Interview : “ซัน เมธัส” กับบทสัมภาษณ์เรื่องราวของช่างทำผมสุดแนวที่กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

อีกหนึ่งบทสัมภาษณ์ที่เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับแฮร์สไตล์ลิสและช่างทำผมชื่อดังของเมืองไทยอย่าง ซัน สมายล์คลับ ที่ใครหลายคนคงคุ้นเคยกันดีกับสไตล์การแต่งตัวที่มีคาแร็กเตอร์ชัดเจน และเคยออกแบบทรงผมให้กับเหล่าคนดังมาแล้วมากมาย มาลองอ่านมุมมองของผู้ชายคนนี้ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ใครหลายคนอาจคิดว่าอาชีพช่างทำผมเป็นอาชีพที่ไม่น่าจะร่ำรวยอะไรมาก เพราะคงไม่มีใครที่จะตัดผมทุกวัน แต่ก็เชื่อว่าเป็นอาชีพทางเลือกให้สำหรับใครที่ไม่รู้จะทำอะไรได้หลายคนเช่นกัน ซึ่งด้วยเป็นอาชีพที่สามารถไปเรียนเพิ่มหรือเสริมกับการเรียนที่เรียนอยู่ในปัจจุบันได้ เพื่อหารายได้เสริม หรือจะยึดเป็นอาชีพหลักก็ยังได้ อีกทั้งในบ้านเรามีช่างทำผมชื่อดังและเป็นที่ยอมรับอยู่หลายคน แต่ละคนก็โดดเด่นในสไตล์ของตัวเอง แต่กว่าจะมาเป็นเจ้าของร้านได้ คงต้องผ่านอะไรมาอย่างมากมาย

และวันนี้เราจะพาคุณไปพบกับบทสัมภาษณ์ของเขาให้มากขึ้นกับ  ซัน  เมธัส หรือ ซัน สมายล์คลับ แฮร์สไตล์ลิสและช่างทำผมชื่อดังของเมืองไทยในขณะนี้ ที่ใครหลายคนคงคุ้นเคยกันดีกับสไตล์การแต่งตัวที่มีคาแร็กเตอร์ชัดเจน อีกทั้งโดดเด่นในเรื่องของผลงานการดีไซน์ทรงผมให้เหล่าดารา เซเลบมากมาย มาลองอ่านมุมมองของผู้ชายสุดแนวคนนี้ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน และกว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้จริงๆ แล้วเขาเริ่มต้นมาจากอะไร ไปทำความรู้จักเขาพร้อมกันเลย

แนะนำตัวให้กับคนที่อาจยังไม่รู้จักคุณ

ซัน  เมธัส เทพนวล เจ้าของร้านสมายล์คลับครับ ส่วนใหญ่งานที่ทำอยู่ตอนนี้ คือดูแลกิจการร้านทำผมทั้ง 2 สาขาของสมายล์คลับ อีกทั้งทำเบื้องหลังเป็นแฮร์สไตล์ลิสให้กับศิลปินหลายวง โดยที่ให้เราดีไซน์ทรงผมหรือออกแบบลุค ออกแบบสไตล์ เวลาที่มีผลงานใหม่ๆของศิลปินเหล่านั้น และตอนนี้ที่ทำหลักๆคือวง บอดี้สแลม 25hours โจอี้บอย ซึ่ง 2 อาชีพนี้เป็นสิ่งที่ทำควบคู่กันมาตั้งแต่แรกแล้ว

สมายล์คลับคืออะไร ?

สมายล์คลับเป็นร้านทำผมในฝันของเราเลยดีกว่า ซึ่งเรามีหุ้นส่วนร้านอีก 2 คนคือโทนี่ รากแก่น กับบุตร สุริยะ ที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ถ้าให้คำจำกัดความของสมายล์คลับคงเป็นร้านทำผมของคนไทยเพื่อคนไทย แล้วเสนอสิ่งใหม่ๆให้กับคนไทย แต่ยังคงเกี่ยวกับเรื่องที่เราถนัด ก็คือเรื่องของการทำผม

มีคอนเซ็ป และความแตกต่างจากร้านทำผมทั่วไปอย่างไร

ตอนนี้ที่ร้านสมายล์คลับมี 2 สาขา อยู่ที่สยามและเอกมัย สิ่งที่เรารู้สึกว่าแตกต่างจากร้านทำผมทั่วไปคือ เราทำเป็นบาร์เบอร์แอนด์ซาลอน หรือเรียกว่าง่ายๆว่า การตัดแบบผสมผสานระหว่างความเป็นซาลอนกับบาร์เบอร์จนเป็นอีกหนึ่งมิติใหม่ โดยเราเป็นคนคิดรูปแบบการตัดออกมาเอง

รูปแบบของการตกแต่งร้านทั้ง 2 สาขาว่าเป็นอย่างไร

ร้านสมายล์คลับค่อนข้างมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนอย่างเห็นได้ชัด ความแตกต่างระหว่าง 2 สาขาจะมีคอนเซ็ปคนละแบบที่ไม่เหมือนกัน สาขาแรก สมายล์คลับ สยาม ก็เป็นแบบไทยสไตล์ ออกแนวสลัมชุมชนสมัยก่อน อารมณ์เหมือนได้ไปตัดผมแถวบ้านในตลาด เป็นการให้ย้อนเวลากลับไปอีกครั้งสำหรับลูกค้าที่มาตัดหรือทำผมสาขานี้ ส่วนสาขาที่ 2 สมายล์คลับ ไดเนอร์ สาขานี้ทำเป็นคอนเซ็ปร้านไดเนอร์หรือร้านอาหารอเมริกัน ที่เข้ามาเปิดในเมืองไทยครั้งแรกแต่แค่เอาอาหารออกไป เป็นเก้าอี้ไว้นั่งทำผมเข้ามาแทน มันก็เลยเป็นคอนเซ็ปหนึ่งที่เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกว่าไม่ได้เข้าร้านทำผมนั้นเอง เพราะด้วยเราอยู่กับอาชีพทำผมมามากกว่า 10 ปี ทุกทีเวลาเข้าร้านทำผมมันให้ความรู้สึกแค่ร้านทำผม รู้สึกว่าต้องมาทำผมอย่างเดียว เราแค่อยากเปลี่ยนอารมณ์และสร้างความคิดแบบใหม่ที่ว่าอยากให้ดูมีอะไรมากกว่าแค่มาร้านทำผม โดยเวลาลูกค้าเข้ามาร้านก็อยากให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่แตกต่างและมีความรู้สึกว่าร้านเราเป็นมากกว่าร้านทำผม

จุดเริ่มต้นของอาชีพช่างทำผมของคุณซัน

เริ่มจากไม่มีอะไรทำและไม่รู้จะทำอะไร เราเป็นแค่เด็กวัยรุ่นธรรมดาทั่วไป แต่พอมาวันหนึ่งเราอยากมีอาชีพที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ขอเงินจากที่บ้าน และในสมัยก่อนเป็น 10 ปีที่แล้ว อาชีพตัดผมเป็นวิชาชีพที่ง่ายที่สุดในตอนนั้น และเราคิดว่ามันคงเหมาะกับเราที่ไม่รู้จะทำอะไร อีกทั้งได้ญาติพลักดันอยากให้ลองไปเรียนดู ซึ่งสำหรับเราเป็นอะไรที่แปลกใหม่ ก็เลยลองไปเรียนดู และกลับกลายเป็นอะไรที่เราทำได้ดี เป็นสิ่งที่เราถนัด จนสุดท้ายเราก็ทำไปเรื่อยๆและลองดูว่าเราจะทำไปได้ถึงแค่ไหน

หลังจากเป็นช่างทำผมมา10กว่าปี รู้สึกว่าเสน่ห์ของงานนี้คืออะไร

มันคือตัวเราเลยนะ เพราะว่าเหมือนเรามีแค่สิ่งนี้อย่างเดียวในชีวิต แล้วเราก็รักมันมากในอาชีพนี้ และก็ไม่รู้หรอกว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรในอาชีพเรา เราก็พัฒนาตัวเรา พัฒนาอาชีพให้เป็นที่ยอมรับของคนในประเทศด้วย ก็อย่างที่บอก ว่าอาชีพช่างทำผมเมื่อก่อนไม่ได้เป็นอาชีพที่มีเกียรติ แต่ในปัจจุบันกลายเป็นอาชีพหนึ่งที่เด็กวัยรุ่นหลายๆคน เริ่มไฝ่ฝันว่าพอโตขึ้นอยากเป็นช่างทำผม ซึ่งเหมือนก่อนแทบไม่มีเลย เอาจริงๆแล้วเสน่ห์ของมันคือการให้ความสุขกับลูกค้าในตอนนั้นเลย อย่างเช่น เราทำผมให้ลูกค้าถูกใจ ทำให้เค้ารู้สึกดีกับการทำผมครั้งนี้ มันก็เป็นความสุขในช่วงเวลาขณะนั้น อีกหนึ่งเสน่ห์ก็คือการได้เปลี่ยนคาแร็กเตอร์ให้กับลูกค้า เพราะลูกค้ามีความรู้สึกว่าอยากจะเปลี่ยนให้เป็นคนใหม่ เราก็ยินดีที่จะดีไซน์ให้ สุดท้ายพอลูกค้าชื่นชอบในผลงานของเรา ความสุขมันก็เกิดขึ้นในวินาทีนั้นเลย

คิดว่าจุดเด่นของอาชีพช่างทำผมและตัวเองคืออะไร ?

จุดเด่นของเราคือเราทำมานานแล้ว และทำมาตั้งแต่ยุคแรกๆของวัยรุ่นที่ทำอาชีพนี้ อีกทั้งเป็นกลุ่มคนแรกๆที่ทำให้ทุกคนเห็นว่ามีอาชีพนี้ด้วยอยู่ในกลุ่มคนที่เป็นที่รู้จัก และอาจเป็นเพราะเราเป็นคนมีคาแร็กเตอร์ที่ชัดเจน ด้วยรอยสัก การแต่งตัวทำให้จดจำง่าย บวกกับมันเป็นความลงตัวในอาชีพเราด้วยระหว่างการทำผมกับแฟชั่นมันเป็นของที่คู่กันมาตั้งแต่แรก เพราะการที่เรามีคาแร็กเตอร์ด้วยสไตล์ต่างๆ ทำให้ลูกค้านั้นเชื่อในรสนิยมของเรา และมั่นใจให้เราดีไซน์หรือออกแบบให้

คุณซันชื่นชอบแฟชั่นตั้งแต่เมื่อไร

คงต้องย้อนไปตั้งแต่ก่อนจะมาตัดผม ด้วยความที่ชอบมานาน และในชีวิตเราชอบอยู่ไม่กี่อย่าง ชอบมอเตอร์ไซต์ ชอบแต่งตัว ก็มีอยู่แค่นี้ ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่าจะชอบอะไรมันถึงขนาดนั้น แต่ด้วยวันหนึ่งที่เราได้มาทำอาชีพทำผม ซึ่งเป็นอาชีพที่อิสระมาก มันเป็นอาชีพที่เราจะแต่งยังไงกับตัวเราก็ได้ ไม่มีใครมาจำกัดเรา เราก็เลยเต็มที่กับมันมาก จนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพของชีวิตไปด้วย

สไตล์การแต่งตัวที่คุณซันชื่นชอบเป็นแบบไหน

หลักๆตามเทรนด์ เรียกง่ายๆก็คือตามเทรนด์โลก ดูงานดีไซน์ของเขา แบรนด์ไหนมีอะไรที่โดดเด่นออกมาบ้าง และติดตามแบรนด์ไหนที่น่าสนใจ แต่จะดูด้วยว่าต้องเข้ากับเรา และสุดท้ายก็ชื้อมันมา ซึ่งหลักๆในเรื่องของการแต่งตัว ที่มันใช่สไตล์เราก็จะเลือกซื้อเพราะพื้นเพของความเป็นคนไทยเป็นหลัก บ้านเราเป็นเมืองร้อนจะเน้นอะไรที่มันใช้ได้จริงกับอากาศที่ร้อน อย่างเช่น กางเกงขาสั้นที่ใส่แล้วสบายเหมาะกับอุณหภูมิบ้านเรา เสื้อยืดที่ใส่ง่ายๆ แว่นตาที่มันกันแดดแรงๆได้  แล้วเราก็มิกซ์แอนด์แมชท์ให้เข้าและเป็นตัวเราที่สุด

ไอดอลสไตล์การแต่งตัวคือใคร

ส่วนตัวเราไม่มีไอดอลแต่เราเห็นทุกคนเป็นไอดอล เพราะด้วยอาชีพเราเป็นช่างทำผม เราจึงต้องมีการสังเกตุ อย่างเช่นเราขึ้นรถไฟฟ้าเราสังเกตุคนทั่วไปที่ขึ้นรถมากับเรา สังเกตุทรงผม สังเกตุการแต่งตัว และจริงๆเราก็มีเสื้อผ้าเป็นไอดอลเพราะเราซื้อเสื้อหรือกางเกงตัวนี้เพราะเราชอบมัน แต่เราไม่รู้ว่าสไตล์แบบนี้เรียกว่าอะไร  เบื้องต้นเราก็หยิบจากของที่เรามีก่อน ตามด้วยของที่เราชอบเป็นหลัก สุดท้ายนำเอามิกซ์แอนด์แมทช์มาสร้างให้เป็นตัวเราแค่นั้น

แบรนด์เสื้อผ้าที่ชอบในตอนนี้ ?

ในช่วงนี้แบรนด์ที่เราซื้อบ่อย คือ 99% IS ( NINETYNINE PERCENT IS ) แบรนด์สัญชาติเกาหลีที่ได้แรงบันดาลใจจาก PUNK และเราก็ชอบสไตล์พังก์ร็อกอยู่แล้ว เรารู้สึกช่วงนี้เราอินแบรนด์นี้เพราะด้วยสไตล์ที่ชัดเจน และเป็นแบรนด์แถบเอเชียด้วยกัน

วางแผนที่จะทำอะไรในอนาคต

หลักๆ ก็คงเป็นร้านสมายล์คลับ แต่ที่คิดไว้อาจมีเพิ่มสาขา โดยเพิ่มโปรดักไลน์ โปรดักซิวเวอร์เนีย ที่กำลังคิดและวางแผนอยู่ว่าจะออกมาเป็นในรูปแบบใด และอีกร้านหนึ่ง คือร้านสมายล์คลับคัสตอม อยู่ในการวางแผนเหมือนกัน ที่วางไว้อยากทำมีหลายอย่าง เช่น มีเฟอร์นิเจอร์ ตู้เย็น เสื้อผ้า ประมาณว่านำเฟอร์นิเจอร์วินเทจมาปลุกมัน เพิ่มดีไซน์ลงไปในแบบสมายล์คลับ เพื่อซัพพอร์ตอะไรอื่นๆภายในสมายล์คลับด้วย

ฝากอะไรถึงน้องๆที่กำลังตามอยู่ หรืออยากจะเป็นช่างทำผมเหมือนคุณซัน ?

คือตอนนี้อาชีพทำผม กับตอนแรกที่เราพึ่งจะเริ่ม มันแตกต่างกันมาก อาชีพทำผมตอนนี้เป็นอะไรที่ไม่ใช่แค่ดังในบ้านเรา แต่มันเป็นกระแสทั่วโลกที่คนให้การยอมรับกับอาชีพทำผม และมันเป็นกระแสที่ค่อนข้างมาแรงจริงๆ ส่วนสิ่งที่อยากฝากคือถ้าคิดว่ามันใช่ แต่ต้องมีใจรักที่จะทำด้วย ก็เดินทางตามในสิ่งที่เราคิดไปเรื่อยๆ แล้วทำให้มันดีที่สุด สุดท้ายมันคงมีสักวันที่จะประสบความสำเร็จ จริงๆมันสามารถใช้ได้ในทุกอาชีพ ไม่ใช่เพียงแค่ช่างทำผม แล้วต้องเริ่มจากตัวเราก่อน อย่าไปฝากความหวังไว้ที่ใคร พัฒนาตัวเอง สุดท้ายก็จะมีคนเห็นในสิ่งที่เราทำ

Name : Sunny
Beanie : 99% IS
Sunglasses : Saint Laurent Paris
Top : Smileclub Custom
Pants : Levi’s Vintage
Shoes : Asics Tiger

คุณสามารถเป็นเจ้าของรองเท้า Asics Tiger เช่นเดียวกับคุณซันได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Asics Tiger บนห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศไทย

Credit

Photo : Seesan Text: Mookraweez

You may also like
featured on Sneak
ประวัติวง “Daft Punk” จากคำดูถูก สู่คำว่าสำเร็จ

อยู่ ๆ ก็มีข่าวที่ทำให้แฟนเพลงทั่วโลกต้องตกอยู่ในอาการช็อคไปตาม ๆ กัน เมื่อวงอิเล็กทรอนิกส์ดูโอ้ระดับตำนานอย่าง Daft Punk ประกาศแยกทางกัน หลังร่วมสร้างตำนานทางดนตรีมาเนิ่นนานกว่า 28 ปี

The Process : 15 ปีที่อุทิศให้กับดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ของ KINGKONG / MARMOSETS

อะไรในดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำให้ปอนด์ (กฤษฎา วดีศิริศักดิ์) หรือ ที่เรารู้จักกันในนามว่าดีเจ Kingkong / Marmosets หลงใหล และใช้ชีวิตอยู่กับดนตรีแขนงนี้ได้ยาวนานกว่า 15 ปี? นอกจากจะเป็นดีเจที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ Heineken Dj Spin ปี 2006 แล้วเขายังเป็น Producer เจ้าของค่าย Zoo Studio รวมถึงล่าสุดกับตำแหน่ง A&R ของ Warner Music

BAPE THAILAND เปิดตัวเว็บไซต์นำสินค้ามาลดราคาสูงสุดถึง 40%

ถ้าใครเคยไป BAPE Pirate Store ที่ฮ่องกงหรือญี่ปุ่น คงพอจะนึกถึงบรรยากาศที่คุณจะได้เป็นเจ้าของสินค้าของ BAPE ในราคาพิเศษ (ซึ่งปกติแล้วแบรนด์นี้แทบจะไม่ลดราคาเลย ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็ตาม ไม่ต่างกับแบรนด์เนม)

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey
พบกับอีกหนึ่งมิติใหม่ของ Lifestyle ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์แบบไม่รู้จบ

A BATHING APE POP UP STORE @SIAMDISCOVERY

ครั้งแรกกับที่แบรนด์สตรีทระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น A Bathing Ape หรือว่า BAPE® ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบของ Pop Up Store ใจกลางกรุงเทพฯ

#COPTHATKICKS : Stella McCartney X Adidas Stan Smith Sneakers รองเท้าผ้าใบที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

เมื่อ Stella McCartney ร่วมมือกับ Adidas หยิบรองเท้ารุ่น Iconic ของแบรนด์มาปัดฝุ่นใส่เทคโนโลยีในการตัดเย็บด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแบบฉบับของแบรนด์ Stella McCartney ที่ปราศจากการใช้หนังสัตว์อย่างสิ้นเชิงในรองเท้ารุ่นนี้

#SneakOut : Benjamin Joeseph Varney หนุ่มลูกครึ่งมาดเซอร์กับ fashion set หน้าหนาว

พบกับบทสัมภาษณ์นักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี พร้อมชม Fashion Set ต้อนรับอากาศเย็น กับหนุ่ม เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี

ครั้งแรกในไทยกับงานเปิดตัว Installation Art สุดล้ำ SORAYAMA Space Park by AMKK AT Central Embassy

ครั้งแรกในเมืองไทยและเป็นที่แรกของโลก กับการคอลแลปส์ของสองศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกัน แต่สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

#SneakOut: ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ สาวลุคเท่ห์ที่โด่งดังจากโลกออนไลน์มาสู่นักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้

มาทำความรู้จักกับเธอใน #SneakOut บทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกพร้อมแฟชั่นเซ็ทมันส์ๆจาก BAPE THAILAND

#SneakOut : แชมป์​ นครินทร์ จรูญวิทยา หรือ Maiyarap เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากรายการ The Rapper Season 2

บทสัมภาษณ์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังพยายามค้นหาตัวเอง

About

เว็บไซต์ SneakTheStreet ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับ รองเท้าผ้าใบ, เครื่องแต่งกาย, ศิลปะ, ดนตรี และบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการอัพเดตข่าวสารและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับแฟชั่น และกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมสตีทมากขึ้น ดังนั้น SneakTheStreet จึงเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่เป็นทั้งบทความและข่าวสารเกี่ยวกับวงการแฟชั่นทั่วโลก

Subscribe our newsletter