Nov 23, 2017
Interview : Yellow Fang | กว่า 10 ปี บนเส้นทางสายดนตรีของกลุ่มศิลปินหญิงล้วนที่ร้อนแรงที่สุดของเมืองไทย

บทสัมภาษณ์ที่จะนำคุณไปทำความรู้จักกับ “Yellow Fang” วงดนตรีอินดี้ร็อคหญิงล้วนแถวหน้าของเมืองไทย กับเรื่องราวบนเส้นทางสายดนตรีของพวกเธอในตลอดระยะเวลาเกือบสิบปีที่ผ่านมา

ในยุคสมัยที่โลกถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับผู้คนในยุคปัจจุบันที่มีพื้นที่การแสดงความสามารถของตนเองผ่านสื่อที่พวกเขามีอยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram หรือแม้การสร้างชาแนล Youtube เป็นของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หนุ่มสาวยุคใหม่จะใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อโชว์ทักษะส่วนตัวให้คนทั่วไปได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นฝีมือการเล่นเกมส์ การแต่งหน้า การวาดภาพ หรือการเล่นดนตรี

แต่หากย้อนกลับไป 10 ปีก่อน เทคโนโลยียังมีข้อจำกัดบางอย่างที่ด้อยกว่าปัจจุบัน ทำให้วัยรุ่นยุคนั้นอาจจะต้องใช้ความพยายามมากกว่าในการนำเสนอผลงานของพวกเขา เช่นเดียวกับ “Yellow Fang” หนึ่งในวงดนตรีอินดี้ร็อคหญิงล้วนเพียงไม่กี่วงของเมืองไทย ที่เริ่มสร้างสรรค์ผลงานมาตั้งแต่ปี 2008 และยังสามารถยืนอยู่ในวงการดนตรีได้จนถึงปัจจุบัน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งค่ายเพลงในการโปรโมทหรือช่วยเหลือในการทำมิวสิควิดีโอ อีกทั้งยังมีแฟนเพลงติดตามผลงานอย่างเหนียวแน่น แต่กว่าจะมาถึงทุกวันนี้พวกเธอต้องผ่านอะไรมาบ้างเรามาทำความรู้จักกับ Yellow Fang ไปพร้อมกัน

ช่วยแนะนำ Yellow Fang ให้คนทั่วไปที่ไม่รู้จักพวกคุณได้รู้จักคุณมากขึ้น

แพรวา : Yellow Fang เป็นวงดนตรีอินดี้ร็อคเครื่องดนตรีสามชิ้นหญิงล้วน ที่เริ่มตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งตอนนี้ก่อตั้งมาเกือบ 10 ปี แล้ว มีสมาชิกทั้งหมด 3 คน คือ พี่แป๋ง (กีต้าร์/ร้องนำ) พิม (เบส) และแพรวา (กลอง) โดยพวกเราเริ่มต้นจากการเป็นวงดนตรีที่เล่นในคณะศิลปกรรมศาสรคร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเล่นเพลง Cover ทั่วไป ซึ่งตอนแรกเป็นวงของพี่แป๋งกับเพื่อนๆ ก่อนที่เราจะเข้ามาแล้วกลายเป็นวงดนตรี 3 คน แบบในปัจจุบัน

สาเหตุที่พวกคุณหันมาเริ่มทำเพลงเองอย่างจริงจัง

แป๋ง : เพราะพวกเรามีโอกาสได้เล่นตามงานต่างๆ บ่อยขึ้น ทำให้เราเริ่มมีความรู้สึกอยากทำเพลงของตัวเอง อยากออกแผ่นอยากมีอัลบั้มเป็นของพวกเราเอง เลยเริ่มเดินตามความฝันแบบที่ทุกคนต้องเดิน

แพรวา : จริงๆ มันมีโอกาสเข้ามาด้วยแหละ เพราะนอกจากการเล่นดนตรีหน้าคณะแล้ว เพื่อนเราที่เป็นศิลปินเขาก็มักชวนเราไปเล่นเป็นวงเปิดให้อยู่บ่อยครั้งด้วย อย่างคอนเสิร์ตครั้งแรกของ Sqweez Animal ที่ชื่อว่า Home Sweet Home ในปี 2008 ซึ่งเขามาขอให้เราช่วยแต่งเพลงเพื่อเล่นในงานคอนเสิร์ตนี้ ซึ่งเรานำโจทย์นี้มาแต่งจนได้มา 3 เพลง นั่นคือ ‘เก็บผ้า’ ‘เลี้ยง’ และ ‘วาเลนไทน์’ ซึ่งหลังจากนั้นพวกเราก็เริ่มทำเพลงกันต่อมาเรื่อยๆ

สไตล์ดนตรีของ Yellow Fang

แพรวา : อินดี้ร็อคค่ะ

ศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกคุณ

แป๋ง : ชอบเยอะมากเลยอ่ะ ไม่รู้ว่าจะตอบใครดีขอไม่บอกแล้วกัน

แพรวา : ขอตอบรวมของพวกเราเลยแล้วกันพวกเราชอบ Tame Impala, The Velvet Undergroud, Michael Jackson, Mariah Carey, WHitney Houston นอกจากนี้เพลงไทยเราก็ฟังคือพวกเราฟังเพลงเยอะมาก ซึ่งประสบการณ์ของพวกเราก็คือการสั่งสมมาจากการฟังเพลงทุกแนว ฮิปฮอป ร็อค อิเล็กโทรนิกส์

_MG_0393

ใครเป็นคนรับหน้าที่แต่งเพลงส่วนใหญ่ของวง

แพรวา : ส่วนใหญ่พี่แป๋งจะเป็นคนเริ่มไอเดีย ส่วนพวกเราก็จะเข้ามาแจมไอเดียกันต่อภายในวง แต่อย่างเพลงล่าสุดนี้แพรวาเป็นคนแต่งเอง แล้วนำมาให้เพื่อนในวงมาร่วมแชร์ความคิดกัน

การเป็นวงหญิงล้วนทำให้ Yellow Fang มีจุดเด่นหรือจุดด้อยต่างกับวงอื่นอย่างไรบ้าง

แป๋ง : มีข้อดีเยอะนะ คือถ้าหากเราเป็นผู้ชายอาจจะไม่มีใครฟังเลยก็ได้ เพราะวงดนตรีหญิงล้วนของเมืองไทยมีน้อย อย่างเช่นถ้าผู้จัดอยากหาวงดนตรีหญิงล้วนไปเล่นในงาน ตัวเลือกของเขาก็จะเหลืออยู่ประมาณ 2-3 วงเท่านั้น เราก็เลยจะได้งานนั้นมา (หัวเราะ)

แพร : จุดด้อยคือสกิลพวกเราอาจไม่ได้เก่งเท่าผู้ชาย

แป๋ง : จุดด้อยอาจเป็นเรื่องของพละกำลังที่เราไม่มีเท่าผู้ชาย แต่เราไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นจุดอ่อนของเราเท่าไรนะ

สิ่งที่ทำให้ Yellow Fang แตกต่างจากกลุ่มศิลปินอื่น

แป๋ง : คงเพราะจุดเริ่มต้นของเราไม่ได้เป็นวงดนตรีที่สังกัดค่าย เราจึงไม่ได้มีกฎเกณฑ์และมีวิธีการทำงานในแบบของพวกเรา ซึ่งมันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อย่างเช่นเราไม่มีกรอบในการทำงานและค่อนข้างมีอิสระในการทำเพลงไปจนถึงการจะปล่อยเพลงใหม่เมื่อไร หรือแม้แต่การเลือกรับงานโชว์ประเภทไหน เราไม่รู้ว่ามีอิสระมากกว่าคนอื่นแค่ไหน แต่การที่เราทำแบบนี้มันไม่มีเรื่องของธุรกิจเข้ามาปะปนเหมือนการทำเพลงกับค่าย ซึ่งข้อเสียคือวงเราก็จะไม่มีความชัดเจนมากในบางเรื่อง อย่างเช่นคนรอฟังต้องรอฟังเพลงใหม่ต่อไปเรื่อยๆ

เคยคิดว่าสักวันหนึ่ง Yellow Fang จะกลายเป็นวงดนตรีที่มีสังกัดหรือไม่ ?

แพรวา : ถ้าเราจะมีสังกัดก็คงจะรวบรวมเพื่อนหรือศิลปินที่รู้จักเข้ามาร่วม แล้วสร้างสังกัดของตนเองขึ้นมา

แป๋ง : จริงๆ แล้วเราก็ไม่เคยคุยกับค่ายไหนอย่างจริงจัง และเมื่อมองไปรอบๆ ก็ยังไม่เห็นค่ายไหนที่เราอยากจะร่วมงานด้วยเป็นพิเศษ อีกอย่างคือยังไม่มีข้อเสนอที่ทำให้เราถูกใจพวกเราเข้ามาเท่าไร ซึ่งพวกเราก็ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองเพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีสิ่งที่ถูกใจเข้ามามากกว่า

_MG_0411
_MG_0440
_MG_0422

พวกคุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับกระแสดนตรีอินดี้ของประเทศไทยทุกวันนี้

แป๋ง : ทุกวันนี้เราเห็นศิลปินอิสระแบบพวกเราเกิดขึ้นมาก ซึ่งเมื่อก่อนนักดนตรีอยากมีค่ายเพราะต้องการให้ค่ายเพลงช่วยจัดการบางเรื่องอย่างเช่นการทำมิวสิควิดีโอ แต่ทุกวันนี้เราไม่จำเป็นต้องใช้คนมากมายขนาดนั้น เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวก็สามารถทำได้แล้ว ซึ่งตอนนี้ศิลปินอิสระไม่จำเป็นต้องอยู่ใต้ดินอีกต่อไปแล้ว พวกเขาสามารถไปเล่นตามงานอีเว้นท์ดีๆ หรือไปโชว์ที่ต่างประเทศได้เลย แต่การที่ไม่มีค่ายอาจจะทำให้ขาดอะไรไปบางอย่าง เพราะบางทีเราติดตามค่ายเพลงใด เวลาศิลปินในค่ายเขาออกเพลงมาเราจะทราบทันที เมื่อก่อนค่ายเพลงเป็นสิ่งที่รวบรวมคาแรคเตอร์ของศิลปินหรือเทสต์ของเพลง ซึ่งในปัจจุบันนี้ผู้คนต้องพยายามขวนขวายกันเอง สังเกตได้จากทุกวันนี้คนมักจะฟังเพลงที่มันรู้สึกเพราะฟังง่ายสบายๆ และไม่ค่อยเปิดรับอะไรที่มันแปลกใหม่เท่าไรซึ่งเป็นแบบนี้ทั้งโลก

กลุ่มแฟนเพลงของ Yellow Fang เป็นนักฟังเพลงประเภทไหน

แป๋ง : ช่วงแรกของวงเลยก็คงเป็นกลุ่มคนฟังเพลงอินดี้แหละ แต่ทุกวันนี้พอเข้าไปอ่านคอมเมนท์ใน Youtube ก็เริ่มรู้ว่ามีหลายคนที่ตามมากจากเพลงของเราที่นำไปประกอบละครหรือโฆษณาต่างๆ ที่พวกเรามีโอการได้ร่วมงานด้วย

คอนเสิร์ตครั้งไหนที่พวกคุณประทับใจมากที่สุด

แพรวา : ประทับใจเวลาไปเล่นทางภาคอีสาน เพราะรู้สึกว่าปลดปล่อยพลังได้เต็มที่สุด เพราะคนดูเขาไม่กั๊กความรู้สึกกับเรา พวกเราก็เล่นเต็มที่ด้วยเหมือนกัน ไม่เหมือนเวลาเล่นที่กรุงเทพหลายครั้งที่คนดูเขาไม่ค่อยเต็มที่กับเรา อย่างล่าสุดเราไปเล่นที่จังหวัดมหาสารคามคนดูเขาก็กรี๊ดแตกกันตั้งแต่เรายังไม่ขึ้นเวที ซึ่งสิ่งเหล่านั้นก็ทำให้พวกเรารู้สึกคึกไปด้วย การแสดงของพวกเราค่อนข้างจะขึ้นอยู่กับคนดูมากเลยทีเดียว คือถ้าเขาสนุกพวกเราก็สนุกด้วย หรืออย่างตอนไปแสดงที่ต่างประเทศก็สนุก เพราะคนที่มาชมไม่รู้จักเพลงของเราเลย คือเขามาฟังเพลงจริงๆ

แป๋ง : คือพวกเราไม่ใช่วงที่เป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ ที่มาชักชวนคนที่กำลังนั่งหงอยๆ ให้ลุกมาสนุกกับเรา ถ้าคุณนั่งเบื่อเราก็เบื่อด้วย

แพรวา : แฟนเพลงที่อยู่ต่างจังหวัดเขาไม่ได้ฟังเราเล่นบ่อยๆ อย่างครั้งที่ไปมหาสารคามคือทุกคนเป็นนักศึกษาด้วยก็ปล่อยกันเต็มที่สนุกสุดๆไปเลย

แล้วเวลาเจอคนดูประเภทที่ไม่สนุกกับโชว์ของเราเลย คุณแก้ปัญหานี้อย่างไร

แพรวา : วิธีแก้คือเล่นๆ ไปให้มันจบค่ะ (หัวเราะ)

แป๋ง : ตอนหลังต้องเริ่มหัดกระตุ้นคนดูบ้างแล้วนะ ต้องปลุกเร้ากันนิดหน่อยอย่างให้เขายืนขึ้น เพราะคนจัดงานเขาจ่ายเงินมาให้เราสร้างความบันเทิง เราก็ต้องทำตัวให้บันเทิงด้วย

ทุกวันนี้ Yellow Fang รับงานบ่อยแค่ไหน

แพรวา : เดือนละประมาณ 2-3 ครั้ง ก็ถือว่าไม่เยอะแต่มีเรื่อยๆ มีตลอด

ทราบมาว่านอกจากงานดนตรีแล้วพวกคุณทุกคนมีงานประจำอยู่ อยากทราบว่าแต่ละคนมีวิธีการบาลานซ์ระหว่างงานประจำกับงานดนตรีอย่างไร

แพรวา : ก็แบ่งเวลานะ เพราะงานของแต่ละคนก็ยังไม่ได้ล้นมืออะไร บางงานที่เราไม่จำเป็นต้องทำเองก็ให้ลูกน้องทำ ส่วนเรื่องดนตรีเราต้องเล่นเองก็ทำมันให้เต็มที่

แป๋ง : ส่วนตัวเราทำงานเยอะ ก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน แต่ว่าคงต้องตัดงานบางอย่างออกเพื่อให้ได้ทำเพลง เหมือนมานั่งบวกลบดูแล้วทำเพลงดีกว่า

_MG_0452

พัฒนาการทางดนตรีของวง Yellow Fang

แพรวา : คงเป็นเรื่องของทักษะดนตรีที่พัฒนาขึ้น อย่างเพลงเก่าที่เราอัดไว้เมื่อเกือบสิบปีก่อน พอมาฟังสมัยนี้รู้สึกว่ามันต่างกันมากๆ เมื่อก่อนเราเล่นกันง่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้เล่นดนตรีกันแน่นขึ้นมาก แล้วก็การเพิ่มเรื่องของเครื่องดนตรีเข้ามา จากตอนแรกมีแค่สามชิ้นจนทุกวันนี้กลายเป็นเล่นคนละสองชิ้นแล้ว

แพรวา : พอมีเครื่องดนตรีมากขึ้น ก็เริ่มมีตัวเลือกมากขึ้นในการทำเพลง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะจัดการอย่างไรกับการนำเอาเสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่เราชอบมาผสมผสานกับความเป็นวงของเรา

เคยรู้สึกเบื่อที่จะเล่นเพลงของตัวเองบ้างไหม

แพรวา : บางทีก็เบื่อนะ แต่ว่าเราสามารถพลิกแพลงวิธีเล่นในแต่ละเพลงของเราได้ ซึ่งเราก็จะพยายามเปลี่ยนวิธีการเล่นใหม่โดยใช้เนื้อเพลงเดิม

แป๋ง : เราคิดว่าบางทีเราอาจจะยังไปไม่ถึงจุดนั้น การเล่นดนตรีของพวกเรายังไม่ได้เป็นเหมือนการทำงานงานอย่างที่เราบอก เวลาออกมาเล่นดนตรีทีก็เหมือนการมาเจอเพื่อนฝูงมากกว่าไปทำงาน

แพรวา : บางวงที่เขาดังแล้วเขาอาจจะเล่นเพลงเดิมเดือนละ 20 ครั้ง แต่วงเราเล่นกันเต็มที่แค่เดือนละ 4 ครั้ง บวกกับพวกเราชอบและสนุกกับการร้องเพลงอยู่แล้ว ถ้าหากมีค่ายเพลงแล้วจำเป็นต้องแสดงทุกวัน หรือต้องไปเล่น cover เพลงของคนอื่นแบบนี้สิถึงน่าเบื่อ

แป๋ง : เราเห็นศิลปินไทยหลายคนที่มีผลงานเพลงของตัวเองแต่ไม่ได้เล่น เพราะว่ากลัวคนไม่สนุก เลยต้องพยายามเอาเพลงดังๆ ของคนอื่นมาเล่น cover ตลอดเวลาหกสิบนาทีที่ขึ้นโชว์ ซึ่งพวกเราจะไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด

เร็วๆ นี้พวกคุณกำลังจะมีโปรเจคอะไรออกมาให้แฟนเพลงหายคิดถึงกันหรือไม่

แพรวา : พวกเรากำลังจะมีอัลบั้ม The Greatest Deluxe Edition วางจำหน่ายวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายนนี้ สาเหตุเพราะแผ่นอัลบั้มของเราขายหมดไปแล้ว ก็เลยทำการผลิตขึ้นใหม่อีกครั้งพร้อมกับเพิ่มเพลงใหม่ไปอีก 5 เพลง หลังจากนั้นยังมีแผ่นเสียงซึ่งจะเป็นเพลงใหม่ที่ไม่เคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อนสำหรับคนที่สะสมหรือชอบวงเราจริงๆ นอกจากนี้พวกเรามีเสื้อขายตามเทศกาลต่างๆ เพราะพวกเราเรียนแฟชั่นมา ซึ่งการขายเสื้อถือเป็นรายได้หลักของวงเราเลย คือเวลาเล่นโชว์เสร็จเราก็จะแบ่งเงินกันเลย แต่สำหรับการขายซีดีหรือขายเสื้อนี้มันคือเงินกองกลางสำหรับวงเรา

สุดท้ายนี้อยากฝากอะไรถึงแฟนเพลง

แป๋ง : ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ถ้าชอบฟังเพลงของพวกเราหรือศิลปินอื่นๆ ก็อยากให้ช่วยสนับสนุนเงินเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นซื้อจาก itune หรือแผ่นซีดี ให้วงการเพลงไทยของเราขับเคลื่อนไปได้ เชื่อว่ามีศิลปินหลายคนต้องเลิกทำเพลงไป เพราะเขาไม่ได้รับผลตอบแทนมากพอที่จะใช้ชีวิตแบบศิลปินต่อไปได้ แต่เรายังโชคดีอยู่ได้เรื่อยๆ และมีคนคอยซัพพอร์ตตลอดเวลา ก็ขอฝากให้ทุกคนช่วยกันซื้อสินค้าลิขสิทธิ์ต่างๆ จากศิลปินที่คุณชอบ

แพรวา : และก็อย่าลืมผลงานเพลงอัลบั้ม The Greatest Deluxe Edition ที่กำลังจะวางขาย รวมถึงเสื้อยืดลายใหม่ๆ ติดตามกันได้ที่แฟนเพจ Yellow Fang ค่ะ และสุดท้ายอย่าลืมมาพบกันวันอังคารที่ 28 พฤศจิกายนนี้ ที่งาน Skullcandy present #Stayloud Live Session ที่ DND Club เอกมัย ซึ่งพวกเรา Yellow Fang จะไปร่วมเล่นในคืนนั้นด้วยค่ะ

SKCD_AW_OK-YF_C02_F

Skullcandy present #Stayloud Live Session สัมผัสประสบการณ์การฟังเพลงในรูปแบบที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อนกับปาร์ตี้สุดมันส์ และ กิจกรรมสุดพิเศษสำหรับผู้ร่วมงาน ด้วย mini concert จากนักร้องหนุ่มเสียงดี Phum Viphurit และ Stayloud Live Session ของ วงดนตรีอินดี้หญิงล้วนแถวหน้าของไทย Yellow Fang ที่ได้ AnOfficerDies สตรีทอาร์ตทิสเจ้าของคาแรคเตอร์ MillionsMonster มา Live Painting ไปพร้อมบทเพลงของพวกเธอ พบกันวันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน 2560 ที่ DND Club ตั้งแต่เวลา 21:00 น. เป็นต้นไป

Category : Featured, Music
featured on Sneak
#SneakOut : มุมมองและความรู้สึกที่มีต่อวงการฮิปฮอปในยุคปัจจุบันผ่านสายตาของ Khan Thaitanium

#SneakOut วันนี้จะพาคุณมาพูดคุยถึงความรู้สึกและมุมมองต่อวงการฮิปฮอปของบ้านเราในปัจจุบัน กับหนึ่งในแร็ปเปอร์มากฝีมือลำดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “ขันเงิน เนื้อนวล” แร็ปเปอร์หนุ่มแห่งวง Thaitanium ผู้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการฮิปฮอปไทยนับตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจวบจนถึงทุกวันนี้

BAPE STORE ® BANGKOK เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองการเข้าสู่ปีที่ 4 อย่างเป็นทางการ

BAPE STORE® Bangkok เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองการเข้าสู่ปีที่ 4 อย่างเป็นทางการของร้าน Flagship Store แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยจากแบรนด์สตรีทชื่อดังอย่าง BAPE®

บรรยากาศงานปาร์ตี้เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของ Blackbarrett by Neil Barrett ที่ร้าน Upperground เมื่อคืนวันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ผ่านไปแล้วกับงานปาร์ตี้เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของ Blackbarrett by Neil Barrett แบรนด์เสื้อผ้าที่เป็นผลงงานการออกแบบของ Neil Barrett ดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษที่เคยร่วมงานกับแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Prada และ Gucci มาแล้ว เมื่อช่วงเย็นของวันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

10 สุดยอดสนีกเกอร์ที่เราคิดว่าคือที่สุดในปี 2018 ที่ผ่านมา

ตลอดช่วงปี 2018 ที่ผ่านมาถือเป็นอีกหนึ่งปีที่วงการสนีกเกอร์ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าแบรนด์เล็กหรือใหญ่ต่างพากันสร้างสรรค์รองเท้าสุดพิเศษเพื่อออกมาเอาใจเหล่าสนีกเกอร์เฮดด้วยจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ในช่วงปีที่ผ่านมามีรองเท้ารุ่นเด็ดออกมาสู่ท้องตลาดแทบนับไม่ถ้วน แต่ในบรรดาสนีกเกอร์หลายร้อยคู่ที่ออกวางจำหน่ายในปีที่แล้ว นี่คือรองเท้าที่ SneakTheStreet คัดมาแล้วว่าน่าสนใจมากที่สุดในปี 2018 ที่ผ่านมา

#SneakOut : “Pok Mindset” กับบทพิสูจน์ตัวเองในฐานะศิลปินและชีวิตที่ต้องเลือกระหว่างความฝันหรือธุรกิจของครอบครัว

#SneakOut วันนี้จะขอนำคุณไปพูดคุยกับ “ภัสสรกรณ์ จิราธิวัฒน์” หรือที่พวกเราคุ้นเคยกันดีภายใต้ชื่อ “ป๊อก Mindset” แร็ปเปอร์หนุ่มผู้เป็นหนึ่งในโปรดิวเซอร์จากรายการ SHOW ME THE MONEY THAILAND และยังมีดีกรีเป็นถึงทายาทตระกูลอภิมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ซึ่งเขาจะมาเปิดเผยเบื้องลึกและเบื้องหลังความสำเร็จบนเส้นทางสายดนตรีที่ไม่เคยพูดถึงที่ไหนมาก่อน

Creative Space : “แชมป์-ฐกร วรรณวงษ์” ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ TAKARA WONG และอีกหนึ่งบทบาทกับการปลุกปั้นแบรนด์สตรีทน้องใหม่อย่าง TKW

Creative Space : วันนี้เราจะนำคุณไปบุกออฟฟิศของหนึ่งในดีไซน์เนอร์ที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ “แชมป์-ฐกร วรรณวงษ์” ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ TAKARA WONG แบรนด์สตรีทสัญชาติไทยที่โดดเด่นทั้งในด้านของคอนเซ็ปต์และการออกแบบ ที่จะมาบอกเล่าให้พวกเราฟังถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์รวมไปถึงอีกบทบาทใหม่กับการปลุกปั้นแบรนด์สตรีทน้องใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจอย่าง TKW

สัมผัสกลิ่นอายความวินเทจที่ผสมผสานกับแฟชั่นยุคใหม่อย่างลงตัวในคอลเลคชั่นพิเศษจาก Union LA x Jordan Brand

ชมภาพ Lookbook และสินค้าจากคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่ Uninon LA ร่วมกับ Jordan Brand สร้างสรรค์ขึ้น ซึ่งจะนำคุณไปพบกับกลิ่นอายของความวินเทจจากแฟชั่นสปอร์ตแวร์ยุค 90s ที่ถูกผสมผสานเข้ากับเทรนด์แฟชั่นยุคปัจจุบันอย่างลงตัว

#Copthatkicks Off-White™ x Converse Chuck 70

#Copthatkicks วันนี้จะขอนำทุกคนไปทำความรู้จักกับหนึ่งในรองเท้าสนีกเกอร์ที่ใครหลายคนอยากได้มาครอบครองมากที่สุดในเวลานี้อย่าง Off-White™ x Converse Chuck 70 ผลงานการออกแบบครั้งล่าสุดของ Virgil Abloh ดีไซน์เนอร์คนดังที่เคยเขย่าวงการสนีกเกอร์มาแล้วครั้งหนึ่งกับโปรเจค The Ten กับทาง Nike โดยในครั้งนี้เขาเลือกที่จะหยิบเอาโมเดลรองเท้าที่ทุกคนคุ้นเคยอย่าง Chuck Taylor มาสร้างสรรค์ใหม่ให้พวกเราได้ตื่นตาตื่นใจกันอีกครั้ง

#SneakOut : การเดินทางของ YOUNGOHM จาก “เฉยเมย” สู่ “วายโอทัวร์ไลฟ์” และอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรกในชีวิต

พูดคุยกับแร็ปเปอร์หนุ่มสุดฮอต YOUNGOHM กับการเดินทางบนเส้นทางชีวิตศิลปิน จากเพลงยอดฮิต เฉยเมย ที่มีผู้เข้าชมบนเว็บไซต์ Youtube มากกว่าร้อยล้านครั้ง สู่เพลงใหม่ล่าสุด วายโอทัวร์ไลฟ์ และเรื่องราวของผลงานอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

Supreme แบรนด์สตรีทชื่อดังจากนิวยอร์คร่วมมือกับ Nike เปิดตัวคอลเลคชั่น Fall/Winter 2018

คอลเลคชั่นล่าสุดจากพาร์ทเนอร์คู่สำคัญที่สร้างสรรค์ผลงานมาขับเคลื่อนวงการสตรีทแฟชั่นอยู่เรื่อยๆ อย่าง Supreme และ Nike ที่คราวนี้กลับมาพร้อมกับสินค้าที่มาพร้อมกลับกลิ่นอายความวินเทจที่น่าจะโดนใจใครหลายคนอยู่ไม่น้อย

About

เว็บไซต์ SneakTheStreet ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับ รองเท้าผ้าใบ, เครื่องแต่งกาย, ศิลปะ, ดนตรี และบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการอัพเดตข่าวสารและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับแฟชั่น และกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมสตีทมากขึ้น ดังนั้น SneakTheStreet จึงเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่เป็นทั้งบทความและข่าวสารเกี่ยวกับวงการแฟชั่นทั่วโลก

Subscribe our newsletter