Creative Space : “แชมป์-ฐกร วรรณวงษ์” ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ TAKARA WONG และอีกหนึ่งบทบาทกับการปลุกปั้นแบรนด์สตรีทน้องใหม่อย่าง TKW

Creative Space : วันนี้เราจะนำคุณไปบุกออฟฟิศของหนึ่งในดีไซน์เนอร์ที่กำลังถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ “แชมป์-ฐกร วรรณวงษ์” ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของ TAKARA WONG แบรนด์สตรีทสัญชาติไทยที่โดดเด่นทั้งในด้านของคอนเซ็ปต์และการออกแบบ ที่จะมาบอกเล่าให้พวกเราฟังถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์รวมไปถึงอีกบทบาทใหม่กับการปลุกปั้นแบรนด์สตรีทน้องใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจอย่าง TKW

นับเป็นเวลาเกือบ 4 ปี แล้ว ที่ชื่อของ TAKARA WONG ได้กลายมาเป็นที่รู้จักและสร้างสีสันให้กับวงการแฟชั่นบ้านเรา นอกจากนี้ยังเป็นแบรนด์สตรีทไทยแบรนด์แรกๆ ที่เจาะกลุ่มตลาดลูกค้าที่มีรสนิยมการฟังดนตรีแนวพั้งค์ร็อคอย่างชัดเจน ด้วยดีไซน์ของเสื้อผ้าที่มักจะมาพร้อมกับโทนสีดำและประดับประดาด้วยหมุดเหล็กจนกลายเป็นภาพที่ทุกคนคุ้นตา และสร้างชื่อเสียงให้แบรนด์กลายเป็นที่ยอมรับภายในเวลาเพียงไม่นาน

วันนี้ทีมงาน Sneak The Street มีโอกาสได้นัดพบกับ “แชมป์-ฐกร วรรณวงษ์” ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ของ TAKARA WONG รวมไปถึงแบรนด์สตรีทน้องใหม่ที่คุณแชมป์เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาอย่าง TKW ที่ออฟฟิศของเขาในย่านสาธุประดิษฐ์ ซึ่งเราได้ถือโอกาสนี้พูดคุยกับคุณแชมป์เกี่ยวกับความเป็นมาของแบรนด์ TAKARA WONG พร้อมทั้งอัพเดตโปรเจคใหม่ๆ ที่พวกเรามีโอกาสจะได้ชมกันในเร็วๆ นี้

คุณแชมป์เริ่มเล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นในการสร้างแบรนด์ TAKARA WONG ของเขาขึ้นมาแบบคร่าวๆ ว่าเกิดจากช่วงที่เขาได้ไปเรียนทำขนมที่เมืองซิดนีย์ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งการได้อยู่กับตัวเองเพียงคนเดียวระหว่างเรียนทำให้เขาได้มีเวลาตั้งคำถามกับตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่เขาชื่นชอบจริงๆ และหลังจากผ่านการคิดจนตกผลึกอย่างถี่ถ้วนแล้วเขาก็ได้ให้คำตอบกับตัวเองว่า การเป็นเชฟไม่ใช่จุดมุ่งหมายสูงสุดที่เขาต้องการแต่กลับเป็นการสร้างสรรค์เสื้อผ้าต่างหากที่เขาควรจะลงมือทำ

เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจทยอยขายร้านอาหารของเขาทั้งหมดรวมไปถึงสมบัติส่วนตัวบางชิ้นเพื่อเปลี่ยนมาเป็นเงินทุนสำหรับการสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา พร้อมกับการเปลี่ยนบทบาทตัวเองจากเชฟเบเกอร์รี่กลายมาเป็นครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ของแบรนด์สตรีทสัญชาติไทยที่น่าจะตามองมากที่สุดแบรนด์หนึ่งในตอนนี้

อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณมั่นใจถึงขั้นขายกิจการทุกอย่างที่มีเพื่อมาเริ่มนับหนึ่งกับการทำเสื้อผ้าในตอนนั้น

ตอนนั้นมันเป็นความเชื่อมั่นในตัวเองมากกว่าว่าเราต้องทำได้ คือไม่รู้ว่าอะไรทำให้มั่นใจแบบนั้นแต่ผมมีความเชื่อว่าถ้าหากเราตั้งใจที่จะลงมือทำอย่างจริงจังสิ่งนั้นมันก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จ ผมว่ามันอยู่ที่ความคิดของเราว่าจะมีแรงเหวี่ยงตัวเองไปได้ไกลแค่ไหนมากกว่า และการขายทรัพย์สินของตัวเองที่มีอยู่มันก็เหมือนเป็นการบังคับว่าเราต้องจริงจังไม่ใช่มาทำเล่นๆ

การที่ผมไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนเลยก็เหมือนกับการเริ่มต้นจากศูนย์ทั้งตัวผมเองรวมถึงแบรนด์ TAKARA WONG ด้วย ผมเลยตัดสินใจไปลงเรียนครอสแฟชั่นสั้นๆ เป็นระยะเวลา 6 เดือนเพื่อให้รู้ถึงที่มาที่ไปรวมถึงกระบวนการทำงานในวงการนี้ให้มากขึ้น และใช้เวลาระหว่างนั้นลองผิดลองถูกกับคอลเลคชั่นแรกไปด้วย ซึ่งผลตอบรับของคอลเลคชั่นเปิดตัว TAKARA WONG ก็ถือว่าออกมาน่าพอใจสำหรับผม เพราะได้รับความสนใจจากสื่อทั้งในไทยรวมไปถึงต่างประเทศ ซึ่งเราก็พยายามที่จะพัฒนาตัวเองและแบรนด์ต่อมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

 

อยากให้คุณช่วยอธิบายความเป็นตัวตนของ TAKARA WONG ให้ผู้อ่านเข้าใจมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ผมจะบอกว่าแบรนด์ของเราเป็นแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชาย ที่มีบุคลิกเป็นคนเปิดเผยถ้าไม่พอใจอะไรจะต่อต้านสิ่งนั้นออกมา การต่อต้านของเราไม่ใช่การกระทำแบบคนหัวรุนแรงที่ต่อต้านทุกสิ่ง แต่มันคือความดื้อแบบเงียบๆ ที่อยู่ภายในตัวเรา อารมณ์ประมาณว่ามีความเป็นขบถเล็กๆ แต่พอมาถึงคอลเลคชั่นปัจจุบันที่เราเพิ่มเสื้อผ้าของผู้หญิงเข้ามาด้วย ผมก็ต้องมานั่งคิดว่าตัวตนของผู้หญิงที่จะสวมใส่เสื้อผ้าของเราจะเป็นประมาณไหน ซึ่งส่วนตัวผมมองว่าความสวยงามของเพศหญิงไม่ใช่การสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูหวานๆ แต่ต้องเป็นเสื้อผ้าที่ดูทะมัดทะแมงและแข็งแรง เพราะผมติดภาพจำของผู้หญิงที่ฝ่ายถูกกระทำจากผู้ชายหลายครั้งจากสื่อต่างๆ เราเลยอยากทำให้เสื้อผ้าของเราเป็นเกราะป้องกันตัวของพวกเขาและเป็นการบอกว่าพวกคุณก็มีความเท่าเทียมกับผู้ชายเหมือนกัน

การออกแบบเสื้อผ้าที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงแบบนี้มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าบ้างไหม

ผมแบ่งกลุ่มลูกค้าของเราออกเป็นสองกลุ่ม คือเปรียบเทียบกับไข่ที่มีทั้งไข่ขาวและไข่แดง ซึ่งกลุ่มที่เป็นไข่แดงของเราจะเป็นกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติที่มีความชื่นชอบแฟชั่นเป็นทุนเดิม ไม่ว่าจะมาจากอินเตอร์เน็ตหรือนักท่องเที่ยว ส่วนกลุ่มรองลงมาหรือไข่ขาวคือกลุ่มลูกค้าชาวไทยและคนทั่วไปที่มีอายุประมาณ 18-35 ปี นั่นคือกลุ่มนักศึกษาหรือคนเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ เพราะผมรู้สึกว่าคนไทยมักจะติดภาพว่าแบรนด์ที่มีคุณภาพจะต้องเป็นแบรนด์จากต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งสินค้าของเราเองก็มีราคาวางจำหน่ายที่ค่อนข้างสูง เพราะเน้นเรื่องคุณภาพเช่นเดียวกันและเราคิดว่าในเมื่อคุณภาพมันไม่ต่างกันเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวอะไร ซึ่งทุกวันนี้ก็เริ่มมีลูกค้าที่เข้าใจเรามากขึ้น  แต่กลุ่มลูกค้าที่สำคัญที่สุดจะเป็นนักดนตรีและแร็ปเปอร์ที่จะวนเวียนมาให้เราทำเสื้อผ้าให้ตลอดเวลา ด้วยความที่ชุดที่เราออกแบบมันอาจจะดูเยอะสำหรับคนทั่วไป และเหมาะกับการนำไปใส่โชว์หรือแสดงบนเวที ซึ่งช่วงแรกเขาก็มายืมสินค้าเราไปใส่จนกลายมาเป็นลูกขาประจำที่สั่งตัดสินค้าของเราบ่อยๆ

 

คุณได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อผ้าแต่ละคอลเลคชั่นมาจากอะไร

ส่วนใหญ่ผมมักจะได้รับแรงบันดาลใจในการทำงานมาจากสิ่งที่ชอบสมัยเด็กๆ ซึ่งทุกวันนี้เรายังนำมันออกมาใช้ไม่หมดเลย ยกตัวอย่างสินค้าคอลเลคชั่นแรกที่ผมเลือกพูดถึงคนผิวสีที่ถูกกดขี่และรังแกการแบ่งแยกเชื้อชาติ ซึ่งมันทำให้เราตั้งคำถามว่าทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้จากการดูภาพยนตร์ในวัยเด็ก ส่วนคอลเลคชั่นที่สองเราก็พูดเรื่องของ Busozoku หรือ แก๊งค์มอเตอร์ไซค์ในประเทศญี่ปุ่น ที่เราเห็นมาจากการดูหรืออ่านการ์ตูนเช่นเดียวกัน

แต่การหยิบจับแรงบันดาลใจจากสิ่งเหล่านี้มาใช้ ผมจะไม่พยายามนำมาใช้แบบตรงๆ แต่จะพยายามมองให้ลึกถึงจิตใจของคนที่อยู่ในจุดนั้นจริงๆ ว่าเวลามองออกมาหรือมองเข้าไปแล้วจะเห็นอะไรได้อีก อย่างเช่นคอลเลคชั่นล่าสุดเราได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จราจลที่ประเทศเวเนซูเอล่าซึ่งถ้ามองแบบทั่วไปคุณก็จะเห็นถึงเหตุการณ์ความวุ่นวาย ความรุนแรง การเกิดเพลิงไหม้ แต่ผมมองไปถึงการที่คนหลายเชื้อชาติที่จะต้องอยู่ร่วมกันและก้าวผ่านสถานการณ์นั้นไปให้ได้ ดังนั้นทุกอย่างที่อยู่บนเสื้อผ้าคอลเลคชั่นนั้นผมจะพยายามทำให้มีความหมายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการประดับหมุดเหล็กหรืออะไรก็ตาม

สิ่งที่ทำให้ TAKARA WONG กลายเป็นที่ยอมรับในเวลาเพียงไม่นาน

ผมไม่มีวิธีการบริหารอะไรที่ชัดเจนมาก คือผมทำงานแบบเป็นครอบครัวมาก ทุกคนในบริษัทจะคอยช่วยเหลือกันหมด อาจเพราะจุดประสงค์ตอนสร้างแบรนด์เราตั้งใจจะทำให้มันเกิดเป็นคอมมูนิตี้อยู่แล้วด้วย คือเวลามีงานปาร์ตี้เราก็เลือกดีเจที่เป็นเพื่อนเรามาเปิดเพลงให้ หรือหากมีสินค้าเฉพาะทางอย่างเช่นแว่นตาเราก็จะชวนเพื่อนที่เขาทำแว่นตาอยู่แล้วมาทำด้วย ทำให้พวกเราเติบโตขึ้นไปแบบเป็นกลุ่มก้อนไม่ใช่เฉพาะแค่แบรนด์ผมคนเดียว และอีกส่วนหนึ่งคือตัวตนที่ชัดเจนของเราที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าเรื่องของเทรนด์มาปะปนบ้างอยู่แล้วในการออกแบบ แต่ผมพยายามให้มีประมาณสัก 20 เปอร์เซ็นต์ และเทรนด์ที่นำมาใช้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตามเขาไปทั้งหมด เพราะมันจะทำให้ตัวตนของแบรนด์หายไป ทุกวันนี้ผมคิดว่าหลายคนน่าจะเริ่มจดจำงานของเราได้มากขึ้นกว่าเดิมมาก และผมก็เริ่มเอาสัญลักษณ์ของแบรนด์ออกจากสินค้าถ้าหากไม่จำเป็นบ้างแล้ว

 

แสดงว่าทุกวันนี้คนเริ่มเข้าถึงสิ่งที่คุณทำมากขึ้นแล้ว

ทุกวันนี้เริ่มมีลูกค้าไทยชอบสินค้าเราและกำลังเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งต่างกับที่เราคิดไว้มากเลยนะครับ เพราะตอนแรกนึกว่าจะมีแต่เสียงชื่นชมและไม่ค่อยมีออเดอร์เข้ามาเท่าไร แต่อาจเพราะปัจจุบันเรามีสินค้าสองไลน์คือ TAKARA WONG และ TKW ซึ่งทำให้กลุ่มลูกค้าของเราขยายกว้างขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก

อยากให้คุณช่วยอธิบายความเป็นมาของแบรนด์ TKW ให้พวกผู้อ่านฟังสักหน่อย

TKW คือแบรนด์ใหม่ล่าสุดที่ผมทำขึ้นเพื่อเป็นแบรนด์รองลงมา คือผมจะเปรียบเทียบว่าบ้านหลังนี้มีลูกชายสองคนคือ TAKARA WONG เป็นพี่ชายคนโต และ TKW เป็นน้องชาย โดยที่มีผมเป็นทั้งพ่อและแม่ของพวกเขา ซึ่งทั้งสองคนนี้จะมีไลฟ์สไตล์ที่ค่อนข้างแตกต่างกันคือพี่ชายจะฟังดนตรีแนว พั้งค์ร็อค โพสต์ร็อค หรือเพลงร็อคแอนด์โรลยุคเก่า ส่วนตัวน้องชายเขาจะมีความเป็นเมนสตรีมมากขึ้น ฟังเพลงอะไรที่คนทั่วไปฟังอย่างฮิปฮอป ซึ่งถึงแม้ว่าทั้งสองคนนี้จะมีควาชอบที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังสามารถอยู่ร่วมกันได้ภายในบ้านหลังนี้

 

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณเลือกที่จะวางกลุ่มเป้าหมายของทั้งสองแบรนด์นี้ให้แตกต่างกัน

การที่ผมตั้งเป้าหมายแบบนี้ก็ส่งผลให้ฐานลูกค้าเราต่างกันไปเลย รวมถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่นำเสนอออกไปก็แตกต่างกันออกไปตามกลุ่มลูกค้าด้วย อย่างภาพของ TKW ที่เรานำเสนอก็มักจะไปโดนใจกลุ่มคนวัยรุ่นอายุประมาณ 16-20 ปี ซึ่งสำหรับผู้ใหญ่บางคนที่เป็นแฟนของ TAKARA WONG อยู่แล้วอาจจะมองว่าเด็กเกินไปหรือแค่มองว่าน่ารักดี ซึ่งตรงกันข้ามกับแบรนด์หลักของเราที่เด็กวัยรุ่นอาจจะไม่เข้าใจในสิ่งที่นำเสนอแต่กลายเป็นว่าถูกใจคนที่มีอายุมากขึ้นมาหน่อย ซึ่งมันก็ทำให้กลุ่มลูกค้าของเราทั้งสองแบรนด์ไม่ทับกันเอง

อีกเหตุผลที่ผมทำแบรนด์ TKW ขึ้นมาเพราะอยากให้เข้าถึงคนมากขึ้นกว่าเดิม  เพราะพอมีสิ่งที่มาตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าตรงนั้นได้แล้ว ทำให้ผมกล้าและมีอิสระที่จะทำเสื้อผ้าแบรนด์หลักของผมได้อย่างเต็มที่มากขึ้น อะไรที่เคยคิดแต่ไม่กล้าใส่ลงไปในงานทุกวันนี้ก็เริ่มที่จะมีให้เห็นมากขึ้นด้วย และสามารถใส่ความเป็นตัวเองทดลองอะไรใหม่ๆ ได้โดยที่ไม่ต้องพยายามอิงกับกระแสแทรนด์แฟชั่นมากจนเกินไป

สุดท้ายนี้คุณมีอะไรที่อยากจะบอกกับลูกค้าของคุณบ้างไหม

ผมอยากขอบคุณลูกค้าทุกคนที่สนับสนุนทั้ง TAKARA WONG และ TKW มาโดยตลอด ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าที่ซื้อมักจะเป็นลูกค้าขาประจำทั้งหมด ผมดีใจมากที่มีคนเข้าใจในงานของเราที่พยายามจะนำเสนอออกไป ผมเชื่อว่าลูกค้าเราหลายคนไม่น่าจะซื้อด้วยเหตุผลเพราะแค่ความสวยงามแต่ต้องมีอะไรบางอย่างที่เขาถูกใจมากกว่านั้นแน่นอน

และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ แชมป์-ฐกร วรรณวงษ์ ผู้ก่อตั้งและครีเอฟทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ TAKRA WONG และ TKW ที่มาบอกเล่าเรื่องราวในการสร้างสรรค์และบริหารแบรนด์สตรีททั้งสองจนประสบความสำเร็จให้พวกเราฟังกันอย่างหมดเปลือก ซึ่งถ้าหากใครอยากทราบเรื่องราวของนักคิดหรือนักสร้างสรรค์คนอื่นที่เราเคยไปพูดคุยด้วยสามารถติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

Text : Farfar  |  Photography :  ballisticone

featured on Sneak
ประวัติวง “Daft Punk” จากคำดูถูก สู่คำว่าสำเร็จ

อยู่ ๆ ก็มีข่าวที่ทำให้แฟนเพลงทั่วโลกต้องตกอยู่ในอาการช็อคไปตาม ๆ กัน เมื่อวงอิเล็กทรอนิกส์ดูโอ้ระดับตำนานอย่าง Daft Punk ประกาศแยกทางกัน หลังร่วมสร้างตำนานทางดนตรีมาเนิ่นนานกว่า 28 ปี

The Process : 15 ปีที่อุทิศให้กับดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ของ KINGKONG / MARMOSETS

อะไรในดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำให้ปอนด์ (กฤษฎา วดีศิริศักดิ์) หรือ ที่เรารู้จักกันในนามว่าดีเจ Kingkong / Marmosets หลงใหล และใช้ชีวิตอยู่กับดนตรีแขนงนี้ได้ยาวนานกว่า 15 ปี? นอกจากจะเป็นดีเจที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ Heineken Dj Spin ปี 2006 แล้วเขายังเป็น Producer เจ้าของค่าย Zoo Studio รวมถึงล่าสุดกับตำแหน่ง A&R ของ Warner Music

BAPE THAILAND เปิดตัวเว็บไซต์นำสินค้ามาลดราคาสูงสุดถึง 40%

ถ้าใครเคยไป BAPE Pirate Store ที่ฮ่องกงหรือญี่ปุ่น คงพอจะนึกถึงบรรยากาศที่คุณจะได้เป็นเจ้าของสินค้าของ BAPE ในราคาพิเศษ (ซึ่งปกติแล้วแบรนด์นี้แทบจะไม่ลดราคาเลย ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็ตาม ไม่ต่างกับแบรนด์เนม)

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey
พบกับอีกหนึ่งมิติใหม่ของ Lifestyle ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์แบบไม่รู้จบ

A BATHING APE POP UP STORE @SIAMDISCOVERY

ครั้งแรกกับที่แบรนด์สตรีทระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น A Bathing Ape หรือว่า BAPE® ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบของ Pop Up Store ใจกลางกรุงเทพฯ

#COPTHATKICKS : Stella McCartney X Adidas Stan Smith Sneakers รองเท้าผ้าใบที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

เมื่อ Stella McCartney ร่วมมือกับ Adidas หยิบรองเท้ารุ่น Iconic ของแบรนด์มาปัดฝุ่นใส่เทคโนโลยีในการตัดเย็บด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแบบฉบับของแบรนด์ Stella McCartney ที่ปราศจากการใช้หนังสัตว์อย่างสิ้นเชิงในรองเท้ารุ่นนี้

#SneakOut : Benjamin Joeseph Varney หนุ่มลูกครึ่งมาดเซอร์กับ fashion set หน้าหนาว

พบกับบทสัมภาษณ์นักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี พร้อมชม Fashion Set ต้อนรับอากาศเย็น กับหนุ่ม เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี

ครั้งแรกในไทยกับงานเปิดตัว Installation Art สุดล้ำ SORAYAMA Space Park by AMKK AT Central Embassy

ครั้งแรกในเมืองไทยและเป็นที่แรกของโลก กับการคอลแลปส์ของสองศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกัน แต่สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

#SneakOut: ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ สาวลุคเท่ห์ที่โด่งดังจากโลกออนไลน์มาสู่นักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้

มาทำความรู้จักกับเธอใน #SneakOut บทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกพร้อมแฟชั่นเซ็ทมันส์ๆจาก BAPE THAILAND

#SneakOut : แชมป์​ นครินทร์ จรูญวิทยา หรือ Maiyarap เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากรายการ The Rapper Season 2

บทสัมภาษณ์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังพยายามค้นหาตัวเอง

About

เว็บไซต์ SneakTheStreet ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับ รองเท้าผ้าใบ, เครื่องแต่งกาย, ศิลปะ, ดนตรี และบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการอัพเดตข่าวสารและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับแฟชั่น และกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมสตีทมากขึ้น ดังนั้น SneakTheStreet จึงเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่เป็นทั้งบทความและข่าวสารเกี่ยวกับวงการแฟชั่นทั่วโลก

Subscribe our newsletter