Jun 21, 2018
Creative Space : Pomme Chan นักวาดภาพประกอบสาวมากฝีมือ กับเคล็ดลับสมดุลย์ระหว่างชีวิตและการทำงานอย่างเป็นสุข

ในยุคสมัยที่คนหนุ่มสาวต่างโหยหาอิสระจากชีวิตการทำงาน ดูเหมือนว่าการทำ “ฟรีแลนซ์” จะตอบโจทย์ชีวิตพวกเขามากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่ามีหลายคนไปได้สวยกับการทำงานลักษณะนี้ แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ต้องเจ็บปวดจากเรื่องราวที่ต้องเผชิญบนถนนทางสายนี้ และพวกเขาควรจะมีวิธีรับมือหรือป้องกันปัญหาที่ถาโถมเข้ามานี้ได้อย่างไร ?

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของเราแทบทุกด้าน และได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของเราให้เปลี่ยนไปจากเดินโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการจองตั๋วภาพยนตร์ สั่งซื้อสินค้า หรือแม้แต่การทำงานโดยที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศและใช้คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเพื่อสื่อสารกับผู้ว่าจ้าง ซึ่งดูเหมือนว่าตัวอย่างหลังที่เรายกมานี้กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสายงานที่เกี่ยวข้องกับศิลปะอย่างเช่นกราฟิกดีไซน์ หรือนักเขียน ซึ่งพวกเราต่างเรียกวิธีการทำงานลักษณะนั้นอย่างคิดปากว่า “ฟรีแลนซ์”

ดูเหมือนว่าการทำงานแบบฟรีแลนซ์กลายเป็นเป้าหมายชีวิตของคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย ด้วยค่านิยมของคนยุคปัจจุบันที่โหยหาความอิสระและต้องการชีวิตที่สามารถกำหนดได้เอง ซึ่งก็ดูเหมือนว่ามีหลายคนที่ไปได้สวยกับวิธีการทำงานประเภทนี้ แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ต้องทนทุกข์กับงานที่เอาแน่เอานอนไม่ได้และชีวิตที่ไม่ราบรื่นดังที่หวัง แล้วเราจะมีวิธีการจัดการชีวิตรวมไปถึงเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการเป็นศิลปินฟรีแลนซ์อย่างไรบ้าง ?

Creative Space วันนี้เราจะมาพูดคุยกับ ปอม-ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ Pomme Chan ศิลปินนักวาดภาพประกอบสาวชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งแน่นอนว่าเธอเองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่ขมขื่นจากการเป็นฟรีแลนซ์เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะจัดการชีวิตตนเองอย่างอยู่หมัดและสร้างสรรค์ผลงานจนกลายมาเป็นที่ยอมรับของคนทั้งโลกแบบในทุกวันนี้ ซึ่งเราจะมาพูดคุยถึงอดีตที่ผิดพลาดและการจัดสรรค์ชีวิตตัวเองให้ประสบความาสำเร็จ รวมถึงอัพเดทผลงานและโปรเจ็คที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

บทสนทนานี่เกิดขึ้นที่ Happy Pomme Studio ออฟฟิศของศิลปินสาวที่ตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง ซึ่งเธอบอกกับเราว่าเพิ่งย้ายมาที่นี่ได้ประมาณ 2 เดือนเศษ โดยความตั้งใจที่จะทำให้บริเวณตรงนี้เป็นสตูดิโอทำงาน พร้อมกับโชว์รูมที่จะนำเอาผลงานของเธอและทีมงานมาจัดแสดง แม้จะเป็นการสนทนาที่ใช้เวลาเพียงไม่นานเพราะดูเหมือนว่าทุกนาทีมีค่าสำหรับ ปอม ชาน แต่ทุกการตอบคำถามของเธอก็สามารถเติมไฟให้กับเราได้อย่างน่าอัศจรรย์

ก่อนอื่นมาอัพเดทกันก่อนดีกว่าว่าตอนนี้คุณกำลังมีโปรเจ็ครือผลงานอะไรที่กำลังทำอยู่บ้าง

ตอนนี้ปอมกำลังมีโปรเจ็คที่กำลังจะเกิดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่หันมาทำงานแบบฟรีแลนซ์กันมากขึ้น นั่นคือปอมกำลังจะสร้างฟรีแลนซ์อะคาเดมี่ขึ้นมาซึ่งน่าจะเปิดตัวในช่วงเดือน 8 ของปีนี้ค่ะ โดยโปรเจ็คนี้จะเป็นการร่วมมือกันของปอมกับพาร์ทเนอร์อีกคนหนึ่ง ซึ่งเรามองเห็นว่าเด็กยุคใหม่ที่ทำฟรีแลนซ์เขาต้องการอะไร นั่นคือเขาต้องการมีอิสระและเป็นนายตัวเอง แต่ต้องการเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งสามสิ่งนี้หากไม่มีพื้นฐานที่แข็งแรงจะทำให้พวกเขายืนระยะยาวไม่ได้

ฟรีแลนซ์อะคาเดมี่ของปอมจึงตั้งใจว่าจะเป็นครอสระยะยาว เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวจากผู้รู้และฟรีแลนซ์ตัวจริง รวมถึงสอนในเรื่องที่คนทำอาชีพฟรีแลนซ์ส่วนมากนึกไม่ถึงอย่างการพรีเซนต์งานกับลูกค้า แต่เริ่มแรกสุดคือครอสการค้นหาตัวเองเพราะหลายคนเริ่มต้นที่ความชอบในสายงานนี้แต่ยังไม่รู้ที่จะเดินต่อไปอย่างไร เราจึงต้องมีครอสหาตัวเองเกิดขึ้นเพื่อมาเล่าเรื่องราวของการทำอาชีพนั้นและความเจ็บปวดที่พวกเขาต้องเผชิญ  

แสดงว่าก่อนที่จะมาถึงจุดนี้คุณก็เคยเจ็บปวดจากลองผิดลองถูกด้วยตัวเองในช่วงแรกเช่นเดียวกัน

ช่วงแรกเป็นเวลาที่ยับเยินมากเพราะเราเอาชีวิตไปผูกกับงานทุกอย่าง ยกตัวอย่างในช่วงแรกแค่ลูกค้าบางคนเขาไม่ชอบงานปอมแล้วปิดแฟ้มผลงานของเรา ปอมจะรู้สึกเสียใจมากเป็นความรู้สึกที่เหมือนถูกตบหน้า แต่พออยู่ไปสักพักเราจะเริ่มกร้านขึ้นและเข้าใจว่าเขาแค่ไม่ชอบงานเราไม่ใช่เขาไม่ชอบตัวเรา ชีวิตกับงานมันเป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งระยะเวลาการทำงาน 15 ปี ค่อยๆ ทำให้ความคิดของปอมเปลี่ยนไป จากตอนแรกที่ปอมไม่ได้เป็นแบบนี้เลย ช่วงแรกปอมยังไม่เข้าใจระบบการทำงาน ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับลูกค้ามากพอ ทำให้ทุกอย่างในตอนนั้นมันดูเครียดไปหมดเลยค่ะ

ดูเหมือนว่าปัญหาเหล่านี้จะต้องแก้ไขได้ด้วยประสบการณ์ที่เพิ่มมากขึ้น

สิ่งเหล่านี้ต้องแก้ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมา แต่ทุกวันนี้ปอมเห็นบางคนอายุแค่ 25 ปี ก็อยากประสบความสำเร็จกันแล้ว ซึ่งสำหรับปอมมองว่ามันยังเร็วไปมาก บางคนคำว่าประสบความสำเร็จคืออะไรเขายังให้ความหมายกับตัวเองไม่ได้เลย ยกตัวอย่างตัวของปอมการที่จะประสบความสำเร็จนั้นไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องงานค่ะ แต่ต้องรวมถึงเรื่องชีวิตครอบครัว สังคมและเพื่อนรอบตัวด้วย ซึ่งปอมจะถามตัวเองเสมอว่ามีประโยชน์กับสิ่งรอบตัวหรือมีคุณค่าอะไรบนโลกใบนี้บ้าง

แล้วคุณมีวิธีจัดการชีวิตให้ประสบความสำเร็จควบคู่ไปกับงานอย่างไร

ปอมบริหารเวลาชีวิตแยกกับการทำงานอย่างเด็ดขาดค่ะ คือตั้งแต่สิบโมงเช้าจนถึงหนึ่งทุ่มเป็นเวลาสำหรับงาน แต่หลังจากหนึ่งทุ่มเป็นต้นไปนั่นคือเวลาของอีกชีวิตหนึ่ง เวลาอยู่กับเพื่อนหลังเลิกงานปอมจะใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเองมากที่สุด คือไม่ใช่ ปอม ชาน ที่ทุกคนรู้จักกันในฐานะศิลปินทำให้เราเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ อีกเรื่องหนึ่งคือในวันเสาร์หรืออาทิตย์ปอมจะไม่ทำงานหรือรับโทรศัพท์และตอบอีเมลใดๆ ที่เกี่ยวกับงานเลย

สาเหตุอะไรที่ทำให้คุณเลือกที่จะแยกเรื่องงานกับชีวิตออกจากกันอย่างเด็ดขาด

ปอมเคยชีวิตพังมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ ปอมเคยบ้างานมากถึงขนาดที่ไปเที่ยวฝรั่งเศสก็ยังแบกเครื่องสแกนเนอร์ไปทำงานด้วย เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งเราตัดสินใจทิ้งทริปเที่ยวฝรั่งเศสสิบวันเพื่อกลับไปทำงานที่อังกฤษในวันรุ่งขึ้น เรารู้สึกว่างานคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเรา ซึ่งพอมองย้อนกลับไปสิ่งนั้นคือความเห็นแก่ตัวของปอมเองค่ะ จนมาถึงจุดหนึ่งเราเริ่มเห็นชีวิตตัวเองที่มีเพื่อนน้อยลง ต้องย้ายประเทศกลับมาอยู่เมืองไทย ซึ่งเมื่อมันพังลงขนาดนี้ปอมก็ควรจะถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แล้วค่ะ

หลังจากเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วชีวิตของคุณดีขึ้นอย่างไรบ้าง

ช่วงแรกมันยากมากเพราะจะรู้สึกคันไม้คันมืออยากตลอดเวลาเลย แต่พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่เราก็รู้สึกได้ทันทีเลยว่าชีวิตดีขึ้นกว่าเดิมมากค่ะ คือทุกวันนี้เราถือคติว่าต้อง Work Smart ไม่ใช่ Work Hard เราจะมีจังหวะชีวิตของตัวเองทั้งหมดในแต่ละวัน อย่างตอนเช้าอาบน้ำเรารู้แล้วว่าจะต้องคิดเรื่องอะไร ระหว่างแต่งหน้าเราจะต้องโทรไปคุยกับลูกค้าคนไหน ซึ่งพอมาถึงออฟฟิศปอมจะทราบทันทีว่าต้องทำอะไรบ้างในวันนั้น ซึ่งปอมมองว่ามันเจ๋งกว่าถ้าหากมีเวลาแค่ 8 ชั่วโมงแล้วสามารถทำ 10 เรื่องสำเร็จ มากกว่าทำ 10 เรื่อง ภายในเวลา 12 หรือ 20 ชั่วโมง ซึ่งปอมและทีมงานทุกคนแฮปปี้กับวิธีทำงานแบบนี้เพราะทุกคนจะมีชีวิตส่วนตัวหลังเลิกงาน ซึ่งเวลา 8 ชั่วโมงที่ทำงานไม่มีใครเล่นเฟสบุ๊คหรือหยิบมือถือกันเลย เพราะทุกคนเขาเลือกกันแบบนั้นเองค่ะ

หลังจากเปลี่ยนบทบาทตัวเองจากการเป็นศิลปินที่ทำงานเดี่ยวมาเป็นหัวหน้าของลูกทีมในปัจจุบัน คุณต้องปรับหรือเปลี่ยนวิธีคิดของตัวเองอย่างไรบ้าง

ก่อนหน้านี้ปอมก็เคยเป็นหัวหน้าที่ไม่ดีมาก่อนค่ะ ยอมรับเลยว่าเคยเข้มงวดมากเพราะเราไม่รู้วิธีการการดูแลและบริหารทีม ในตอนนั้นปอมไม่เข้าใจความเป็นมนุษย์เลย ปอมเข้าใจแค่ตัวเองอย่างเดียว ปอมไม่เข้าใจว่าทำไมตอนเราอายุ 21 เราสามารถไดคัท 30 ภาพ เสร็จในเวลา 8 ชั่วโมง แล้วทำไมน้องถึงทำไม่ได้ในเวลาที่เท่ากัน ซึ่งมันเป็นความคิดที่ผิดหากปอมจะเอาเขามาเทียบกับเรา เพราะทุกคนมีต้นทุนความสามารถไม่เหมือนกัน ทำให้ปอมมาต้องกลับมานั่งคิดว่าเราใช้งานคนถูกประเภทหรือเปล่า ซึ่งมันใช้ระยะเวลาเป็นปีเลยนนะกว่าจะเข้าใจในจุดนี้ ทุกวันนี้เลยพยายามเอาใจใส่ลูกน้องมากขึ้น อยากให้น้องๆ ทุกคนที่นี่อยู่ด้วยกันในระยะยาว 5-10 ปี เอาพาร์ทเนอร์ชิพเอาเงินปันผลกันไปเลย ปอมอยากได้แบบนั้นมากกว่าที่จะเป็นพนักงานที่เขามาแล้วจากไป เพราะสำหรับเราบริษัทกับพนักงานทุกคนมันควรเติบโตขึ้นไปพร้อมกันค่ะ

ดูเหมือนว่าความสุขของ Pomme Chan วันนี้คือการเห็นเด็กรุ่นใหม่เติบโตขึ้น

ใช่แล้วค่ะ คือปอมไม่เชื่อในระบบที่ว่าเราต้องเป็นเจ้านายคนเดียวแล้วทุกคนในทีมต้องอยู่ใต้อำนาจของเรา เพราะสำหรับปอมกับน้องในทีมคือพวกเราจะเดินไปด้วยกัน ปอมอาจจะแค่ดึงทุกคนเข้ามาในทางที่เราคิดว่าเหมาะสม แต่สุดท้ายวันหนึ่งพวกเขาต้องเติบโตและมีเสียงของตัวเอง แต่อยู่ที่ว่าเราจะทำงานกับเด็กรุ่นใหม่ได้อย่างไรมากกว่า ซึ่งปอมชอบได้ยินเสียงผู้ประกอบการที่บอกว่าเด็กรุ่นใหม่ทำงานกันไม่ทน แต่ปอมขอถามกลับว่าคุณได้สร้างอนาคตให้กับเขาในแบบที่เขาต้องการหรือเปล่า ปอมเชื่อว่าคนรุ่นใหม่เขาควรจะเก่งกว่ารุ่นเราด้วยซ้ำ คือในทุกเจนเนอร์เรชั่นควรเก่งกว่าคนยุคก่อนหน้าเพราะโลกของเราต้องการคนที่เก่งขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากทำงานมานับสิบปีความท้าทายต่อไปของคุณคืออะไร

ความท้าทายต่อไปคิดว่าตอนนี้ทุกอย่างกำลังเข้ามาอย่างประจวบเหมาะกับสิ่งที่อยากทำพอดี ปอมกำลังมองหาการมองหาความมั่นคงและยั่งยืนมากขึ้นกว่าเดิม อย่างตอนนี้ปอมก็ทำตำแหน่งเป็นครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ของแบรนด์อยู่สองตัว รวมไปถึงการทำเครื่องเซรามิกที่เรากำลังจะคิดถึงเรื่องการส่งออกมาขึ้น เพราะอยากจะส่งออกศิลปะไทยออกไปสู่โลกภายนอก และฟรีแลนซ์อะคาเดมี่ที่จะพยายามทำให้เป็นเรื่องเป็นราว สาเหตุที่ปอมพยายามมองหาอะไรที่คิดว่ามันยั่งยืนเพราะเราเห็นภาพตัวเองในสิบปีข้างหน้าที่จะหยุดงานด้านคอมเมอร์เชียลแล้วหันมาทำไฟน์อาร์ตอย่างเต็มตัวค่ะ

สุดท้ายนี้อยากจะฝากอะไรถึงเด็กรุ่นใหม่ที่กำลังคิดจะก้าวเดินเข้าไปสู่การทำงานฟรีแลนซ์

ปอมไม่ค่อยอยากแนะนำให้เด็กที่จบใหม่มาทำฟรีแลนซ์เลย อยากให้เขาลองทำงานในระบบดูก่อนสัก 2 ปี เพื่อที่เรียนรู้ขั้นตอนการทำงานและตำแหน่งที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ นั่นจะทำให้เขารู้จักกับคำว่าองค์กรมากขึ้นแถมยังได้คอนเนคชั่นเพิ่มเติมและเรียนรู้การทำงานร่วมกับคนอื่น ซึ่งปอมมองว่าการทำงานประจำก็สามารถให้อะไรกลับมาเยอะมาก ที่สำคัญที่สุดคือคุณจะได้สเตทเม้นที่มั่นคงในระยะเวลาสองปีคุณสามารถไปกู้ซื้อบ้านหรือคอนโดเป็นพื้นฐานของชีวิตได้เลย แล้วทำไมคุณถึงปฏิเสธที่จะลองทำงานประจำก่อนที่จะก้าวออกมาเป็นฟรีแลนซ์ด้วยตัวเองละ

และทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับการบริหารเวลาชีวิตและหน้าที่การงานให้ออกมามีความสุขมากที่สุดในแบบฉบับของนักวาดภาพประกอบสาวมากฝีมืออย่าง   Pomme Chan ซึ่งเราได้แต่หวังว่าแนวคิดของเธอน่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตที่กำลังยุ่งเหยิงของคุณผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย

สำหรับท่านใดที่อยากได้แรงบันดาลใจหรือวิธีคิดดีๆ จากบุคคลที่ประสบความสำเร็จท่านอื่น ลองย้อนกลับไปอ่านบทสัมภาษณ์จากคอลัมน์ Creative Space ครั้งก่อนได้ที่นี่

featured on Sneak
ประวัติวง “Daft Punk” จากคำดูถูก สู่คำว่าสำเร็จ

อยู่ ๆ ก็มีข่าวที่ทำให้แฟนเพลงทั่วโลกต้องตกอยู่ในอาการช็อคไปตาม ๆ กัน เมื่อวงอิเล็กทรอนิกส์ดูโอ้ระดับตำนานอย่าง Daft Punk ประกาศแยกทางกัน หลังร่วมสร้างตำนานทางดนตรีมาเนิ่นนานกว่า 28 ปี

The Process : 15 ปีที่อุทิศให้กับดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ของ KINGKONG / MARMOSETS

อะไรในดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำให้ปอนด์ (กฤษฎา วดีศิริศักดิ์) หรือ ที่เรารู้จักกันในนามว่าดีเจ Kingkong / Marmosets หลงใหล และใช้ชีวิตอยู่กับดนตรีแขนงนี้ได้ยาวนานกว่า 15 ปี? นอกจากจะเป็นดีเจที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ Heineken Dj Spin ปี 2006 แล้วเขายังเป็น Producer เจ้าของค่าย Zoo Studio รวมถึงล่าสุดกับตำแหน่ง A&R ของ Warner Music

BAPE THAILAND เปิดตัวเว็บไซต์นำสินค้ามาลดราคาสูงสุดถึง 40%

ถ้าใครเคยไป BAPE Pirate Store ที่ฮ่องกงหรือญี่ปุ่น คงพอจะนึกถึงบรรยากาศที่คุณจะได้เป็นเจ้าของสินค้าของ BAPE ในราคาพิเศษ (ซึ่งปกติแล้วแบรนด์นี้แทบจะไม่ลดราคาเลย ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็ตาม ไม่ต่างกับแบรนด์เนม)

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey
พบกับอีกหนึ่งมิติใหม่ของ Lifestyle ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์แบบไม่รู้จบ

A BATHING APE POP UP STORE @SIAMDISCOVERY

ครั้งแรกกับที่แบรนด์สตรีทระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น A Bathing Ape หรือว่า BAPE® ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบของ Pop Up Store ใจกลางกรุงเทพฯ

#COPTHATKICKS : Stella McCartney X Adidas Stan Smith Sneakers รองเท้าผ้าใบที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

เมื่อ Stella McCartney ร่วมมือกับ Adidas หยิบรองเท้ารุ่น Iconic ของแบรนด์มาปัดฝุ่นใส่เทคโนโลยีในการตัดเย็บด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแบบฉบับของแบรนด์ Stella McCartney ที่ปราศจากการใช้หนังสัตว์อย่างสิ้นเชิงในรองเท้ารุ่นนี้

#SneakOut : Benjamin Joeseph Varney หนุ่มลูกครึ่งมาดเซอร์กับ fashion set หน้าหนาว

พบกับบทสัมภาษณ์นักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี พร้อมชม Fashion Set ต้อนรับอากาศเย็น กับหนุ่ม เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี

ครั้งแรกในไทยกับงานเปิดตัว Installation Art สุดล้ำ SORAYAMA Space Park by AMKK AT Central Embassy

ครั้งแรกในเมืองไทยและเป็นที่แรกของโลก กับการคอลแลปส์ของสองศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกัน แต่สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

#SneakOut: ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ สาวลุคเท่ห์ที่โด่งดังจากโลกออนไลน์มาสู่นักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้

มาทำความรู้จักกับเธอใน #SneakOut บทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกพร้อมแฟชั่นเซ็ทมันส์ๆจาก BAPE THAILAND

#SneakOut : แชมป์​ นครินทร์ จรูญวิทยา หรือ Maiyarap เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากรายการ The Rapper Season 2

บทสัมภาษณ์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังพยายามค้นหาตัวเอง

About

เว็บไซต์ SneakTheStreet ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับ รองเท้าผ้าใบ, เครื่องแต่งกาย, ศิลปะ, ดนตรี และบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการอัพเดตข่าวสารและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับแฟชั่น และกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมสตีทมากขึ้น ดังนั้น SneakTheStreet จึงเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่เป็นทั้งบทความและข่าวสารเกี่ยวกับวงการแฟชั่นทั่วโลก

Subscribe our newsletter