fbpx
Sep 15, 2017
Creative Interview : กว่าสิบปีบนเส้นทางศิลปะของ ALEX FACE ศิลปินสตรีทอาร์ตแถวหน้าของเมืองไทย

Creative Interview วันนี้จะพาคุณไปบุกสตูดิโอส่วนตัวของ ALEX FACE ศิลปินสตรีทอาร์ตแถวหน้าของเมืองไทย เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวของเส้นทางศิลปะที่เขาตัดสินใจเลือกเดินมานานนับสิบปี และต้องเผชิญเรื่องราวมากมายกว่าจะกลายมาเป็น ALEX FACE ที่พวกเรารู้จักกันในวันนี้

มนุษย์ทุกคนมีความฝัน ความฝันที่เกิดจากความชื่นชอบหรือหลงใหลในบางสิ่งบางอย่างในวัยเด็ก และอยากใช้ชีวิตร่วมกับสิ่งเหล่านั้นเมื่อเติบโตขึ้น แต่น่าเสียดายที่หลายความฝันต้องต้องถูกทำลายลงไปเมื่อพวกเขารู้จักกับโลกมากขึ้น

แต่สำหรับ พัชรพล แตงรื่น หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันดีในชื่อ ALEX FACE ศิลปินหนุ่มผู้มีความฝันตั้งแต่วัยเยาว์เพียงเรื่องเดียวคือการสร้างสรรค์งานศิลปะ โดยเขาไม่ลังเลที่จะเดินตามเส้นทางฝันอย่างไม่ลดละตลอดระยะเวลาเกินครึ่งชีวิต แม้ทางเดินนั้นจะไม่งดงามดั่งฝันและต้องพบอุปสรรค์นานับประการ แต่สุดท้ายรางวัลของความพยายามคือการที่เขาก้าวขึ้นมาเป็นศิลปินสตรีทอาร์ตแถวหน้าของประเทศไทย

เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยกันดีกับภาพวาดหนูน้อยสามตาใบหน้าบึ้งตึง ที่มักจะไปปรากฎบนตึกรามบ้านช่องทั่วกรุงเทพฯ และแทบทุกจังหวัดที่อเล็กมีโอกาสไปเยือน แต่เชื่อว่ามีกลุ่มคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ตั้งคำถามว่าหนูน้อยคนนี้คือใคร ทำไมถึงต้องถูกนำไปวาดบนตึกสูงหรือกำแพงรกร้าง และศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นได้อะไรตอบแทนจากการกระทำเช่นนี้ ซึ่งเราจะมาไขข้อสงสัยเหล่านั้นไปพร้อมกัน

วันนั้นเรามีนัดกับอเล็กที่บ้านพักย่านชานเมืองเพื่อประชุมเกี่ยวกับโปรเจ็คบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น บ้านพักอันเงียบสงบซึ่งถูกแปรสภาพเป็นสตูดิโอเล็กๆ ที่เขามักจะหลีกหนีความวุ่นวายมานั่งทำงานศิลปะเงียบๆ เพียงลำพัง

ศิลปินพ่อลูกหนึ่งเดินออกมาต้อนรับพวกเราด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม สวมเสื้อผ้าสบายๆ ดูเรียบง่ายแบบที่เรามักจะเห็นเขาสวมใส่อยู่เป็นประจำ บนมือมีร่องรอยของสีเปรอะเปื้อนแสดงให้เห็นว่าเขากำลังทำบางสิ่งบางอย่างระหว่างรอการมาถึงของพวกเรา

000053

“มาทำงานนานแล้วหรอครับ ?” ผมยิงคำถามทันทีหลังจากที่เห็นอเล็กกำลังวุ่นวายอยู่กับเฟรมผ้าใบขนาดใหญ่จำนวนสามแผ่น

“ตั้งแต่เช้าแล้วครับ ปกติพอส่งลูกเรียนเสร็จก็จะกลับเข้ามาทำงานที่นี่ พอช่วงตอนเย็นกลับบ้านไปก็เหนื่อยไม่อยากทำอะไรแล้ว อยากใช้เวลากับครอบครัวมากกว่า แต่สิ่งที่เราชอบและอยากทำมากที่สุดก็คือวาดรูป บางที่ตื่นเช้ามามีไอเดียหรือคิดอะไรออกก็ลุกขึ้นมาวาดเลย นั่งวาดได้ทั้งวันโดยที่ไม่ต้องออกไปไหนก็ได้”

อเล็กเริ่มรู้ตัวเองว่าชื่นชอบการวาดภาพตั้งแต่ได้มีโอกาสเรียนวิชาศิลปะสมัยประถม และพัฒนาตัวเองเรื่อยมาถึงขั้นเป็นตัวแทนของโรงเรียนเข้าประกวดวาดภาพระดับจังหวัดในช่วงมัธยม ซึ่งทักษะด้านศิลปะของเขาถูกบ่มเพาะจนสุกงอมหลังจากที่อเล็กตัดสินใจเรียนต่อที่ภาควิชาวิจิตรศิลป์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถานที่แรกที่ทำให้เขารู้จักศิลปะแขนงใหม่ที่เรียกว่า กราฟิตี้

“ช่วงที่เรากำลังเรียนมหาวิทยาลัยนั้นดนตรีฮิปฮอปเพิ่งเริ่มเข้ามาเมืองไทยใหม่ๆ ซึ่งเราก็รับวัฒนธรรมเหล่านั้นเข้ามาจนเริ่มรู้จักกับการพ่นกราฟิตี้ เนื่องจากเราชอบงานศิลปะอยู่แล้วจึงค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมในอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับกราฟิตี้และจับกลุ่มกับเพื่อนออกไปพ่นทั่วลาดกระบัง ตอนนั้นก็ชวนกันไปพ่นแบบมั่วๆ บางครั้งก็นำภาพที่เตรียมส่งอาจารย์มาพ่นบนกำแพงบ้าง ซึ่งส่วนมากจะเป็นภาพใบหน้า เราเลยใช้ชื่อแท็กตัวเองว่า ALEX FACE ตั้งแต่ตอนนั้น ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลยแค่อยากจะพ่นไปเรื่อยให้คนจดจำงานเราได้แค่นั้น
กราฟิตี้มันมีความสะใจมากกว่าศิลปะแขนงอื่น ตรงความรวดเร็วฉับพลันเหมือนการปลดปล่อยอารมณ์ที่ซ้อนอยู่ให้ระบายออกมาโดยใช้เวลาสั้นๆ มีความตื่นเต้นเวลาไปแอบพ่นตามสถานที่ต่างๆ ต้องเจอตำรวจต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งภาพที่เราทำนั้นจะต้องมีใครสักคนเห็นอย่างแน่นอน ส่วนเขาจะคิดอย่างไรนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” อเล็กอธิบายถึงสมัยที่เขาเริ่มรู้จักและออกพ่นกราฟิตี้กับเพื่อนช่วงแรกให้ฟังด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกสนุกสนาน แม้ระยะเวลาจะผ่านพ้นมากว่าสิบปีแล้ว

000006

“แล้วหลังจากที่เรียนจบแล้วยังออกพ่นกราฟิตี้อยู่หรือเปล่า หรือหยุดแล้วออกมาทำงานประจำแบบคนปกติที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ” ผมเริ่มถามปัญหาที่กำลังสงสัย

“ไม่เคยทำงานประจำเป็นมนุษย์ออฟฟิศนะ ส่วนใหญ่ก็รับงานฟรีแลนซ์ทำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ หาเงินจากการทำฉากโฆษณา ออกกองถ่ายหนัง วาดรูปส่งไปขายตามสวนจัตรุจักร แต่ก็ยังหาเวลาพ่นกราฟิตี้ตลอดเพราะมันยังคงอยู่ในตัวเราเสมอ ได้เงินจากการทำงานก็เอามาซื้อสีพ่นกราฟิตี้เคยมีอยู่ช่วงหนึ่งโดนเขาโกงค่าตัว เราเลยเอาคืนด้วยการแอบเอาสีในกองถ่ายไปพ่นบนตึกที่เขากำลังถ่ายหนังนั่นแหละ แต่พอผู้กำกับมาเห็นเขากลับชอบ เพราะเขาเป็นฝรั่งและรู้จักสตรีทอาร์ตแบบนี้เลยไม่ได้ว่าอะไร ช่วงหลังก็มีงานให้ไปพ่นฉากโฆษณาบ้างเพราะคนเริ่มรู้ว่าเราทำศิลปะแนวนี้” เขาอธิบายถึงอดีตที่ไม่ค่อยสวยหรูเท่าไรนักของตนเอง

แน่นอนว่าความหลงใหลในงานศิลปะไม่เคยเลือนลางไปจากตัวของอเล็ก จนในที่สุดเขาจึงตัดสินใจบอกลาวงการภาพยนตร์และโฆษณา เพื่อมาทำงานศิลปะที่ตนรักอย่างจริงจัง

“มีอยู่ช่วงหนึ่งเราไปบวชเป็นพระ ก่อนบวชเรามานั่งคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนั้นคือเป้าหมายของเราทำจริงรึเปล่า การทำฉากโฆษณา การทำเอฟเฟคในภาพยนตร์ คือเรามีสิ่งอื่นที่อยากทำมากกว่าอยู่แล้ว เลยตัดสินใจบอกลางานที่ทำและออกบวช หลังจากสึกออกมาก็เปิดร้านที่สวนลุมไนท์รับวาดภาพ ส่วนใหญ่เป็นภาพก๊อปปี้ศิลปินดังๆ สำหรับเอาไปตกแต่งบ้าน ส่วนเวลาที่เหลือก็เอามาใช้ทำงานส่วนตัว”

000005

“แล้วจุดเปลี่ยนอะไรในชีวิตที่ทำให้เริ่มวาดคาแรคเตอร์เด็กผู้หญิง จนกลายมาเป็นที่รู้จักทุกวันนี้ ?”

“จุดเปลี่ยนในชีวิตคือช่วงที่แฟนท้อง พอลูกสาวเราคลอดมาเราก็เริ่มได้รับแรงบันดาลใจใหม่นั่นคือเรื่องราวของเด็ก ก็เลยวาดคาแรคเตอร์เด็กผู้หญิง แล้วพัฒนามาเรื่อยๆ เริ่มมีสามตา มีหูกระต่าย จนกลายเป็นคาแรคเตอร์เด็กน้อย Mardi ที่เห็นในปัจจุบัน
บวกกับช่วงนั้นเริ่มเบื่องานตัวเอง แต่ต้องทำซ้ำไปเรื่อยๆเพราะอยากให้คนจำได้ พอมาวาดคาแรคเตอร์ใหม่ก็จำเป็นต้องหาเทคนิคใหม่ๆ เช่นการลงสีให้ดูนิ่มนวลกว่าเดิม”

เขาเว้นระยะก่อนที่จะเล่าต่อ

“หลังจากนั้นที่วาดคาแรคเตอร์ Mardi มาได้ 3 ปี ก็ตัดสินใจจัด exhibition ขึ้นมาหนึ่งโชว์ โดยหวังว่าจะใช้ความสามารถที่มีให้เต็มที่ เพื่อหวังที่จะให้ชีวิตตอนนั้นมีความก้าวหน้าขึ้นมาบ้าง เพราะโชว์ครั้งก่อนหน้ายังไม่เคยได้เต็มที่กับมันสักครั้ง เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเวลาที่พยายามทำแบบฉับพลัน ตอนนั้นเลยพยายามจับเทคนิคทุกอย่างที่เคยทำมา ทั้งการวาดภาพเหมือน เทคนิคภาพพิมพ์มาใส่ไว้ในโชว์นั้นทั้งหมด สุดท้ายภาพที่เรานำไปแสดงเริ่มมีคนสนใจและขายได้ ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้คนเริ่มรู้จักเรามากขึ้น”

000051

ความโด่งดังของ ALEX FACE นั้นไม่ได้ถูกจำกัดแต่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น เพราะบ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นงานของเขาไปโลดแล่นอยู่ต่างแดนด้วยเช่นกัน

“ช่วงแรกที่ไปพ่นกราฟิตี้ที่ต่างประเทศเพียงเพราะอยากลองหาสถานที่ทำงานใหม่ๆดูบ้าง เลยตัดสินใจใช้เงินเก็บจากการขายภาพบินไปประเทศพม่าด้วยตัวเอง จนมาช่วงหลังถึงเริ่มมีงานจ้างไปทำนอกประเทศบ้างตามเทศกาลต่างๆ แต่หากมีเวลาเหลือก็มักจะออกไปพ่นเล่นกับเพื่อนที่เป็นเจ้าถิ่นเสมอ สลับกันถ้าเพื่อนมาเมืองไทยเราก็นำเขาไปพ่นเล่นในบ้านเราด้วยเหมือนกัน”

“หลังจากเดินทางมาหลายประเทศทั่วโลก พอจะบอกได้ไหมว่าวงการสตรีทอาร์ตของไทยกับต่างประเทศมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ?”

“ทุกวันนี้คนทั่วไปเข้าใจงานกราฟิตี้มากขึ้น เมืองนอกเขาชอบขนาดมีทัวร์ชมสตรีทอาร์ตในวันหยุดเลยนะทั้งที่อังกฤษและอเมริกา ซึ่งบ้านเราตอนนี้ก็เริ่มมีอะไรพวกนี้แล้วเหมือนกัน
วงการกราฟิตี้ไทยเองตอนนี้ก็พัฒนาขึ้นกว่าเดิม มีความร่วมสมักมากขึ้น เพราะศิลปินยุคแรกที่ทำงานมานานเริ่มโตขึ้น ผลงานก็กลายเป็นที่ยอมรับมากกว่าเดิม เวลาเราออกไปทำงานคนทั่วไปก็เข้าใจว่าสิ่งที่เราทำคือสตรีทอาร์ต มันอยู่ที่ว่าเราไปทำถูกที่ถูกทางหรือเปล่า ถ้าทำดีก็เหมือนไปพัฒนาพื้นที่ให้ดูมีความคึกครื้น เป็นแลนด์มาร์คให้นักท่องเที่ยวมาเช็คอินถ่ายรูป เหมือนกับปีนังที่เขาชุบชีวิตเมืองใหม่ด้วยศิลปะ และกลายเป็นโมเดลที่หลายเมืองอยากทำตาม”

“ทุกวันนี้ถ้ามีโอกาสก็จะออกไปพ่นกราฟิตี้เสมอ ?”

“ทุกวันนี้ส่วนใหญ่จะพ่นเป็นงานมากกว่าไปทำเล่นแบบสมัยก่อน เพราะไลฟ์สไตล์เราเปลี่ยนไปเพราะมีครอบครัว บวกกับตอนนี้มีงานให้ทำมากขึ้น เวลาเล่นสนุกแบบเมื่อก่อนเลยน้อยลง แต่ก็พยายามที่จะมี road trip แบบส่วนตัวเพื่อออกไปพ่นกราฟิตี้ของตัวเองบ้าง เพราะลึกๆแล้วเรายังสนุกกับมันเสมอเหมือนกับการเล่นของเด็กๆ ที่ไม่ต้องคำนึงสวยงาม ส่วนงานที่รับเงินลูกค้ามาเราก็ต้องทำให้เต็มที่ มันมีความสนุกและท้าทายที่แตกต่างกันออกไป”

000058
000060

“งานประเภทชิ้นใหญ่ๆที่เราเห็นกันตามตึก ส่วนมากเราจะเพ้นท์ลงกระดาษก่อนหรือไปลุยเอาหน้างานเลย ?” ผมเปิดประเด็นถึงผลงานในปัจจุบันของเขา ซึ่งมักไปปรากฎอยู่บนตึกสูงด้วยขนาดที่ใหญ่โตกว่างานสตรีทอาร์ตทั่วไป

“ส่วนใหญ่จะไปดูสถานที่จริงก่อนแล้วเอามาเป็นโจทย์ในการทำงาน เพราะเราทำงานกับพื้นที่ต้องคำนวนว่าเรามีอุปกรณ์และเวลาเพียงพอไหม ถ้ารู้ว่าเวลาหรืออุปกรณ์ไม่อำนวย เราก็ต้องหาทางแก้ปัญหาให้สามารถจบงานได้ในข้อจำกัดที่มี หลังจากนั้นค่อยมานั่งคิดคอนเซ็ปต์ให้งานอีกที” อเล็กอธิบายคร่าวๆ ถึงกระบวนการทำงานของเขา

นอกเหนือจากความสวยงามแล้วผลงานจำนวนไม่น้อยมักนำเสนอเรื่องราวและประเด็นที่เล่นกับกระแสสังคมตลอดเวลา และมักจะถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงในกลุ่มคนที่ชื่นชอบงานศิลปะด้วยกันบ่อยครั้ง

“ทุกงานของเราจะเน้นคอนเซ็ปต์ต้องมาเป็นอันดับแรก ในความคิดเราศิลปะคือการถ่ายทอดเรื่องราวที่ศิลปินอยากพูด โดยใช้เทคนิคศิลปะเป็นเครื่องมือนำเสนอ หากเรามีทักษะหลายด้านก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี แต่หากเราทำงานโดยไม่มีสารที่จะสื่อออกไปงานของเราก็เป็นเพียงภาพวาดที่สวยรูปหนึ่งเท่านั้น เคยส่งสัยไหมว่าทำไมภาพที่วาดขายกันตามตลาดนัด กับงานศิลปะถึงราคาต่างกัน เพราะภาพตลาดนัดไม่มีเรื่องราวอะไรสื่อสารกับผู้ชม”

“คิดว่าทุกวันนี้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าไว้แล้วหรือยัง?”

“เป็นคำถามที่ตอบยากนะ เพราะถ้ามองว่าแค่ว่าตัวเองอยากทำงานศิลปะเราประสบความสำเร็จมาตั้งนานแล้ว เพราะตั้งแต่เรียนจบเรามีจุดมุ่งหมายเดียวคือทำงานศิลปะ แต่ในด้านอื่นก็อาจจะยังสู้กับศิลปินคนอื่นไม่ได้ต้องพัฒนาอีกเรื่อยๆ เราเชื่อว่าถ้ายิ่งมีศักยภาพมากเท่าไรความสำเร็จของเราก็จะมากขึ้นแบบอัตโนมัติ เหมือนกับเด็กจบใหม่เพิ่งเริ่มทำงานที่จะได้เงินเดือนไม่มาก แต่พอพัฒนาศักยภาพตัวเองไปได้สักพักผลตอบแทนก็เริ่มมากขึ้น
ส่วนตอนนี้เราคิดแค่ว่าอยากพยายามทำงานชิ้นใหญ่ๆ ที่จำเป็นต้องใช้แรงให้มากที่สุดเท่าที่จะมีโอกาส เพราะหากแก่ตัวไปคงทำไม่ไหว งานพวกนี้ต้องใช้ร่างกายเยอะมาก ทุกวันนี้เลยอยากใช้แรงให้เต็มที่ก่อนจะทำไม่ไหว ส่วนตอนแก่คงมานั่งวาดภาพสีน้ำอยู่บ้าน”

000002

“ในวงการศิลปะสิ่งที่กำหนดมูลค่าของผลงานศิลปินแต่ละคนคืออะไร ? ” คำถามที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะคาใจแต่ไม่มีโอกาสได้พบศิลปินสักคนเพื่อตอบข้อสงสัยนี้

“เรื่องพวกนี้เราไม่สามารถควบคุมมันได้ เพราะอย่างเราทำงานมาตั้งแต่เรียนจบและก็พัฒนาศักยภาพของตัวเองขึ้นมาเรื่อยกินระยะเวลาเป็นสิบปี ทุกอย่างมันมีกระบวนการและที่มาที่ไปของมัน งานศิลปะมีหลายระดับตั้งแต่หลักร้อยบาทจนถึงพันล้านบาท อย่างงานของ Van Gogh ที่ขายกันเป็นพันล้าน ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยเรื่องความเก่าของงาน ชื่อเสียงของศิลปิน ความยากง่ายในการสร้างงาน อาจดูเหมือนเป็นสิ่งสมมติแต่ก็มีเหตุผลในแบบของมันเอง”

“เคยคิดไหมว่าจะมีสิ่งอื่นที่ทำให้เราหยุดวาดภาพได้ หรือจะหันไปทำอย่างอื่นนอกจากงานศิลปะ?” ผมถามแบบติดตลก

“ให้ทำอะไรดีละ ถ้าให้ไปขายประกันคงไม่ (หัวเราะ) อาจจะต้องโดนระเบิดมือขาดทั้ง 2 ขาด หรืออาจจะต้องขาขาดด้วย แต่ก็คงจะพยายามหาทางใช้ปากวาดอยู่ดี (หัวเราะ)
ความจริงเราก็ไม่ได้วาดรูปตลอด ใช้เวลาไปกับอย่างอื่นบ้าง เช่นออกไปปั่นจักรยาน ทำนู่นทำนี่อยู่เรื่อย เคยไปดูงานของศิลปินระดับโลกในพิพิธภัณฑ์ถึงเข้าใจว่าเขาทำงานกันทุกวัน อย่างน้อยมือต้องเลอะสีบ้างในทุกวัน ถึงไม่วาดก็ต้องคิดเกี่ยวกับงานตลอด คือเราเกิดมาทำอาชีพนี้แล้ว คนเขายอมรับแล้วว่าเราเป็นศิลปิน เราต้องทำงานให้เต็มที่ไม่ใช่ทำมาแค่เล่นๆ”

000056

“อะไรสิ่งที่คุณคิดว่ายากที่สุดในการก้าวมาอยู่ในจุดนี้?”

“มันก็มีนะแต่เราไม่คิดว่ามันยาก เคยเงินหมดแล้วรู้สึกโล่งไหม ?” เขาเริ่มยิงคำถามแรกกลับมา หลังจากที่เป็นฝ่ายตอบคำถามมาร่วมชั่วโมงเศษ

“ไม่ครับ”ผมตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด เราจะมีความสุขโดยไม่มีเงินได้อย่างไรกัน ?

“เพราะเราเคยมีช่วงเงินหมดแต่ก็ยังมีเพื่อนมีน้องที่คอยช่วยเหลือ ไม่ต้องกลัวว่าท้องจะหิว เราเลยไม่ได้มองว่ามันเป็นปัญหาเพราะไม่ได้ยึดติดกับอะไรเลย แต่หลายคนอาจมองว่านั่นคือปัญหาใหญ่ อย่างเวลาขายงานไม่ได้เราไม่เคยเก็บมาคิด ไม่เคยท้อ ไม่เลิกทำ เราทำงานไปเหมือนเป็นหน้าที่ อยากแสดงงานก็จัด ขายไม่ได้ก็เอาไปแสดงใหม่ เราวาดรูปเพื่อตอบสนองตัวเอง ขายไม่ได้ไม่เป็นไร เราทำงานอื่นควบคู่ไปด้วย ช่วงที่ยังไม่มีชื่อเสียงต้องรักษาบาลานซ์ให้ดี ระหว่างงานเลี้ยงชีพกับการวาดภาพ หากวันหนึ่งภาพของเราเริ่มขายได้แล้ว ค่อยเริ่มเฟดงานอื่นที่ไม่ใช่ออกไป”

เชื่อว่าเงินทองและชื่อเสียงเป็นสิงที่หลายคนต้องการ และงานศิลปะก็บันดาลความสำเร็จเหล่านั้นมาให้กับศิลปินจำนวนไม่น้อย แต่ไม่ใช่ที่ทุกคนที่จะประสบความสำเร็จ

“ต้องเข้าใจว่าศิลปะมันเป็นทางเดินที่ไม่แน่นอน ไม่ใช่ทุกคนที่จะประสบความสำเร็จ มันก็พูดยากเหมือนกันนะ แต่ถ้าหากทุกวันนี้เราไม่ได้ประสบความสำเร็จไม่มีคนรู้จัก เราก็คงนั่งวาดรูปอยู่ดี ขายได้ไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไร ตอบตัวเองก่อนว่าความต้องการของเราอยู่ตรงไหน สมมติถ้าวาดภาพเพราะอยากดัง แล้วถ้ามันเกิดไม่ดังมึงจะทำอย่างไร มึงจะเครียดหรอ ? ถ้ามึงเครียดก็เลิกวาดรูปสิ อย่างเราถือว่าแจ็คพ็อตที่มีรายได้จากสิ่งที่ชอบ และเราต้องพยายามทำให้ดีที่สุดเพราะถือว่าโชคดีมากแล้ว
ถ้าคุณอยากเป็นศิลปิน คุณแค่ยอมรับตัวเองว่าทำงานศิลปะแล้วมีความสุขคุณก็เป็นศิลปินได้แล้ว ไม่ต้องรอให้ใครเขามาบอกว่ามึงคือศิลปินเอก อย่างตัวเราเองทุกวันนี้ก็ไม่ได้สนใจคำพูดเหล่านั้น เราวาดรูปเพราะอยากวาด เคยคุยกับบางคนเขาบอกตั้งเป้าหมายไว้ถ้าหาก 2 ปี ยังไม่ดังจะเลิกวาด เราก็บอก เออ งั้นมึงเลิกเถอะ ของแบบนี้มันต้องใช้เวลา บางคนวาดเป็น 10 ปีกว่าจะดัง ทุกคนมันเริ่มจากการเป็นโนเนมทั้งนั้นแหละ คนที่จะประสบความสำเร็จคือคนที่ขยันและพยายามมากกว่าคนอื่น มันก็เป็นเหมือนกันทุกอาชีพไหม?”

000033

ก่อนจะกลับอเล็กยังได้ทิ้งท้ายกับเราอีกว่า

การค้นหาตัวเองเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าหากเราเริ่มที่ความชอบเราจะไม่มีความเบื่อเมื่อลงมือทำ ถึงมันอาจจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างน้อยก็ได้ทำสิ่งที่ชอบ”

ซึ่งข้อนี้ผมเห็นด้วยกับเขาทุกประการ เพราะถ้าหากย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชื่อของ ALEX FACE กลายเป็นที่รู้จัก เริ่มมาจากการชอบวาดรูปของเด็กธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นก่อนที่เขาจะผลักตัวเองให้มาสู่จุดนี้ด้วยความขยันและพยายามมากกว่าคนอื่น หากคุณอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วลองตอบคำถามตัวคุณเองสิ ว่าคุณชอบอะไร และได้ลงมือทำมันอย่างจริงจังแล้วหรือยัง ?

Text : Farfar  |  Photography :  Ballisticone

featured on Sneak
#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey

#MYBEERCONNECTIONS Chooseless 5-Day Journey
พบกับอีกหนึ่งมิติใหม่ของ Lifestyle ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์แบบไม่รู้จบ

A BATHING APE POP UP STORE @SIAMDISCOVERY

ครั้งแรกกับที่แบรนด์สตรีทระดับโลกสัญชาติญี่ปุ่น A Bathing Ape หรือว่า BAPE® ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบของ Pop Up Store ใจกลางกรุงเทพฯ

#COPTHATKICKS : Stella McCartney X Adidas Stan Smith Sneakers รองเท้าผ้าใบที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม

เมื่อ Stella McCartney ร่วมมือกับ Adidas หยิบรองเท้ารุ่น Iconic ของแบรนด์มาปัดฝุ่นใส่เทคโนโลยีในการตัดเย็บด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแบบฉบับของแบรนด์ Stella McCartney ที่ปราศจากการใช้หนังสัตว์อย่างสิ้นเชิงในรองเท้ารุ่นนี้

#SneakOut : Benjamin Joeseph Varney หนุ่มลูกครึ่งมาดเซอร์กับ fashion set หน้าหนาว

พบกับบทสัมภาษณ์นักแสดงหนุ่มอารมณ์ดี พร้อมชม Fashion Set ต้อนรับอากาศเย็น กับหนุ่ม เบนจามิน โจเซฟ วาร์นี

ครั้งแรกในไทยกับงานเปิดตัว Installation Art สุดล้ำ SORAYAMA Space Park by AMKK AT Central Embassy

ครั้งแรกในเมืองไทยและเป็นที่แรกของโลก กับการคอลแลปส์ของสองศิลปินชาวญี่ปุ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวต่างกัน แต่สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

#SneakOut: ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ สาวลุคเท่ห์ที่โด่งดังจากโลกออนไลน์มาสู่นักแสดงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้

มาทำความรู้จักกับเธอใน #SneakOut บทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกพร้อมแฟชั่นเซ็ทมันส์ๆจาก BAPE THAILAND

#SneakOut : แชมป์​ นครินทร์ จรูญวิทยา หรือ Maiyarap เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากรายการ The Rapper Season 2

บทสัมภาษณ์ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่กำลังพยายามค้นหาตัวเอง

#SneakOut : Junior กรวิชญ์​ หนุ่มไซส์เล็กผู้ที่มีสไตล์การแต่งตัวโดดเด่นและน่าติดตามที่สุดคนหนึ่ง

กรวิชญ์​ สูงกิจบูลย์ หรือจูเนียร์ หนุ่มหล่อเสียงดีผู้เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วจากเวทีระดับประเทศอย่าง The Star วันนี้เราจะมาพูดคุยกับเขาในมุมที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยฟังเขาเล่าที่ไหนและอัตเดทผลงานที่บ่งบอกตัวตนของเขาได้ชัดเจนที่สุด

Interview : สัมภาษณ์ Daboyway ถึงเพลงใหม่ล่าสุด และความคืบหน้าของ Album เดี่ยวแรกของเขา ภายใต้สังกัด Def Jam Thailand

Daboyway หนึ่งในสมาชิกวงฮิปฮอปสุดเก๋าอย่าง Thaitanium กำลังจะมี Album เดี่ยวแรกของตัวเองภายใต้สังกัด Def Jam Thailand แห่ง Universal Music Group ซึ่งเป็นค่ายที่อยู่เบื้องหลังและมีศิลปิน hip hop ร่วมสังกัดอยู่มากมาย อาทิเช่น Kanye West, Nas, YG, Pusha T, Fabolous วันนึงเราจึงขอนัดคุยกับ Daboyway เพื่อพูดถึงเรื่องเพลงใหม่ล่าสุด รวมถึงบทบาทอื่นๆในวงการ hip hop ที่กำลังจะเกิดขึ้นของเขา

#SneakOut : มุมมองและความรู้สึกที่มีต่อวงการฮิปฮอปในยุคปัจจุบันผ่านสายตาของ Khan Thaitanium

#SneakOut วันนี้จะพาคุณมาพูดคุยถึงความรู้สึกและมุมมองต่อวงการฮิปฮอปของบ้านเราในปัจจุบัน กับหนึ่งในแร็ปเปอร์มากฝีมือลำดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง “ขันเงิน เนื้อนวล” แร็ปเปอร์หนุ่มแห่งวง Thaitanium ผู้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการฮิปฮอปไทยนับตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจวบจนถึงทุกวันนี้

About

เว็บไซต์ SneakTheStreet ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป้าหมายในการนำเสนอข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับ รองเท้าผ้าใบ, เครื่องแต่งกาย, ศิลปะ, ดนตรี และบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ โดยเราหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการอัพเดตข่าวสารและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับแฟชั่น และกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้เกิดสังคมที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมสตีทมากขึ้น ดังนั้น SneakTheStreet จึงเป็นแหล่งรวมเนื้อหาที่เป็นทั้งบทความและข่าวสารเกี่ยวกับวงการแฟชั่นทั่วโลก

Subscribe our newsletter