Creative Space : Khan Thaitanium

Creative Space | ครั้งนี้เราพาบุกไปบ้าน @khanthaitay เยี่ยมชมมุมโปรดและของสะสมหาดูยาก พร้อมพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์รวมถึงโปรเจคสุดลับที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

สำหรับหลายคนเสียงเพลงฮิปฮอปคงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานปาร์ตี้ยามค่ำคืน ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้มีความสนุกคึกครื้นด้วยดนตรีที่ชวนให้เคลื่อนไหวร่างกายไปตามจังหวะ แต่สำหรับคนอีกกลุ่มหนึ่งฮิปฮอปคือวัฒนธรรมที่ผสานวิถีชีวิตและดนตรีเข้าด้วยกัน ซึ่งคงไม่มีใครอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ได้ดีไปกว่า “ขันเงิน เนื้อนวล” แร็ปเปอร์หนุ่มจาก Thaitanium กลุ่มฮิปฮอปยุคบุกเบิกของเมืองไทย

เส้นทางศิลปินที่เขาเลือกเดินนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และต้องพบเจออุปสรรค์มากมาย ทั้งเรื่องการถูกเหยียดเชื้อชาติในวัยเด็ก รวมไปถึงการทำเพลงที่ไม่เป็นดั่งใจหวังในช่วงแรก ซึ่งไม่ใช่เรื่องงานเลยที่เขาจะก้าวข้ามเหตุการณ์เหล่านั้นจนได้มาเป็นแร็ปเปอร์แถวหน้าของประเทศในปัจจุบัน และวันนี้เป็นโอกาสดีที่ขันเงินได้เปิดบ้านเพื่อให้พวกเราได้เยี่ยมชมและพูดคุยถึงเรื่องราวในอดีตของตัวเองให้พวกทราบกัน

อยากให้ช่วยเล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นความหลงใหลดนตรีฮิปฮอปของคุณ

คงต้องเล่าย้อนกลับไปสมัยเด็กที่เราโดนคุณแม่ส่งไปเรียนที่เมืองแคนซัสประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนนั้นอายุประมาณ 13เราไม่ได้สนใจอะไรเลย ดีใจด้วยซ้ำที่ได้ไปเล่นสเก็ตบอร์ดเพราะที่เมืองไทยไม่มีขาย ก็อยู่ไปเรื่อยๆ ไม่ได้คิดอะไรจนมีอยู่วันหนึ่งเราเล่นสเก็ตบอร์ดในเมือง และโดนรถกระบะของคนผิวขาวเขวี้ยงขวดเบียร์ใส่ พร้อมกับชูนิ้วกลางและตะโกนด่า ซึ่งนั่นเป็นครั้งแรกที่เราเริ่มรู้สึกถึงการถูกรังเกียจโดยที่ไม่ได้ทำผิดอะไร คือถ้าเป็นเมืองไทยเราดูแลฝรั่งเหมือนพี่น้อง แต่ทำไมมาอยู่ที่นีเขาถึงทำแบบนั้นกับเรา ซึ่งเรื่องมันก็รุนแรงขึ้นถึงขนาดเกือบมีเรื่องกับเด็กในเมือง

ในยุคสมัยนั้นการเหยียดผิวไม่ได้มีแต่เฉพาะคนผิวขาวกับผิวดำเท่านั้นแต่ยังรวมถึงชาวเอเชียและแม็กซิกันด้วย เราจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะไปรวมกลุ่มกับเพื่อนชาวผิวสีและแม็กซิกัน ซึ่งธรรมชาติของพวกเขาอยู่แล้วที่นิยมฟังเพลงฮิปฮอปกัน ช่วงนั้นเป็นยุคสมัยของ N.W.A และ Public Enemy ซึ่งเพลงของพวกเขาตรงกับชีวิตของเราที่โดนถูกเหยียดหยาม ศิลปินเหล่านี้จึงเปรียบเหมือนฮีโร่ของพวกเรา เพราะเพลงที่พวกเขาร้องแสดงออกถึงการโดนเหยียดหยามและความไม่ยุติธรรมของสังคม สิ่งเหล่านั้นจึงถูกฝังในหัวเรามาตลอด ก่อนจะมาเป็นเพลงฮิปฮอปที่สนุกสนานในปัจจุบัน และคนอเมริกาเองหลายคนก็เข้ามาสู่วัฒนธรรมฮิปฮอปจากสิ่งเหล่านี้ และปัญหาเรื่องการเหยียดผิวยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน แต่ตอนนั้นเราไม่ได้มีส่วนร่วมกับฮิปฮอปได้มากกว่าการเป็นดีเจ เพราะร่างกายเราไม่แข็งแรงขนาดไปเต้นบีบอยได้ ยิ่งการแร็ปไม่ต้องพูดถึงเพราะภาษาตอนนั้นเรายังไม่ดี เลยต้องมาลงเอยด้วยการฝึกเป็นดีเจตั้งแต่อายุ 14 จนถึงอายุ 15 ก็เก็บเงินซื้อเครื่องเทิร์นเทเบิ้ลเล่นตัวแรกได้สำเร็จ

แล้วสาเหตุใดที่ทำให้คุณเปลี่ยนจากดีเจกลายมาเป็นแร็ปเปอร์

ตอนนั้นเรียนอยู่ที่แคนซัสสองปีและทำตัวดีมาตลอด เลยขอคุณแม่ย้ายไปอยู่แคลิฟอร์เนีย พอดีว่าคุณแม่เขามีคนรู้จักอยู่ที่นั้นก็เลยได้ย้ายไปสมใจ ตอนนั้นเริ่มฝึกเป็นดีเจอย่างจริงจังแล้ว และเป็นธรรมชาติของดีเจสมัยก่อนที่ต้องทำเพลงและเป็นโปรดิวซ์เซอร์ด้วย เลยเริ่มทำบีทของตัวเองเพื่อแจกให้เพื่อนผิวสีแถวบ้านเขาแร็ปกัน ระหว่างนั้นก็ได้เจอกับเดย์ เลยชวนกันมาเขียนเพลงกันในแบบภาษาไทยคำอังกฤษไทย เพราะมันไม่มีต้นแบบในการแร็ปภาษาไทย จึงใช้ภาษาอังกฤษที่เราพูดกันมาผสมคำไทยให้เยอะๆ จนกลายมาเป็นวิธีการร้องของพวกเราอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ช่วงเวลานั้นกระแสฮิปฮอปในประเทศไทยเป็นอย่างไรบ้าง

ตอนนั้นเมืองไทยยังไม่มีอะไรเลย มีผับที่เปิดเพลงฮิปฮอปที่เดียวอยู่สีลมซอย 4 ชื่อ Deep ซึ่งพอจะเปิดเพลงสไตล์เราอยู่บ้าง จนประมาณปี 2535 เราต้องหิ้วแผ่นเสียงกับเครื่องเล่นกลับมาทุกซัมเบอร์เพื่อจัดฮิปฮอปปาร์ตี้ที่ร้านของคุณแม่พร้อมกับเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นฮิปฮอปปาร์ตี้ครั้งแรกของไทยและมีกระแสตอบรับที่ดีมาก จึงจุดประกายให้เรากับเพื่อนพยายามจัดงานปาร์ตี้แบบนี้ให้ได้ทุกปี จนพวกเราตั้งกลุ่มที่ชื่อว่า AA Crew ขึ้นมา และเนื่องจากสมัยนั้นคนแปลกๆแบบพวกเรามีไม่มาก คนเขาเลยให้ความสนใจมากและจนได้รับข้อเสนอจากค่ายเพลงให้เรากับทีมาทำเพลงร่วมกันจนเเกิดเป็น KHAN-TEE ขึ้น ช่วงเวลานั้นเราเริ่มคิดที่จะเอาดีด้านศิลปินอย่างจริงจังแล้ว แต่ขณะนั้นยังไม่มีโปรดิวเซอร์คนไหนสามารถทำแบบในแบบที่เราต้องการได้จึงตัดสินใจหยุดและกลับอเมริกาไปเรียนต่อจนจบ พอกลับมาเมืองไทยคราวนี้ถึงจุดที่ต้องตัดสินใจแล้วว่าจะเอาดีทางด้านไหนกันแน่ เพราะเราสในทั้งด้านดีเจ โปรดิวเซอร์ รวมถึงการแร็ป แต่สุดท้ายเราเลือกที่จะแร็ปเปอร์จึงทิ้งจึงตัดสินใจทิ้งงานดีเจทั้งหมด และหันมาทำเพลงกันอย่างจริงจังจนกลายมาเป็นศิลปินแบบในปัจจุบันนี้

นอกจากจะเป็นอาชีพแล้วดนตรีฮิปฮอปได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณในด้านใดบ้าง

เปลี่ยนแปลงในทุกด้านเลยเหมือนเป็นเสาหลักในชีวิตให้เราเดินตาม เราก็เดิมตามเส้นทางนี้มาตลอด ถ้าไม่มีฮอปฮอปเราก็อาจจะเป๋ไปด้านอื่นเหมือนกันแต่พอมาถึงจุดหนึ่งที่รู้ตัวเองว่านี่คืออาชีพของเรา ทำให้เรามีจุดหมายที่จะมุ่งไป แม้บางทีเราอาจจะเถลไถลไปทำเรื่องอื่นแต่ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาเราก็รู้ว่าต้องทำอะไร ถ้าหากไม่มีฮิปฮอปเราอาจจะเคว้งคว้างไปเลย

เทคนิคเฉพาะตัวหรือหลักการสร้างผลงานของคุณ

ส่วนใหญ่คือปล่อยให้เสียงดนตรีพาไป โดยมากเราไม่ค่อยคิดคอนเซ็ปค์อะไรล่วงหน้ามากเท่าไร อาจมีบ้างนานๆครั้ง หลายครั้งที่เราอยากทำเพลงแบบที่ต้องการแต่มันไม่สามารถคิดออกมาได้ แต่พอเวลาได้ยินเสียงเปียโนหรือกีต้าร์สักลูปหนึ่งกลับคิดออก ซึ่งเราก็จะนำสิ่งนั้นมาสร้างสรรค์อีกที สมัยก่อนเรามักจะสร้างบีทเอาไว้เยอะๆ จากนั้นเอาไปให้คนอื่นฟังดูว่าเขาชอบไหม แต่ปัจจุบันนี้เราใช้วิธีนี้แล้วค่อยเอาดนตรีมาครอบภายหลัง อย่าง Thaitanium อัลบั้มใหม่ล่าสุดเราก็ใช้วิธีเขียนเนื้อร้องก่อนจะเอาดนตรีมาใส่

 

กว่า 7 อัลบั้มของ Thaitanium อัลบั้มไหนที่คุณคิดว่าเป็น Masterpiece ที่สุด

ตอบยากอยู่นะ เพราะแต่ละอัลบั้มจะมีอารมณ์ที่แตกต่างกัน แต่ที่ชอบสุดคงเป็นอัลบั้มดับเบิ้ลซีดีทั้งสองนั่นคือ R.A.S. และ Still Resisting เพราะมันทำให้คนอื่นเห็นตัวตนของเราชัดเจนขึ้น ด้วยจำนวนเพลงที่เราทำไว้มาก ถือว่าพวกเราทำอัลบั้มออกมาน้อยมากสำหรับวงที่อยู่มานานขนาดนี้ แต่สองอัลบั้มที่เป็นดับเบิ้ลซีดีเปรียบเหมือนกับเป็นสี่อัลบั้มที่พวกเราทำออกมา

เคยนึกไหมว่าถ้าหากวันหนึ่งคุณไม่ได้เป็นศิลปินแล้ว ตอนนั้นคุณจะทำอะไรอยู่

ไม่เคยนึกถึงตรงจุดนั้นเลยครับ เพราะตอนนี้เรายังมีอีกหลายสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ อย่างเช่นอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง เพราะตอนนี้กำลังตอบสนองความต้องการส่วนตัวนั่นคือกลับมาเป็นดีเจอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เราห่างจากการแร็ปไปด้วย อย่างอัลบั้มล่าสุดของ Thaitanium เราทำหน้าที่คล้ายกับเป็นโปรดิวเซอร์และร้องท่อนฮุคบ้าง แต่ไม่ใช่ตัวตนของเราร้อยเปอร์เซ็น ดังนั้นจึงอยากมีอัลบั้มเดียวของตัวเอง แต่ตอนนี้เรามีโปรเจคจะชุบชีวิตสิ่งเก่าๆ ขึ้นมาเช่นการแร็ปกับเพื่อนเก่าอย่าง JROC ในซาวน์แบบเก่าที่เราชอบ คนจะอยากฟังหรือไม่เราไม่รู้ แต่เราอยากทำเลยพักโปรเจคอัลบั้มเดี่ยวลงไปก่อน

ขณะนี้คุณกำลังมีโปรเจคอะไรอยู่บ้าง

ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่ 9face แบรนด์เสื้อผ้าของผมที่ทำร่วมกับ SneakaVilla ซึ่งเราได้คุยกันมานานแล้วว่าอยากจะทำอะไรร่วมกัน จนถึงเวลาประจวบเหมาะพอดี เลยทำออกมาเป็นคอนเซ็ปต์ REMINISCE คือนึกย้อนกลับไปถึงวันวาน เพราะเราต่างผ่านจุดที่มีความทรงจำร่วมกันกันจนเดินมาถึงที่เป็นที่ยอมรับ แต่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ว่าเราเคยทำอะไรกันมาบ้างจึงเกิดเป็นคอนเซ็ปต์นี้ขึ้นมา

ไลฟ์สไตล์อื่นๆ ที่วัฒนธรรมฮิปฮอปเข้ามามีบทบาทในชีวิต ?

สไตล์การแต่งตัวเราก็ได้รับวัฒนธรรมฮิปฮอปมาด้วย ซึ่งเราพยายามที่จะแต่งให้ไม่ซ้ำใคร ทั้งแนวเพลงหรือการแต่งตัวเหมือนมันเป็นวิถีของเราว่าไม่ทำตามคนอื่นแล้วหาทางเดินของตัวเองให้เจอ ตัวตนของเราก็จะเด่นชัดเสมอ เช่นเดียวกับบ้านของผมที่ใช้งานศิลปะอย่าง graffiti และสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมฮิปฮอปเพื่อบ่งบอกความเป็นตัวเอง

บ้านหลังนี้คุณอยู่มานานแค่ไหนแล้ว และตั้งใจตกแต่งในสไตล์ไหน

ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้เกือบ 10 ปี แล้ว ตอนแรกตั้งใจจะแต่งบ้านให้ดูโล่งๆ แบบที่เราชอบ แต่พอเอาเข้าจริงเรามีของอยู่เยอะแล้วไม่รู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนเลยกลายมาเป็นสภาพแบบที่เห็นตอนนี้ แต่ว่าเราพยายามหาที่อยู่ให้กับของทุกชิ้น ซึ่งถ้ามองอาจจะเหมือนว่าสิ่งของถูกวางไว้มั่วๆ แต่ทุกชิ้นเราจำได้หมดถ้ามันวางไว้ไม่ถูกที่เราก็หยิบมาวางไว้ที่เดิม เพราะทุกครั้งเราคิดไว้แล้วว่าจะเอาไปวางตรงไหนถึงเหมาะสม เวลาเราได้อะไรมาก็เหมือนเป็น puzzle อย่างหนึ่งเลยว่าเราจะเอาไปวางตรงไหน แต่ด้วยความที่เราโตมาจากวัฒนธรรมของนิวยอร์คที่มักเก็บของเก่าที่เขาทิ้งแล้วมาใช้บ้าง เลยไม่ได้พิภีพิถันในการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์แพงๆ ไม่จำเป็นต้องเข้าเซ็ตเพราะเราเติบโตมาจากสิ่งที่ไม่เข้ากันมาตลอด เลยเน้นซื้อของบ้าๆ บอๆ มาตกแต่งเสียมากกว่า

มุมโปรดของบ้านหลังนี้

ที่จริงแล้วเราชอบห้องนั่งเล่นนี้นะ และมีอีกห้องอยู่ข้างบนสำหรับซ้อมดีเจแต่รู้สึกว่าเวลาเข้าไปแล้วเหมือนอยู่ในถ้ำไม่ค่อยเจอผู้คน ปัจจุบันนี้เลยยกของทั้งหมดมาไว้ด้านล่างนี้ด้วย ทำให้พื้นที่ตรงนี้เหมือนเก็บรวบรวมทุกสิ่งที่เป็นเราเอาไว้ อย่างเช่นตู้เกมส์ที่มีความหลังฝังใจ เพราะเมื่อก่อนต้องไปต่อคิวเล่นตู้เกมส์นี้ที่เซ็นทรัลลาดพร้าวและมีอยู่แค่ตู้เดียวในประเทศไทย พอโตมาเลยซื้อเก็บไว้ที่บ้าน บางครั้งตื่นเช้ามาก็จะมานั่งเล่นเพื่อให้ไม่ต้องคิดอะไร อนาคตถ้าย้ายบ้านคงซื้อตู้เกมส์เพิ่มให้มากกว่านี้ แต่บ้านหลังนี้มันไม่มีที่แล้ว

ใช้เวลาส่วนมากหมดไปกับอะไรในมุมโปรดนี้

ถ้าเมื่อก่อนคงเป็นตู้เกมส์รถแข่ง แต่ปัจจุบันนี้คงเป็นบูธดีเจที่เราใช้เวลากับมันบ่อยที่สุด ส่วนใหญ่เวลาที่คิดงานหรือทำเพลงก็จะมานั่งทำตรงนี้บ่อยมาก เพราะส่วนมากเรามักจะได้เพลงที่ดีสุดตอนที่อยู่คนเดียว ไม่เหมือนเวลาที่ทำงานกันหลายคนซึ่งเราจะได้รับไอเดียของคนอื่นเข้ามาในหัวด้วยเหมือนกัน

ของสะสมชิ้นไหนที่หวงที่สุด

อย่าเรียกว่าสะสมเลย เรียกว่าเก็บของที่เราชอบดีกว่า ที่ไม่อยากให้เรียกว่าสะสมเพราะมันดูไม่เป็นเรื่องเป็นราวสักอย่าง อย่างแผ่นเสียงที่เก็บไว้แทนที่จะมีแผ่นที่ชอบเพราะเป็นดีเจ แต่ก็ให้เพื่อนยืมไปบ้าง บางคนเอาไปอเมริกาและทำหายบ้าง เราก็เป็นคนเก็บของไม่ค่อยละเอียดและไม่หวงของ ถ้าชอบอะไรก็ไปหามาเก็บไว้ ส่วนใหญ่ก็มีเพื่อนหรือคนรู้จักให้มา ถ้าจะตั้งใจซื้อจริงจังก็มีตู้เกมส์นี่แหละ

กิจกรรมที่คุณมักทำประจำในวันหยุด

แทบจะไม่มีวันไหนที่เราไม่ทำงานเลย สิ่งที่ทำแต่เหมือนไม่ใช่งานมากที่สุดคงจะเป็นการนั่งเลือกเพลง สมัยก่อนเวลาเราเดินทางบนรถหรือเครื่องบินมักจะพยายามทำบีทหรือหาเสียงซาวน์ใหม่ๆเก็บไว้ เหมือนคนที่เขาวาดภาพและสเก็ตภาพตลอดเวลา การฟังเพลงก็เปรียบเหมือนการสเก็ตของเรา แต่พอกลับมาทำงานดีเจมากขึ้นเราก็ต้องหาเพลงใหม่ที่อยากจะเล่น ทำให้มีเวลาทำบีทน้อยลงและหันมาฟังเพลงใหม่ๆ มากขึ้น ทำให้ตอนนี้เริ่มเข้าใจแล้วว่าเด็กยุคใหม่ชอบฟังเพลงแบบไหน ก็เหมือนกับชุบชีวิตการฟังเพลงของตัวเองขึ้นมาใหม่ ความรู้สึกอยากเป็นดีเจอยากเปิดเพลงให้คนอื่นฟังมันกลับมาอีกครั้ง หลังจากห่างหายมา 20 กว่าปี

เครื่องใช้ในบ้านชิ้นไหนที่เพิ่งได้มาใหม่ล่าสุด

เครื่องดูดฝุ่นของ Dyson รุ่น V8 เป็นเครื่องดูดฝุ่นเครื่องแรกในรอบ 20 ปี ของผมเลย หลังจากเคยใช้เครื่องดูดฝุ่นแบบยุคเก่าสมัยอยู่อเมริกา พอได้มาเจอเทคโนโลยีของเครื่องดูดฝุ่นตัวนี้ก็เหมือนเปิดโลกของเราใหม่เลย โดยเฉพาะดีไซน์ซึ่งเป็นส่วนที่ผมชอบมากที่สุด เนื่องจากเวลาเราซื้อของจะมองที่ความสวยงามเป็นอันดับแรก ยิ่งพอดีไซน์มันใช่และฟังก์ชั่นการใช้งานมันเวิร์คก็ยิ่งเหมาะกับบ้านของเรามากขึ้นไปอีก

กว่า 20 ปีในวงการเพลงคุณเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรของกระแสฮิปฮอปในบ้านเรา ?

ถือว่าเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น คือทุกวันนี้หลายอย่างมันง่ายขึ้น คุณไม่จำเป็นต้องไปลงทุนเช่าห้องอัดเพื่อทำเพลงแบบสมัยก่อนแล้ว เด็กสมัยนี้เขาได้เห็นเทคโนโลยีมากทำให้มีความกระตือรือร้นมากกว่ายุคเรา สมัยเรายังเป็นเด็กพูดตรงๆ ว่าตอนนั้นเด็กไม่ค่อยทำงานกันส่วนมากจะขอเงินจากพ่อแม่ หรือที่พอจะทำได้คงเป็นเล่นสเก็ตบอร์ดกับเตะฟุตบอล แต่เด็กสมัยนี้เขาสามารถทำมาหากินได้หลากหลายไม่ว่าจะขายของผ่านอินสตาแกรม เป็นดีเจหรือเอ็มซีเพราะเป็นอาชีพที่ทุกร้านจำเป็นต้องมีสมัยเราไม่ค่อยมีใครเขาอยากให้จับไมค์ด้วยซ้ำ หรือจะทำเพลงเองก็ไม่จำเป็นต้องมีค่าย แค่ทำแล้วปล่อยทาง Youtube ให้มียอดผู้ชมมากๆ สุดท้ายก็มีคนจ้างงานแล้ว

อยากให้คุณบอกอะไรสักอย่างถึงแร็ปเปอร์รุ่นใหม่ หรือคนที่กำลังก้าวเข้ามาสู่วงการเพลงฮิปฮอป

ของเหล่านี้มันเป็น passion มีหลายคนที่ผมสอนดีจีให้แล้วกลายเป็นดีเจมืออาชีพในปัจจุบัน บางคนฝึกแล้วเลิกภายในหนึ่งเดือนก็มี ถ้าหากมันเป็นความหลงใหลของเราไม่ว่าจะเป็นการแร็ปหรืออะไรเราจะรู้สึกไม่เหนื่อยเลยนะเวลาทำ  แต่หากทำแล้วเหนื่อยหรือท้อแท้แสดงว่านั่นยังไม่ใช่ passion ของเราจริงๆ เพราะถ้าหากเราชอบจริงๆ เราจะมีความอยากทำสิ่งนั้นอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน ถ้าหากเรารู้สึกกับอะไรแบบนั้นก็ขอให้ทำไปเถอะอย่างน้อยก็ได้กำไรความสุขของชีวิตแล้ว

DYSON  แบรนด์สายเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ผลิดไดร์เป่าผม Supersonic และเครื่องดูดฝุ่นไร้ใบพัด ที่มีการออกแบบการใช้งานเอาใจเหล่าแม่บ้านพ่อบ้านโดยเฉพาะ ทั้งเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เครื่องดูดฝุ่นมือถือ ใช้งานสะดวกสบาย มีแรงดูดพิเศษ เข้าทำความสะอาดทุกจุดของบ้านได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งเทคโนโลยี พัดลมไร้ใบ เครื่องแรกของโลก Dyson ออกแบบให้คุณได้สัมผัสความสะดวกสบายได้อย่างแท้จริง เลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เครื่องดูดดฝุ่นมือถือ และพัดลมไร้ใบ สามารถเป็นเจ้าของได้แล้วที่นี่

Text by Farfar | Photo by Ballisticone

featured on Sneak
ประวัติวง “Daft Punk” จากคำดูถูก สู่คำว่าสำเร็จ

อยู่ ๆ ก็มีข่าวที่ทำให้แฟนเพลงทั่วโลกต้องตกอยู่ในอาการช็อคไปตาม ๆ กัน เมื่อวงอิเล็กทรอนิกส์ดูโอ้ระดับตำนานอย่าง Daft Punk ประกาศแยกทางกัน หลังร่วมสร้างตำนานทางดนตรีมาเนิ่นนานกว่า 28 ปี

The Process : 15 ปีที่อุทิศให้กับดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ของ KINGKONG / MARMOSETS

อะไรในดนตรี อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำให้ปอนด์ (กฤษฎา วดีศิริศักดิ์) หรือ ที่เรารู้จักกันในนามว่าดีเจ Kingkong / Marmosets หลงใหล และใช้ชีวิตอยู่กับดนตรีแขนงนี้ได้ยาวนานกว่า 15 ปี? นอกจากจะเป็นดีเจที่มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ Heineken Dj Spin ปี 2006 แล้วเขายังเป็น Producer เจ้าของค่าย Zoo Studio รวมถึงล่าสุดกับตำแหน่ง A&R ของ Warner Music

BAPE THAILAND เปิดตัวเว็บไซต์นำสินค้ามาลดราคาสูงสุดถึง 40%

ถ้าใครเคยไป BAPE Pirate Store ที่ฮ่องกงหรือญี่ปุ่น คงพอจะนึกถึงบรรยากาศที่คุณจะได้เป็นเจ้าของสินค้าของ BAPE ในราคาพิเศษ (ซึ่งปกติแล้วแบรนด์นี้แทบจะไม่ลดราคาเลย ไม่ว่าจะฤดูกาลไหนก็ตาม ไม่ต่างกับแบรนด์เนม)

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey
พบกับอีกหนึ่งมิติใหม่ของ Lifestyle ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์แบบไม่รู้จบ

A BATHING APE POP UP STORE @SIAMDISCOVERY

ครั้งแรกกับที่แบรนด์สตรีทระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น A Bathing Ape หรือว่า BAPE® ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบของ Pop Up Store ใจกลางกรุงเทพฯ

#COPTHATKICKS : Stella McCartney X Adidas Stan Smith Sneakers รองเท้าผ้าใบที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

เมื่อ Stella McCartney ร่วมมือกับ Adidas หยิบรองเท้ารุ่น Iconic ของแบรนด์มาปัดฝุ่นใส่เทคโนโลยีในการตัดเย็บด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแบบฉบับของแบรนด์ Stella McCartney ที่ปราศจากการใช้หนังสัตว์อย่างสิ้นเชิงในรองเท้ารุ่นนี้

#SneakOut : Benjamin Joeseph Varney หนุ่มลูกครึ่งมาดเซอร์กับ fashion set หน้าหนาว

พบกับบทสัมภาษณ์นักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี พร้อมชม Fashion Set ต้อนรับอากาศเย็น กับหนุ่ม เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี

ครั้งแรกในไทยกับงานเปิดตัว Installation Art สุดล้ำ SORAYAMA Space Park by AMKK AT Central Embassy

ครั้งแรกในเมืองไทยและเป็นที่แรกของโลก กับการคอลแลปส์ของสองศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกัน แต่สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

#SneakOut: ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ สาวลุคเท่ห์ที่โด่งดังจากโลกออนไลน์มาสู่นักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้

มาทำความรู้จักกับเธอใน #SneakOut บทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกพร้อมแฟชั่นเซ็ทมันส์ๆจาก BAPE THAILAND

#SneakOut : แชมป์​ นครินทร์ จรูญวิทยา หรือ Maiyarap เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากรายการ The Rapper Season 2

บทสัมภาษณ์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังพยายามค้นหาตัวเอง

About

เว็บไซต์ SneakTheStreet ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับ รองเท้าผ้าใบ, เครื่องแต่งกาย, ศิลปะ, ดนตรี และบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการอัพเดตข่าวสารและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับแฟชั่น และกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมสตีทมากขึ้น ดังนั้น SneakTheStreet จึงเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่เป็นทั้งบทความและข่าวสารเกี่ยวกับวงการแฟชั่นทั่วโลก

Subscribe our newsletter