Jul 23, 2016
Sneak the Street Interview : Jeed กว่า 20 ปี ในวงการ Sneaker

มาทำความรู้จักกับ 'จี๊ด เมืองสิริขวัญ' หนึ่งใน Sneakerhead แถวหน้าของเมืองไทย และเป็นหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบและสะสมรองเท้ามากว่า 20 ปี มาพูดคุยกันถึงมุมมองและแนวคิดที่เขามีต่อวงการ sneaker ของไทยในตอนนี้กันว่าจะเป็นอย่างไร

หากเอ่ยถึงคำว่า ‘Sneakerhead’ เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินหรือพบเห็นคำนี้ผ่านตามาบ้าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะหากพูดถึงกระแสแฟชั่นในปัจจุบันคงต้องยอมรับว่า รองเท้าผ้าใบ หรือ Sneakers ได้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และยิ่งในปัจจุบันที่เราเห็นคนนับร้อยพันไปนอนรอ เพื่อซื้อรองเท้า หรือพยายามแย่งชิงกันอย่างฝูงซอมบี้ผู้หิวโหยเพื่อให้ได้รองเท้าคู่เด็ดมาครอบครองนั้น ยิ่งตอกย้ำกระแสของรองเท้าผ้าใบได้เป็นอย่างดี แต่หากจะมองย้อนกลับไป นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับกระแสรองเท้าผ้าใบในบ้านเรา เพราะเมื่อช่วงเกือบสิบปีที่แล้วก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งไปนอนข้างถนนบริเวณสยามสแควร์ เพื่อรอซื้อรองเท้าเช่นเดียวกับปัจจุบัน ซึ่งนั่นอาจเป็นครั้งแรกที่บ้านเราเริ่มรู้จักกับคำว่า ‘Sneakerhead’

และถ้าหากอยากรู้จัก Sneakerhead ให้มากกว่าภาพที่เห็นตามสื่อโซเชี่ยล หรือคำบอกเล่าจากปากคนอื่น คงไม่มีวิธีไหนที่ดีไปกว่าการได้ไปสนทนากับพวกเขา วันนี้เราจะขอพาคุณไปทำความรู้จักกับชายคนหนึ่ง ซึ่งมีความสนใจใน Sneakers มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี และอาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งใน Sneakerhead ในยุคแรกๆ ของประเทศไทย

จากความชื่นชอบสู่การค้นคว้าและศึกษาอย่างจริงจัง สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตชายคนหนึ่ง รองเท้าได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเรื่องหน้าที่การงานและโอกาสที่เข้ามาในชีวิต วันนี้เราจะมาพูดคุยถึงความเป็นมาและแนวความคิดรวมถึงมุมมองทัศนคติต่อวงการ Sneakers Scene ในปัจจุบันของชายที่ชื่อ ‘จี๊ด เมืองสิริขวัญ’ หรือที่คนในวงการเรียกกันติดปากว่า ‘พี่จี๊ด’

เริ่มสะสมรองเท้าตั้งแต่เมื่อไร

ถ้านับจริงๆประมาณ 20 ปี เริ่มมาจากที่พ่อเราเป็นคนฮ่องกงและทุกครั้งที่เขาเดินทางกลับมาเมืองไทยเขาจะซื้อรองเท้าใหม่ๆ มาให้เราตลอด ส่วนใหญ่ก็จะเป็นรองเท้าที่ฮิตในช่วงเวลานั้นอย่างรองเท้าบาสเก็ตบอลต่างๆ แล้วแต่ว่าช่วงเวลานั้นอะไรออก เราจึงโตมากับรองเท้าพวกนี้บวกกับที่เราเล่นกีฬาบาสเก็ตบอลตั้งแต่เด็ก จึงมีโอกาสใส่รองเท้าพวกนี้ก่อนคนอื่นเสมอ แต่เวลานั้นไม่รู้หรอกว่ารองเท้าที่เรามีคืออะไร จนโตมาแล้วได้มีโอกาสอ่านหนังสือ Street Fashions ของญี่ปุ่นอย่าง Boon หรือ Popeye เราสังเกตุเห็นว่าคนญี่ปุ่นนิยมแต่งตัวในสไตล์ Street Fashions และใส่รองเท้ากีฬาพวกนี้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้เราเข้าใจมาตลอดว่า รองเท้ากีฬาก็ต้องใส่เล่นกีฬาเท่านั้น พอเราเห็นเค้าแมทช์การแต่งตัวออกมาแล้วดูดีมากๆ ประกอบกับช่วงนั้นก็เริ่มสนใจฟังดนตรีแนว Hip-Hop มากขึ้น เห็นศิลปินนักร้องใส่รองเท้ากีฬา ที่เด่นๆ อย่างเช่น Nike Air Force 1 กันมากมาย จึงเริ่มศึกษาหาข้อมูล สมัยนั้นต้องไปตามหาซื้อหนังสือญี่ปุ่นมาอ่านเพื่อที่จะได้รู้ว่าเทรนด์แฟชั่นมันอัพเดทไปถึงไหน ซึ่งเป็นช่วงที่กลับมาเริ่มใส่รองเท้ากีฬาแบบจริงจังราวๆ ปี 1996-1997 หลายๆ ปีต่อมาเราก็เริ่มรู้จักกับเพื่อนๆ และรุ่นพี่ๆ ที่ชอบอะไรเหมือนกันและเริ่มจับกลุ่มคุยกันมากขึ้น การเข้ามาของอินเตอร์เน็ตและเว็ปบอร์ดเรื่องรองเท้าโดยเฉพาะ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและเริ่มศึกษาอยากรู้ถึงความเป็นมาเป็นไปของแต่ละคู่ว่ามีที่มาอย่างไร และช่วงนั้นเป็นยุคของการเข้ามาของ Nike SB สังคมตรงนี้จึงมีคนสนใจมากขึ้น และเติบโตขึ้นมาเรื่อยๆ จนมาถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่า ณ ตอนนี้อาจจะเปลี่ยนแพลตฟอร์มจากเว็ปบอร์ดไปเป็น Facebook Page ตามกลุ่มต่างๆ ที่ตั้งขึ้นตามความชอบแต่ละประเภทแล้วก็ตาม

ความพิเศษของการสะสมรองเท้า

เราซึมซับและได้อิทธิพลจากพ่อที่ซื้อรองเท้ามาให้เราค่อนข้างมาก จนปัจจุบันอินเทอร์เน็ตแพร่หลายขึ้น ทำให้มีข้อมูลมากมายมหาศาลที่ทำให้เราสามารถย้อนกลับไปดูได้ว่า เมื่อก่อนเราใส่รองเท้าคู่ไหนบ้าง พอสมัยนี้กลับมาทำ Reproduction ขึ้นมาใหม่ เราก็อยากจะซื้อรองเท้าคู่นั้น เพราะมันคือการซื้อความทรงจำของเราในสมัยเด็กๆ เพราะสมัยก่อนเราไม่สนใจหรอกว่า รองเท้าที่ใส่มันมีความพิเศษอย่างไร ใครเป็นคนออกแบบ หรือใครเป็นคนใส่ ซึ่งในปัจจุบันทุกอย่างสามารถหาอ่านได้หมด จนรู้ว่าเราชอบรองเท้าผ้าใบจริงๆ แล้วมันก็กลายมาเป็น Passion หลักของเราไปแล้ว

ตอนนี้มีทั้งหมดกี่คู่แล้ว

ตอนนี้น่าจะมีสักเกือบๆ 200 คู่ เพราะขายไปด้วยส่วนหนึ่งและผุพังไปตามกาลเวลาอีกบางส่วน แต่ส่วนใหญ่รองเท้าที่เรามีอยู่จะเป็นรองเท้าที่เราชอบมากจริงๆ อีกทั้งกว่าครึ่งนึงมันหายากแล้วในตลาด และด้วยความที่เราเป็น Nike Influencer ของ Nike Thailand ด้วย ทางแบรนด์เขาก็จะให้สินค้าเรามาใส่เสมอ ซึ่งรองเท้าพวกนั้นไม่สามารถขายได้ เราจะขายรองเท้าที่เราซื้อมาแล้วไม่ค่อยได้ใส่ เพื่อแปรสภาพไปเป็นเงินเพื่อไปซื้อรองเท้าคู่อื่นที่เราอยากได้ต่อไป

 

 

 

“คนที่จะเป็น Sneakerhead ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นคนที่มีรองเท้าเยอะมากที่สุด แต่ควรจะเป็นคนที่มีความรู้เรื่องรองเท้าที่ตัวเองมีอย่างแตกฉาน คือคุณไม่จำเป็นต้องมีรองเท้าเยอะหรอก แต่คุณควรรู้จักรองเท้าที่คุณมีว่ามันมีที่มาที่ไปของมันอย่างไรมากกว่า”

แล้วมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร

เราจะมี Wet Wipes ติดตัวในกระเป๋าตลอดเวลา ทุกครั้งที่เรากลับถึงบ้านเราจะทำความสะอาดรองเท้าทันที และที่สำคัญคือเก็บในที่ร่มและระบายอากาศได้ดี เพราะข้อจำกัดคือภูมิอากาศของประเทศเราที่ไม่ว่าเก็บดีแค่ก็มีโอกาสพังได้ ควรจะต้องเอารองเท้าออกมานวดหรือวอร์มบ้าง แต่ส่วนใหญ่เราจะเป็นคนหวงรองเท้ามากและค่อนข้างดูและรักษาดี และไม่ชอบให้รองเท้าตัวเองเลอะ ถ้าอันไหนเป็นคราบที่ลบยากก็จะใช้น้ำยาเฉพาะ แต่ปกติก็เป็นคนใส่ระวังอยู่แล้ว หลักๆ ในการดูแลรักษาก็เก็บในที่ร่มหลบแสงแดดและใส่ที่ดันทรง ถ้าเป็นพวกรองเท้าที่พื้นมัน Crack ได้ เราก็เปิดกล่องรองเท้าให้โดนอากาศบ้าง รองเท้าที่มีราคาค่อนข้างสูงก็จะเก็บเอาไว้ในห้องนอน ในขณะที่บางคู่ที่ใส่บ่อย ก็จะเอาไปไว้ชั้นวางรองเท้าข้างล่าง

วิธีการเลือกซื้อรองเท้า

สำหรับเรากระแสก็เป็นปัจจัยหนึ่ง แต่เวลาเลือกซื้อรองเท้าหลักๆ คือการเลือกรองเท้าที่เราอยากใส่จริงๆ และอาจจะเป็นเรื่องความยากลำบากในการได้มาหรือเป็นรองเท้าที่ไม่ได้มีขายทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่เราจะชอบรองเท้าประเภท Quickstrike หรือ Limited Editions ของ NikeLab, Fragment Design, HTM และอะไรที่มีแนวทางฝั่งตะวันออกพวกญี่ปุ่นหน่อย เพราะด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้นด้วย มันก็เหมือนบังคับให้ไม่สามารถใส่อะไรที่มีสีสันสดใสได้มาก เพราะอาจจะดูเกินวัยตัวเอง และอย่างที่บอกว่าจะซื้ออะไรที่เหมาะกับตัวเองและเป็นตัวเองที่สุด เวลาแต่งตัวออกจากบ้านทุกครั้งก็จะเอารองเท้านี่แหละที่ตั้งเป็นโจทย์ในการแต่งตัวเสมอว่า วันนี้จะใส่รองเท้าคู่นี้และไล่ขึ้นมาข้างบนว่าจะใส่อะไรต่อไป ปัจจัยอื่นๆ อาจจะเป็นรองเท้าที่คนอื่นไม่ได้สนใจหรืออยู่ในกระแสที่คนอื่นเขามองข้าม หรือไม่คนไม่ค่อยเข้าใจในดีไซน์บ้าง ไม่ได้หมายความว่าเราลึกนะ แต่ว่าความชอบของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันและเราเลือกที่จะใส่แตกต่างจากคนอื่น ปัจจัยเรื่องกระแสก็เป็นส่วนนึง เช่นพวก Air Jordans ที่เราซื้อเพราะอยากได้หรือเคยมีมาก่อนแล้วพอกลับมาทำใหม่ก็อยากได้ เรื่องราคาอาจจะเป็นปัจจัยรองลงมาที่สุด เพราะส่วนใหญ่แล้วเราจะซื้อรองเท้าในราคารีเทลหรือได้มาจากเพื่อนๆ ที่ส่งมาให้

รองเท้าที่ชอบที่สุด

อันดับหนึ่งในใจคงต้องเป็น Air Jordan 1 เพราะเป็นรองเท้าคู่แรกที่พ่อซื้อให้แล้วจำได้แม่นที่สุด เมื่อเวลาผ่านไปจนเรากลับมาสนใจรองเท้าอีกครั้ง เราก็ไปตามหาซื้อตัว Original อีกครั้งจากรุ่นน้องคนนึงที่มีอยู่ ซึ่งเป็นรองเท้าที่มีอายุกว่า 30 ปีแล้ว เราซื้อมาเพื่อระลึกเอาไว้ว่านี่เป็นรองเท้าที่เราเคยมีสมัยเด็ก และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสนใจรองเท้า แต่ถ้าในปัจจุบันนี้เราก็ชอบ Nike Sock Dart มากๆ เพราะมันใส่สบายเลยเลือกใส่เกือบทุกวัน อีกทั้งมันเป็นรองเท้าที่ผ่านมา 10 ปีให้หลังถึงมีคนเข้าใจมัน เพราะตอนออกวางขายในปี 2004 ไม่มีใครสนใจหรือชอบมันเลย จนกระทั่ง Hiroshi Fujiwara นำมันกลับมาอีกครั้งใน Collaboration ของ Fragment Design จนกระทั่งทาง Nike นำมันกลับมาอยู่ในสายพานการผลิตอีกครั้ง อีกคู่ก็เป็น Fragment Design X Air Jordan I เพราะส่วนตัวชื่นชม Hiroshi Fujiwara อยู่แล้วและ Jordan Brand ก็เป็นแบรนด์นึงที่เราชอบมากๆ เหมือนกัน มันเหมือนกับแบรนด์ที่ชอบจากตะวันตกมาพบกับดีไซน์เนอร์ที่ชอบจากตะวันออก รองเท้าคู่นี้เลยชอบมากในแง่ของการพบกันของโลกทั้งสองฝั่ง

คนที่ไม่สนใจรองเท้าเขามองเราอย่างไร

แน่นอนว่าไม่เข้าใจ เคยคุยกับเพื่อนผู้หญิงคนนึง เขาก็ไม่เข้าใจว่าซื้อรองเท้าแพงๆ ทำไม มีแค่สองเท้าเท่านั้น ทำไมต้องมีรองเท้าหลายคู่ เราเลยถามกลับว่าแล้วทำไมเค้าต้องซื้อกระเป๋าหรือซื้อลิปสติกมากมายด้วย ทั้งที่มีแค่ปากเดียว เขาก็เถียงเราไม่ได้เพราะมันย้อนกลับไปหาเค้าด้วย ในแง่ของคนสะสมไม่ว่าสิ่งของนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม เขาซื้อเพราะความชอบมาเป็นอันดับหนึ่ง อย่างเราชอบรองเท้าเพราะดีไซน์และประวัติความเป็นมา ฉะนั้นมุมมองของคนที่ไม่เข้าใจก็จะบอกว่ามันก็คือรองเท้าเหมือนกัน แต่ในแง่ของคนที่สะสมมันจะมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก รองเท้ารุ่นเดียวกันแต่คนละสี เพราะมีเรื่องราวที่ต่างกัน พระเครื่องคือตัวอย่างง่ายๆ ที่เห็นชัด ถ้าดูเผินๆคือพระพิมพ์เดียวกัน แต่ถ้าดูรายละเอียดของวัสดุที่นำมาใช้หรือบล็อกพิมพ์ที่ต่างกัน พระอาจารย์ที่ปลุกเสกคนละรูปกัน ซึ่งเป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่คนที่สะสมถึงจะเข้าใจเท่านั้น แม้จะเป็นของสะสมที่ต่างกันก็ตาม ซึ่งเรื่องแบบนี้เราห้ามความคิดคนภายนอกที่ไม่เข้าใจไม่ได้เลย เพราะก็ต้องเข้าใจด้วยว่าในแง่ของสะสมอื่นๆ เช่น นาฬิกาหรือพระเครื่อง เมื่อเวลาผ่านไปมันสามารถแปลงมูลค่าของมันเป็นเงินที่เพิ่มมากขึ้นได้ แต่สำหรับรองเท้ามันมีอายุการใช้งานที่ถ้าไม่ได้ใช้ก็จะเสื่อมสภาพไปวันนึง นั่นจึงเป็นข้อเสียเปรียบในแง่ของการสะสม แต่เราแฮปปี้และไม่ได้สนใจคำพูดคนแบบนั้นที่ไม่เข้าใจอยู่แล้ว เพราะเราห้ามเขาไม่ได้อยู่แล้ว

คำถามที่ถูกถามบ่อยๆ

ส่วนใหญ่จะโดนถามว่าคู่นี้ซื้อมาอย่างไรหรือได้มาจากไหน หรือถามประมาณว่าคู่นี้ดีหรือไม่ดี แล้วราคาจะแรงไหม ซึ่งเราจะบอกคนที่ถามแบบนี้เสมอๆ ว่าเราตอบคำถามแบบนี้ไม่ได้ เพราะอย่างที่บอกว่าเราซื้อรองเท้าที่ตัวเองชอบเป็นหลัก เราจะบอกเค้าเสมอว่าต้องถามตัวเองว่าเค้าชอบที่จะใส่หรือเปล่า เพราะถ้าเราชอบก็ไม่จำเป็นต้องฟังคำใครว่าคู่นั้นดีหรือไม่ดีหรอก เพราะถ้าเราซื้อรองเท้าตามกระแสแล้ววันหนึ่งกระแสมันจางหายไป รองเท้าที่เรามีก็จะไม่มีความหมายสำหรับเราเลย กลับกันถ้าเราซื้อรองเท้าที่เราชอบจริงๆ ต่อให้กระแสมันลดลงหรือหายไป แต่มูลค่าของมันไม่ได้ด้อยคุณค่าลดลงไปเลย เพราะเราซื้อมันมาใส่เพราะเราชอบมันจริงๆ

เคยมีรองเท้าที่อยากได้แต่ไม่ได้ไหม

เยอะมากเลย เหตุผลหลักคือราคาที่เกินเอื้อม อย่างเราและหลายๆ คนก็คงอยากได้ Nike Mag จากภาพยนตร์เรื่อง Back to the Future II มากๆ แต่ด้วยราคาในตลาดที่สูงจนเกินเอื้อมจริงๆ และรายได้ของเราที่ไม่สามารถจะจ่ายเงินจำนวนนั้นไปกับรองเท้าเพียงแค่คู่เดียวได้ มันก็เลยเป็นรองเท้าที่คงต้องปล่อยให้มันเป็นฝันต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะรวยมากๆ พอที่จะซื้อได้โดยที่ตัวเองไม่ลำบาก อย่างล่าสุดที่ฝันเป็นจริงอีกอันนึงใน Wishlist ของเราก็คือ Nike Air Pressure ซึ่งอยู่ดีๆ ทาง Nike ก็ทำ Retro มันอีกครั้งนึงโดยที่ไม่มีข่าวรั่วไหลอะไรออกมาเลย ซึ่งตั้งแต่รู้ข่าววันวางขายก็คิดในใจว่าจะต้องไม่พลาดแน่ๆ เพราะมันคือของที่อยากได้ตอนเด็กแต่ไม่เคยได้เพราะราคาในตอนนั้นแพงมากๆ พอมันกลับมาทำอีกจึงไม่อยากจะพลาดอีก

เคยเสียดายเงินบ้างไหม

มีคิดอยู่บ้างเพราะบางคู่ซื้อมาใส่แค่ครั้งเดียวหรือสองครั้งแล้วก็ไม่ได้ใส่อีก แต่ในมุมของนักสะสมมักจะข้ามจุดนั้นมาแล้วเพราะเราซื้อความพอใจของตัวเองมากกว่า อย่างบางคู่ที่ซื้อมาเราก็ไม่คิดว่าจะใส่นะ อย่าง Nike Air Pressure ที่ได้มาก็คงไม่ใส่มัน อาจจะแค่หยิบเอามาโชว์ดูว่าเราก็มีมันนะ เพราะเคยอยากได้มากตอนเด็กๆ รองเท้าคู่นี้มันผลิตขึ้นมาในปี 1989 ออกแบบโดย Tinker Hatfield เพื่อออกมาวางขายสู้กับ Reebok Pump ในตอนนั้น ซึ่งในสมัยนั้นเทคโนโลยี Pump ของ Reebok คือล้ำสมัยน่าตื่นเต้นมากๆ ทุกคนต้องมี เราก็เคยมี และพอมาเห็น Air Pressure ก็อยากได้เพราะดีไซน์ที่บ้ามากๆ ในปัจจุบันถ้าถามว่าเราเสียดายเงินบ้างไหม ถ้ามองในมุมคนนอกเราก็เสียดายละ แต่สำหรับเรารองเท้าบางคู่เราซื้อมันเพราะความทรงจำในวัยเด็กของเราเลยนะ โดยเฉพาะ Air Jordans หรือรองเท้าบาส Retro รุ่นต่างๆ

สิ่งที่ได้จากการสะสมรองเท้า

อาจจะเป็นเรื่องของโอกาสในการทำงานในแวดวงนี้ เพราะเราสะสมรองเท้าเลยทำให้ที่มีคนรู้จักเราบ้าง จนมีโอกาสที่ดีได้ทำงานกับ Nike Thailand ได้จัดงานแรกที่เป็นงานเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของรองเท้า Nike Air Force 1 และงานอื่นๆ ในเวลาต่อมาเรื่อยๆ เพราะเราโชคดีมากๆ มีความรู้เรื่องรองเท้าพวกนี้ ซึ่งในสมัยนั้นยังถือว่าใหม่มากๆ และมีคนที่มีความชอบและสามารถทำงานได้ด้วยน้อยมากๆ เหมือนกัน ต้องยอมรับว่ามันเป็นจุดเริ่มของโอกาสดีๆ ของเราที่คงหาได้ยาก และสามารถต่อยอดไปงานส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเป็นที่ปรึกษาทางการตลาดให้กับแบรนด์อื่นๆ หรือการทำแบรนด์รองเท้าของตัวเองที่ชื่อ LIM  ก็ต้องขอขอบคุณหลายๆ คนที่ให้โอกาสกับเรา เพราะจากความชอบจึงทำให้เรามีแบบทุกวันนี้ เป็นความโชคดีอย่างเดียวที่ทำให้เรามีทุกวันนี้ได้

นิยามคำว่า Sneakerhead สำหรับคุณ

สำหรับเรา Sneakerhead ไม่ได้นับที่จำนวนรองเท้าที่มี แต่เรานับที่คุณภาพของคนมากกว่า คือคนที่จะเป็น Sneakerhead ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นคนที่มีรองเท้าเยอะมากที่สุด แต่ควรจะเป็นคนที่มีความรู้เรื่องรองเท้าที่ตัวเองมีอย่างแตกฉาน คือคุณไม่จำเป็นต้องมีรองเท้าเยอะหรอก แต่คุณควรรู้จักรองเท้าที่คุณมีว่ามันมีที่มาที่ไปของมันอย่างไรมากกว่า เพราะเปรียบเทียบกับปัจจุบัน ก็คงพูดตรงๆ ว่า หลายๆ คนซื้อรองเท้าเพราะกระแส ไม่ได้สนใจหรอกว่ารองเท้าแต่ละคู่มันมีที่มาที่ไปอย่างไร รู้แค่ว่ามันมีราคาแพงและเป็นที่ต้องการของตลาดมากๆ จึงซื้อหรือมีเอาไว้ครอบครองเพื่อที่จะโชว์คนอื่น ซึ่งแนวคิดนั้นก็ไม่ผิดแปลกอะไรหรอก เพราะใครๆ ก็ควรจะภาคภูมิใจกับสิ่งของที่เรามี แต่สำหรับมุมของนักสะสมนั้น มูลค่าของที่เขาสะสมจะแตกต่างจากคนที่ซื้อของตามกระแส ทั้งๆ ที่เป็นของชนิดเดียวกันด้วยซ้ำ สำหรับเรามันไม่เกี่ยวกับราคา แต่มันเป็นเรื่องคุณค่าทางจิตใจซะมากกว่าว่า เราซื้อมันเพราะว่าอะไร หรือซื้อมันเพื่อให้ทุกคนได้เห็นได้เชิดชู เรามักจะพูดอยู่เสมอๆ ว่าเวลาซื้ออะไรให้ซื้อที่ตัวเองชอบ ไม่ใช่ซื้อให้คนอื่นชอบ เพราะถ้าซื้อของที่คนอื่นชอบจนวันหนึ่งเราอาจจะมานั่งคิดจนตกตะกอนแล้วว่า สุดท้ายเราอาจจะไม่ได้ชอบมันจริงๆ หรือชอบอีกอย่างนึงก็ได้ สุดท้ายมันก็กลายเป็นของที่หมดคุณค่าในสายตาเรา ไม่เหมือนของบางอย่างที่เราอยากได้หรือตามหามานาน หรือเพราะเราชอบจริงๆ ซึ่งเมื่อพอเราได้สิ่งนั้นมาแล้ว มูลค่าของมันในแง่คุณค่าทางจิตใจจะมีสูงกว่าของทั่วๆ ไปอย่างแน่นอน

นอกจากรองเท้าสนใจอะไรบ้าง

เราชอบศิลปะประเภท Street Art / Modern Contemporary Art เราสนใจศิลปะแต่ในขณะเดียวกันเราก็ไม่ได้ลึกซึ้งมาก ส่วนตัวเรามองว่าศิลปะแค่เรามองว่ามันสวยงามก็พอ เพราะเราเชื่อว่าความสวยงามของศิลปะมันไม่ได้ต้องการความยากในการเข้าถึง คือไม่ต้องลงลึกถึงรายละเอียดฝีแปรงหรือ Abstract มากจนเข้าใจไม่ได้ ดูแค่ว่าอิ่มเอิบสวยงามก็พอแล้วสำหรับเรา อย่างเราชอบ Futura, Kaws หรือ Daniel Arsham ซึ่งอาจจะดู Mainstream มากๆ แต่สุดท้ายผลงานของพวกเขามันทำให้เรารู้สึกดีที่ได้เห็น เพราะศิลปินแต่ละคนก็มีรูปแบบแนวทางการทำงานที่แตกต่างและน่าสนใจในสไตล์ของแต่ละคน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ได้รู้และได้ศึกษาถึงแรงบันดาลใจในการทำงานก็เท่านั้นเอง อีกอย่างก็สนใจเรื่องเพลง เพราะเราก็โตมากับดนตรีพวกคนผิวสีอย่าง Hip-Hop, R&B และ Soul รวมถึง Rock บ้างนิดหน่อย แน่นอนว่าเพลงไทยในยุคต่างๆ ก็ด้วย ณ ปัจจุบันก็จะอิน Neo-Soul และ R&B เป็นหลักอย่าง Frank Ocean, Majid Jordan, The Weeknd, The Internet หรือ D’Angelo เป็นต้น อย่างล่าสุดก็ไปอินกับ Korean R&B เพราะมันเมโลดี้และวิธีการร้องเพลงที่น่าสนใจมาก ซึ่งมันยังมีเพลงที่เรายังไม่เคยฟังไม่เคยรู้จักเยอะแยะมากมายเหลือเกิน และมันเปิดโลกใบใหม่อยู่ตลอดเวลา

วงการ Sneakers ของไทยในตอนนี้

ถ้าเทียบเป็นกราฟมันก็มีทั้งขึ้นและลง แต่สุดท้ายก็เป็นเรื่องของเทรนด์และกระแสแฟชั่นเป็นหลัก อย่างเมื่อ 2-3 ปีก่อนหน้านี้ พวกเราอาจจะอินกับ Air Jordans กันมากๆ ซึ่งก่อนหน้านั้นอาจจะไปอินรองเท้าวิ่ง หรือ ณ ปัจจุบันไปอินกับพวก Yeezy Boost หรือ Ultra Boost อะไรก็ตาม แต่พอเห็นภาพรวมของมันแล้ว เรามีความรู้สึกว่า บ้านเรากำลังจะกลายไปเป็นแบบฮ่องกงคือ ทุกคนเป็น Reseller และมันไม่มี Passion ที่แท้จริง คือเราโตมาและคลุกคลีกับคนที่มีความหลงใหลในเรื่องของรองเท้า แล้วเราก็เห็นคนพวกนี้อยู่รอบตัวตลอดเวลา แต่พอมาปัจจุบันกลายเป็นว่า ทุกๆ คนอยากเป็น Reseller กันหมด เพราะว่ามันกลายเป็นธุรกิจที่สามารถทำกำไรได้ทันทีเมื่อก้าวเดินออกจากร้าน หลายคนไม่ได้มีความชอบแล้ว หลายๆ คนแค่อยากมีเพื่อนำไปขายทำกำไรต่อในราคาที่สูงกว่า ซึ่งไม่ได้ผิดอะไรหรอก อาจเป็นเพราะเราเป็นคนหัวโบราณอยู่ ซึ่งเราก็เชื่อว่ายังมีอีกหลายๆ คนที่คิดแบบที่เราคิด อย่างน้อยเราก็หวังว่าแค่อยากให้เขาเข้าใจหรือรู้ว่าตัวเองกำลังสะสมรองเท้าอะไรอยู่ รู้ที่มาที่ไป ได้ศึกษา เพราะพอได้ศึกษาเพิ่มขึ้นมันจะมีความสนุกในการเก็บสะสมมากขึ้น และเข้าใจมากขึ้นว่ารองเท้าที่ตัวเองสะสมหรืออยากได้มันมีความหมายกับเราอย่างไร ไม่ใช่มีเพราะกระแสมันดีจนเราต้องไปมีตามกระแส เพราะเมื่อก่อนวงการนี้มันสนุกมากๆ สังคมมันสนุก ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศที่ออกไปนั่งแคมป์รอซื้อรองเท้า มานั่งคุยเรื่องรองเท้า ช่วยเฝ้าของหรือแบ่งปันอาหาร ช่วยเหลือกันและมีความสุขเวลาที่ได้รองเท้าด้วยกัน แต่ตอนนี้กลายไปเป็นการฟาดฟันเพื่อที่จะได้รองเท้าคู่นั่นคู่นี้มา โดยบางทีไม่ได้สนใจอะไรเลย มันเลยไม่มีมิตรภาพดีๆ ที่มันเกิดขึ้นระหว่างช่วงเวลานั้นๆ เหมือนเมื่อก่อน สำหรับเราสุดท้ายมันเป็นเรื่องของคุณค่าทางจิตใจอย่างเดียวเลยนะ เพราะเราจะภูมิใจกับรองเท้าที่เราเหนื่อยอดนอนแคมป์กันมา เพื่อจะได้มาครอบครอง ได้เอามาใส่มันจริงๆ

อนาคตวงการ Sneakers ไทย

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า เป็นเรื่องที่ดีที่มีของเจ๋งๆ รองเท้าดีๆ เข้ามาขายในบ้านเรามากขึ้น ไล่ตั้งแต่ยุคของ Nike SB ที่มี Preduce เป็นตัวแทนจำหน่าย มาถึงยุคการแคมป์เพื่อซื้อ Air Jordans ที่ร้าน V.A.C. จนถึงยุคแคมป์ที่ Carnival ในปัจจุบัน ซึ่งก็เป็นผลประโยชน์ที่ดีให้กับใครก็ตามที่สนใจรองเท้าจริงๆ แต่ด้วยความที่หลายคนเห็นช่องทางในการหารายได้แบบรวดเร็ว ก็แห่กันไปต่อคิวซื้อเพื่อจะนำมาขายต่อ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นของอะไรก็ตาม หากวันหนึ่งมันกลายเป็นทุกคนคือ Reseller ไม่มีคนที่ชอบมันจริงๆ เหลือหรือมีน้อยลงไป แล้วสักวันนึงมันจะเฟ้อแล้วหมดความนิยมลงไป แล้ววงการมันก็จะเสื่อมหมดความนิยมลงไป คนพวกนี้ก็จะไปหาอะไรอย่างอื่นแทน ซึ่งมันก็ทำให้คนที่อยู่มานานหรือชอบจริงๆ ท้อหรือเสียความรู้สึกเพราะไม่มีคนที่ชอบจริงๆ หรืออยากได้แต่ซื้อไม่ได้ ทุกวันนี้ตามสื่อ Social Medias มีแต่เพจที่ลงขายของกันอย่างเดียว เราเองก็อยากจะมีแหล่งข้อมูลที่เราสามารถจะเข้าไปหาความรู้หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพราะเราเองก็ไม่ได้รู้ไปทุกเรื่องหรอก เรื่องบางเรื่องก็มีคนที่มีความรู้มากกว่าเราซะอีก เช่น กลุ่มชุมชน B-Kickz ที่คุยกันเรื่องรองเท้าบาสเก็ตบอลโดยเฉพาะเป็นต้น เราเองไม่ได้แอนตี้พวก Reseller เลยนะ ยังใช้บริการออกบ่อย พวกดีๆ มีอยู่เยอะมากๆ รุ่นน้องก็เป็นออกเยอะแยะ แต่อย่างน้อยนั่นคือกลุ่มคนที่มีความรู้จริงๆ และเป็นคนที่มีความชอบและศึกษาจริงๆ ก่อนที่จะผันตัวเองเพื่อนำประสบการณ์นั้นไปใช้ให้เป็นประโยชน์หรือทำเป็นอาชีพหลักของเค้าได้ เราให้ความเคารพคนพวกนี้นะ เพราะสุดท้ายแล้วมันก็เป็นการทำธุรกิจที่สุจริต และบางทีเราเองยังต้องถามหาความรู้จากน้องๆ พวกนี้เลยด้วยซ้ำ

Text : Farfar  |  Photography :  Ballisticone

Category : Uncategorized
featured on Sneak
ประวัติวง “Daft Punk” จากคำดูถูก สู่คำว่าสำเร็จ

อยู่ ๆ ก็มีข่าวที่ทำให้แฟนเพลงทั่วโลกต้องตกอยู่ในอาการช็อคไปตาม ๆ กัน เมื่อวงอิเล็กทรอนิกส์ดูโอ้ระดับตำนานอย่าง Daft Punk ประกาศแยกทางกัน หลังร่วมสร้างตำนานทางดนตรีมาเนิ่นนานกว่า 28 ปี

The Process : 15 ปีที่อุทิศให้กับดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ของ KINGKONG / MARMOSETS

อะไรในดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำให้ปอนด์ (กฤษฎา วดีศิริศักดิ์) หรือ ที่เรารู้จักกันในนามว่าดีเจ Kingkong / Marmosets หลงใหล และใช้ชีวิตอยู่กับดนตรีแขนงนี้ได้ยาวนานกว่า 15 ปี? นอกจากจะเป็นดีเจที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ Heineken Dj Spin ปี 2006 แล้วเขายังเป็น Producer เจ้าของค่าย Zoo Studio รวมถึงล่าสุดกับตำแหน่ง A&R ของ Warner Music

BAPE THAILAND เปิดตัวเว็บไซต์นำสินค้ามาลดราคาสูงสุดถึง 40%

ถ้าใครเคยไป BAPE Pirate Store ที่ฮ่องกงหรือญี่ปุ่น คงพอจะนึกถึงบรรยากาศที่คุณจะได้เป็นเจ้าของสินค้าของ BAPE ในราคาพิเศษ (ซึ่งปกติแล้วแบรนด์นี้แทบจะไม่ลดราคาเลย ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็ตาม ไม่ต่างกับแบรนด์เนม)

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey
พบกับอีกหนึ่งมิติใหม่ของ Lifestyle ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์แบบไม่รู้จบ

A BATHING APE POP UP STORE @SIAMDISCOVERY

ครั้งแรกกับที่แบรนด์สตรีทระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น A Bathing Ape หรือว่า BAPE® ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบของ Pop Up Store ใจกลางกรุงเทพฯ

#COPTHATKICKS : Stella McCartney X Adidas Stan Smith Sneakers รองเท้าผ้าใบที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

เมื่อ Stella McCartney ร่วมมือกับ Adidas หยิบรองเท้ารุ่น Iconic ของแบรนด์มาปัดฝุ่นใส่เทคโนโลยีในการตัดเย็บด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแบบฉบับของแบรนด์ Stella McCartney ที่ปราศจากการใช้หนังสัตว์อย่างสิ้นเชิงในรองเท้ารุ่นนี้

#SneakOut : Benjamin Joeseph Varney หนุ่มลูกครึ่งมาดเซอร์กับ fashion set หน้าหนาว

พบกับบทสัมภาษณ์นักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี พร้อมชม Fashion Set ต้อนรับอากาศเย็น กับหนุ่ม เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี

ครั้งแรกในไทยกับงานเปิดตัว Installation Art สุดล้ำ SORAYAMA Space Park by AMKK AT Central Embassy

ครั้งแรกในเมืองไทยและเป็นที่แรกของโลก กับการคอลแลปส์ของสองศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกัน แต่สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

#SneakOut: ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ สาวลุคเท่ห์ที่โด่งดังจากโลกออนไลน์มาสู่นักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้

มาทำความรู้จักกับเธอใน #SneakOut บทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกพร้อมแฟชั่นเซ็ทมันส์ๆจาก BAPE THAILAND

#SneakOut : แชมป์​ นครินทร์ จรูญวิทยา หรือ Maiyarap เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากรายการ The Rapper Season 2

บทสัมภาษณ์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังพยายามค้นหาตัวเอง

About

เว็บไซต์ SneakTheStreet ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับ รองเท้าผ้าใบ, เครื่องแต่งกาย, ศิลปะ, ดนตรี และบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการอัพเดตข่าวสารและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับแฟชั่น และกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมสตีทมากขึ้น ดังนั้น SneakTheStreet จึงเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่เป็นทั้งบทความและข่าวสารเกี่ยวกับวงการแฟชั่นทั่วโลก

Subscribe our newsletter