบนถนนอยู่ มันเป็นความชอบที่อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ถึงแม้งานที่ทำมันจะผิดกฎหมายแต่ก็ไม่ได้รุนแรงอะไรเพราะเราไม่ได้ไปฆ่าใคร แถมยังเป็นปากเสียงให้กับคนส่วนน้อยในสังคมอีกด้วย

SMM-4
SMM-2

ทำไมถึงเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตน

จุดเริ่มต้นของกราฟฟิตี้มันเกิดจากกลุ่มคนส่วนน้อยที่ถูกกดดันและไม่มีพื้นที่แสดงออกทางสังคม ทำให้เขาต้องหยิบกระป๋องสีสเปรย์ไปฉีดกำแพงบ้านคนเพื่อเป็นการแสดงออก ซึ่งคนที่มีความคิดเหมือนกันเขาก็พร้อมที่จะแชร์รูปนั้นออกไปเพราะมันเป็นความรู้สึกเดียวกันที่เขาไม่เคยมีโอกาสได้พูด ซึ่งคนที่สร้างสรรค์งานควรจะไม่มีใครรู้จักว่าเป็นใคร เพราะจะสามารถทำให้ผู้รับสารเกิดอารมณ์ร่วมได้ง่ายกว่าการที่จะเป็นคำพูดของใครคนใดคนหนึ่ง

เท่าที่สังเกตรู้สึกว่าผลงานของคุณได้รับการยอมรับในต่างประเทศก่อนที่จะมีชื่อเสียงในเมืองไทยเสียอีก

เพราะผมเห็นการเติบโตของสื่ออินเทอร์เน็ตมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นและคิดว่ามันน่าจะเป็นช่องทางในการนำเสนองานของเราได้ ตอนนั้นคนไทยแทบจะไม่รู้จักเราเลยแต่คนที่อังกฤษหรือต่างประเทศเขาเริ่มรู้จักเราแล้ว เพราะสมัยที่อินเทอร์เน็ตบูมในบ้านเราใหม่ๆ คนเลือกที่จะแห่ไปเล่น  Hi5 หรือ MSN กันหมด แต่เราเลือกที่จะใช้เป็นสื่อเพื่อส่งออกงานของเราสู่โลกภายนอก อย่างที่บอกว่าตอนนั้นคนไทยไม่ค่อยสนใจงานศิลปะผมเลยตัดสินใจไปตีตลาดต่างประเทศแทน คือนอกจากจะรู้ว่าตัวเองอยากจะเป็นอะไรแล้วเราต้องรู้ด้วยว่าจะต้องไปถึงจุดที่หวังไว้ได้อย่างไร ทั้งเรื่องวิธีการ ทุนที่เรามีคือคุณต้องคิดทุกอย่างไว้ทั้งหมด ซึ่งมันก็ประสบความสำเร็จตามที่คิดนะเพราะผมเคยได้ไปแสดงงานที่ประเทศฟิลิปินส์เพราะเขามาเห็นผลงานของเราที่โพสต์ไว้บน Flickr

ทำไมงานส่วนใหญ่ของ Mue Bon ถึงมีเนื้อหาที่ค่อนข้างซีเรียสและพูดถึงเหตุการณ์ในสังคม

ผมเปรียบงานศิลปะตัวเองว่าเป็น “ยาขมเคลือบน้ำตาล” ที่พยายามพูดถึงเรื่องตลกร้ายในสังคมแต่ถ่ายทอดด้วยตัวคาแรคเตอร์ที่น่ารักมานำเสนอเพื่อให้คนทั่วไปเข้าใจง่ายขึ้น เพราะตัวผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ได้ ดังนั้นศิลปินควรจะมีหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนสังคมที่ตัวเองอยู่เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งกลุ่มนายทุนเขาอาจมีเงินในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่เราไม่มีตรงจุดนั้นเลยจำเป็นต้องใช้แรงกายในการสร้างงานขึ้นมาโดยใช้สถานที่สาธารณะที่ควรจะเป็นที่ของลูกหลายเราเพื่อบ่มเพาะความคิดที่ดีของประชาชนแทน จุดมุ่งหมายของเราแค่อยากจะสะกิดให้คนเขาคิดอะไรได้บ้างเท่านั้นเอง

SMM-5

คาแรคเตอร์ที่คุณใช้แต่ละตัวมีความหมายแฝงอย่างไรบ้าง

คาแรคเตอร์หลักที่ผมใช้จะมีอยู่ไม่กี่ตัวอย่างสติ๊กเกอร์หัวกะโหลกที่เริ่มมาจากตอนบวชแล้วไปอ่านหนังสือธรรมมะเจอเรื่องของ มรณสติ คือการสอนให้คิดถึงความตายในทุกขณะเพื่อที่จะให้เราไม่อยากไปเบียดเบียนหรือสร้างเวรกรรมกับใคร เราเลยทำสติ๊กเกอร์นี้ขึ้นมาเป็นรูปหัวกะโหลกและมีสัญลักษณ์สันติภาพอยู่ตรงกลาง แล้วก็นำมาผสมเข้ากับหมีแพนด้าที่กำลังเป็นกระแสในตอนนั้นเพื่อความน่ารักแล้วเข้าถึงง่าย

หรืออย่างคาแรคเตอร์นกที่ผมพยายามจะสื่อถึงสิทธิเสรีภาพ ซึ่งถ้าสังเกตจะพบว่านกที่เราวาดส่วนใหญ่จะบินไม่ได้ หรือถ้าจะบินได้ก็ต้องมีอุปกรณ์ช่วยอะไรบางอย่าง ซึ่งผมอยากแสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมที่มนุษย์ทุกคนก็เหมือนนกที่มีปีกแต่ไม่รู้ว่าตัวเองบินได้ และถ้าอยากจะบินได้คุณต้องมีอะไรที่มากกว่าคนอื่นซึ่งอาจจะหมายถึงเงินหรืออะไรทำนองนั้น

ส่วนคาแรคเตอร์ ทีวีแมน ผมจะใช้เป็นตัวแทนการทำงานของสื่อมวลชน เพราะผมมองว่าสื่อเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อประเทศและสังคม อย่างโฆษณาตามโทรทัศน์หรือละครมันหล่อหลอมตัวเราให้มีความคิดหรือบุคลิคในแบบที่เห็นอยู่ตอนนี้ ผมจึงมองเห็นพลังของสื่อที่สามารถสร้างภาพให้ใครสักคนเป็นเทวดาหรือให้ร้ายคนอื่นจนกลายเป็นเป็นซาตานก็ได้

ทุกครั้งที่ทำงานคาดหวังจะให้มีคนมาเข้าใจมากน้อยแค่ไหน

ผมไม่ต้องการให้ใครมาเข้าใจงานเราทั้งหมดหรอก ขนาดมานั่งอธิบายให้ฟังยังเข้าใจยากเลย แล้วงานของผมมันคือการสื่อสารที่ต้องให้ผู้รับสารไปตีความเอาเอง คุณอาจจะเคลิบเคลิ้มกับการชมงานของผมแต่คุณจะเข้าใจในสิ่งที่ผมคิดหรือเปล่าผมไม่รู้ ดังนั้นสิ่งที่คุณจะได้จากการดูงานของผมคือความคิด เหมือนกับการที่เรามองดูนกสักตัวหนึ่งซึ่งแต่ละคนอาจจะมีความรู้สึกที่แตกต่างกัน ผมอาจจะชอบนกเพราะมันสื่อถึงเสรีภาพแต่คุณอาจเคยโดนนกไล่จิกตอนเด็กทำให้รู้สึกกลัวมันก็ได้ ดังนั้นแค่นกตัวเดียวในความคิดของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันแล้ว

SMM-19
SMM-16

“มันไม่สำคัญหรอกว่าจะเกิดมาทำไม แต่สำคัญที่ว่าก่อนจะตายคุณได้ทำอะไรให้กับโลกใบนี้ไว้บ้าง “

กระแสสตรีทอาร์ตบ้านเราทุกวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง

ทุกวันนี้สตรีทอาร์ตถูกบ่มจนสุกงอมและกลายเป็นที่ยอมรับแล้ว แต่ก็มีหลายคนที่ติดภาพของงานใต้ดินและยังหลงใหลในการทำงานแบบนั้นอยู่ แต่จากที่ผมเดินทางไปมาหลายประเทศผมว่าที่ประเทศไทยสตรีทอาร์ตน่าจะฟีเวอร์ที่สุดในโลกแล้ว เพราะได้รับการยอมรับจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และการศึกษา ทุกวันนี้หลายมหาวิทยาลัยเขาก็เชิญพวกเราศิลปินสตรีทอาร์ตไปเป็นวิทยากรกันมากมาย รวมถึงยังมีแบรนด์หรือธุรกิจที่เข้ามาจับกระแสงานสตรีทอาร์ตมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันนี้เราขอสถานที่ทำง่ายขึ้นกว่าเดิมมากเลยนะอาจเพราะคนเข้าใจสตรีทอาร์ตมากขึ้น แล้วบ้านเราไม่มีกฎหมายยุ่งยากแบบต่างประเทศคือถ้าเจ้าของสถานที่อนุญาตเราก็เริ่มงานได้ทันที แถมบ้านเรามีตึกเก่าและตึกที่กำลังจะทุบทิ้งเยอะมาก เหมือนเมืองของเรากำลังวิ่งอยู่ตลอดเวลา

ตลอดเวลากว่า 10 ปีบนเส้นทางนี้ศิลปะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณไปอย่างไรบ้าง

ผมไม่รู้หรอกว่าศิลปะจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้หรือเปล่า แต่ศิลปะมันเปลี่ยนแปลงชีวิตผมไปแล้วในตอนนี้ จากคนที่ไม่มีอะไรเลยแม้แต่จุดหมายในชีวิต หรือไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะออกจากประเทศนี้ได้เลย แต่ศิลปะพาผมไปทุกที่บนโลกใบนี้ เปลี่ยนจากเด็กเกเรให้หันมาตั้งคำถามได้ว่าชีวิตนี้เราเกิดมาทำไม จนได้คำตอบว่ามันไม่สำคัญหรอกว่าจะเกิดมาทำไม แต่สำคัญที่ว่าก่อนที่จะตายคุณได้ทำอะไรให้กับโลกใบนี้ไว้บ้าง

ผมดีใจที่ทำให้เด็กรุ่นใหม่เข้าใจว่างานสตรีทอาร์ตมันไม่ใช่งานที่ทำเพื่อความเท่เพียงอย่างเดียว แต่มันคืองานที่จะกระตุ้นคนในสังคม ผมมองสิ่งที่ตอบว่าประเทศนี้เจริญมากแค่ไหนไม่ใช่ตัวเลขทางเศรษฐกิจแต่เป็นความก้าวหน้าของวัฒนธรรม และงานของเรามันอาจจะช่วงสร้างความเข้าใจในเรื่องศิลปะของคนในประเทศมากขึ้น ผมอยากให้งานของตัวเองเป็นบันไดที่จะเชื้อเชิญให้คนที่สนใจขยับตัวเองไปดูงานในแกลลอรี่หรือมิวเซียม และเข้าใจว่าศิลปะไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยาก

เร็วๆ นี้คุณจะมีผลงานอะไรให้เราติดตามอีกบ้าง

ผมกำลังจะมีงานที่ทำร่วมกับทาง SIWILAI ในวันที่พฤหัสบดีที่ 6 กันยายน นี้ ซึ่งงานนี้จะเป็นการรวบรวมเนื้อหาและชิ้นส่วนจากการทำงานบนท้องถนนตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี มานำเสนอที่ห้างสรรสินค้าหรูใจกลางเมือง ซึ่งทาง SIWILAI เขาก็เปิดโอกาสให้เราสร้างงานศิลปะในแบบของตัวเองเต็มที่ ซึ่งก็เป็าโอกาสที่ผมจะเอาความดิบของงานสตรีทไปแสดงบนห้างสรรสินค้าซึ่งเป็นสิ่งที่ผมอยากทำมาตั้งแต่สมัยทำงานแรกๆ และคงต้องมาคอยดูกันว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร

SMM-1

SIWILAI ชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสความสดใหม่ พร้อมต้อนรับเข้าสู่ซีซั่นล่าสุด Fall/Winter 2018 ครั้งแรกกับการเปิดตัว STREET ALLEY และ THAIMADE ร่วมด้วย เอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์ THE ONLY MARKET ในวันที่ 6 กันยายน 2561 เวลา 18.00–20.00 น. ณ SIWILAI Store ชั้น 5 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

โดย Street Alley ช้อปปิ้งคอร์เนอร์ใหม่ที่อัดแน่นด้วยสตรีทแวร์ทุุกแบรนด์ที่กำลังมาแรง อาทิ Carrots by Anwar Carrots, Fucking Awesome และ Ignored Prayers เป็นต้น และ SIWILAI ยังให้การสนับสนุนสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์ที่สร้างสรรค์ด้วยฝีมือ ของคนไทยด้วยคอร์เนอร์ Thai Made รวมถึง The Only Market เอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์น้องใหม่ของ Dry Clean Only แบรนด์แฟชั่น แนวสตรีทสัญชาติไทยที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลกพร้อมด้วยแบรนด์ชั้นนำอีกมากมายอาทิ A-COLD-WALL, Stone Island และ Cav Empt นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ที่มาร่วมสร้างสีสัน โดย Mue Bon (มือบอน) ศิลปินสตรีทอาร์ตชาวไทยชื่อดังระดับโลก
ผู้สร้างสรรค์ผลงานระดับโลกไว้มากมาย ทั้งยังเคยร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่นหรูระดับโลกอย่าง Hermès อีกด้วย

แล้วพบกันวันที่ 6 กันยายน 2561 เวลา 18.00–20.00 น. ณ SIWILAI Store ชั้น 5 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

 

featured on Sneak
#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey
พบกับอีกหนึ่งมิติใหม่ของ Lifestyle ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์แบบไม่รู้จบ

A BATHING APE POP UP STORE @SIAMDISCOVERY

ครั้งแรกกับที่แบรนด์สตรีทระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น A Bathing Ape หรือว่า BAPE® ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบของ Pop Up Store ใจกลางกรุงเทพฯ

#COPTHATKICKS : Stella McCartney X Adidas Stan Smith Sneakers รองเท้าผ้าใบที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

เมื่อ Stella McCartney ร่วมมือกับ Adidas หยิบรองเท้ารุ่น Iconic ของแบรนด์มาปัดฝุ่นใส่เทคโนโลยีในการตัดเย็บด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแบบฉบับของแบรนด์ Stella McCartney ที่ปราศจากการใช้หนังสัตว์อย่างสิ้นเชิงในรองเท้ารุ่นนี้

#SneakOut : Benjamin Joeseph Varney หนุ่มลูกครึ่งมาดเซอร์กับ fashion set หน้าหนาว

พบกับบทสัมภาษณ์นักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี พร้อมชม Fashion Set ต้อนรับอากาศเย็น กับหนุ่ม เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี

ครั้งแรกในไทยกับงานเปิดตัว Installation Art สุดล้ำ SORAYAMA Space Park by AMKK AT Central Embassy

ครั้งแรกในเมืองไทยและเป็นที่แรกของโลก กับการคอลแลปส์ของสองศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกัน แต่สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

#SneakOut: ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ สาวลุคเท่ห์ที่โด่งดังจากโลกออนไลน์มาสู่นักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้

มาทำความรู้จักกับเธอใน #SneakOut บทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกพร้อมแฟชั่นเซ็ทมันส์ๆจาก BAPE THAILAND

#SneakOut : แชมป์​ นครินทร์ จรูญวิทยา หรือ Maiyarap เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากรายการ The Rapper Season 2

บทสัมภาษณ์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังพยายามค้นหาตัวเอง

#SneakOut : Junior กรวิชญ์​ หนุ่มไซส์เล็กผู้ที่มีสไตล์การแต่งตัวโดดเด่นและน่าติดตามที่สุดคนหนึ่ง

กรวิชญ์​ สูงกิจบูลย์ หรือจูเนียร์ หนุ่มหล่อเสียงดีผู้เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วจากเวทีระดับประเทศอย่าง The Star วันนี้เราจะมาพูดคุยกับเขาในมุมที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยฟังเขาเล่าที่ไหนและอัตเดทผลงานที่บ่งบอกตัวตนของเขาได้ชัดเจนที่สุด

Interview : สัมภาษณ์ Daboyway ถึงเพลงใหม่ล่าสุด และความคืบหน้าของ Album เดี่ยวแรกของเขา ภายใต้สังกัด Def Jam Thailand

Daboyway หนึ่งในสมาชิกวงฮิปฮอปสุดเก๋าอย่าง Thaitanium กำลังจะมี Album เดี่ยวแรกของตัวเองภายใต้สังกัด Def Jam Thailand แห่ง Universal Music Group ซึ่งเป็นค่ายที่อยู่เบื้องหลังและมีศิลปิน hip hop ร่วมสังกัดอยู่มากมาย อาทิเช่น Kanye West, Nas, YG, Pusha T, Fabolous วันนึงเราจึงขอนัดคุยกับ Daboyway เพื่อพูดถึงเรื่องเพลงใหม่ล่าสุด รวมถึงบทบาทอื่นๆในวงการ hip hop ที่กำลังจะเกิดขึ้นของเขา

#SneakOut : มุมมองและความรู้สึกที่มีต่อวงการฮิปฮอปในยุคปัจจุบันผ่านสายตาของ Khan Thaitanium

#SneakOut วันนี้จะพาคุณมาพูดคุยถึงความรู้สึกและมุมมองต่อวงการฮิปฮอปของบ้านเราในปัจจุบัน กับหนึ่งในแร็ปเปอร์มากฝีมือลำดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “ขันเงิน เนื้อนวล” แร็ปเปอร์หนุ่มแห่งวง Thaitanium ผู้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการฮิปฮอปไทยนับตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจวบจนถึงทุกวันนี้

About

เว็บไซต์ SneakTheStreet ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับ รองเท้าผ้าใบ, เครื่องแต่งกาย, ศิลปะ, ดนตรี และบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการอัพเดตข่าวสารและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับแฟชั่น และกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมสตีทมากขึ้น ดังนั้น SneakTheStreet จึงเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่เป็นทั้งบทความและข่าวสารเกี่ยวกับวงการแฟชั่นทั่วโลก

Subscribe our newsletter